"คุณแพ้แล้วค่ะ... ดร.รวินท์"
ปลายนิ้วอุ่นที่แตะอยู่บนปกเสื้อสูทตรงตำแหน่งหัวใจของเขาเมื่อครู่ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การสัมผัสทางกายภาพ แต่มันคือการกดปุ่มทำลายล้างระบบป้องกันภัยทางจิตวิทยาที่รวินท์สร้างขึ้นมาตลอดชีวิตการทำงาน ในฐานะนักวิเคราะห์พฤติกรรมมือหนึ่ง เขาอ่านใจคนนับร้อยผ่านการกระดิกนิ้ว การกะพริบตา หรือแม้แต่จังหวะการหายใจ แต่เขากลับไม่เคยอ่านสัญญาณเตือนภัยอันตรายที่กำลังพุ่งชนหน้าอกตัวเองตอนนี้ได้เลยสักนิด
รวินท์นิ่งค้าง สมองที่เคยประมวลผลด้วยตรรกะและเหตุผลรวดเร็วดั่งดิจิทัล กลับว่างเปล่าลงอย่างกะทันหัน กลิ่นหอมอ่อนๆ จางๆ ที่คล้ายกับดอกไม้ป่าผสมกลิ่นอายความมั่นใจจากตัวของมินตรากำลังรุกรานพื้นที่ส่วนตัวของเขาอย่างไร้ความเกรงใจ ดวงตากลมโตคู่นั้นไม่ได้หลบเลี่ยง เธอกลับจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเขา ราวกับกำลังค้นหาว่าภายใต้หน้ากากนักวิชาการผู้เยือกเย็นคนนี้ มีเศษเสี้ยวของความหวั่นไหวหลงเหลืออยู่บ้างไหม
"ผมไม่ได้แพ้..." รวินท์เค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามดึงสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับเข้ารูปเข้ารอย นิ้วมือเรียวยาวของเขาขยับขึ้นหมายจะปัดมือเธอออก แต่กลายเป็นว่าปลายนิ้วของเขากลับไปแตะโดนหลังมือของเธอโดยไม่ตั้งใจ ความร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาจากปลายนิ้วเข้าสู่กระแสเลือดจนเขาต้องรีบชักมือกลับราวกับโดนน้ำร้อนลวก "มันเป็นแค่... ตัวแปรที่คุณจงใจสร้างขึ้นเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากข้อถกเถียงเชิงประจักษ์ต่างหาก มินตรา"
มินตราหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจและท้าทาย เธอถอนมือกลับช้าๆ อย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า ดวงตาคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความสนุกสนาน เธอยืดตัวขึ้นเต็มความสูง จัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เข้าที่ด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับเมื่อครู่ไม่ได้เพิ่งทำลายเกราะกำบังของนักวิเคราะห์ระดับโลกมาหมาดๆ
"นักวิเคราะห์พฤติกรรมชื่อดังกลัวการสัมผัสทางกายขนาดนั้นเลยเหรอคะ?" มินตราเอียงคอถาม น้ำเสียงเจือความเย้าแหย่ที่จงใจกรีดแทงอัตตาของเขาให้เจ็บเล่น "หรือว่าจริงๆ แล้ว... ทฤษฎีทางจิตวิทยาที่คุณท่องจำมาทั้งชีวิต มันใช้ไม่ได้ผลกับ 'ความจริง' ที่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้า?"
รวินท์ขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็น The Muscle of Aggression อย่างชัดเจน เขาเกลียดความรู้สึกไร้การควบคุมนี้ที่สุด สมองของเขากำลังประมวลผลคำว่า 'อันตราย' ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ร่างกายกลับทรยศด้วยการจดจำสัมผัสอุ่นๆ นั้นได้อย่างแม่นยำ
"ความจริงที่คุณพูดถึง มันเป็นแค่ภาพลวงตาที่ขับเคลื่อนด้วยอารมณ์ชั่ววูบค่ะ มินตรา" รวินท์ปรับน้ำเสียงให้กลับมาเยือกเย็นและราบเรียบที่สุด แม้ว่าหัวใจข้างในจะเต้นรัวรากับกลองเพล "มนุษย์เรามักจะสับสนระหว่าง 'เคมีทางชีวภาพ' กับ 'ความผูกพันที่แท้จริง' คุณใช้อินสตาแกรมใช้รอยยิ้มหวานๆ ฮีลใจคนเป็นล้านได้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคุณจะเอาตรรกะแบบเดียวกันมาใช้ปั่นหัวผมได้"
"งั้นเหรอคะ?" มินตราก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกหนึ่งก้าว จนรวินท์เผลอขยับถอยหลังตามสัญชาตญาณของการปกป้องอาณาเขต "ถ้าคุณมั่นใจนักว่ามันเป็นแค่เคมีทางชีวภาพชั่วคราว... กล้าพอที่จะพิสูจน์ให้คนทั้งประเทศเห็นไหมล่ะคะ?"
รวินท์หรี่ตาลง "พิสูจน์อะไรของคุณ?"
"รายการ 'ถอดรหัสรัก' สัปดาห์หน้า ฉันเป็นแขกรับเชิญหลัก และทางโปรดิวเซอร์ก็เพิ่งโทรมาทาบทามคุณให้ไปเป็นผู้เชี่ยวชาญร่วมวิเคราะห์พฤติกรรมคู่รักในสตูดิโอ" มินตราคลี่ยิ้มกว้าง รอยยิ้มที่ทำให้รวินท์รู้สึกหนสันหลังวาบ "ไปออกรายการสดกับฉันค่ะ แล้วเรามาดูกกันว่า ระหว่าง 'ทฤษฎีเย็นชา' ของคุณ กับ 'ความรู้สึกดิบๆ' ของฉัน อันไหนมันจะพังก่อนกัน!"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องแต่งตัวชั่วขณะ เสียงแอร์ตัวเก่าส่งเสียงฮัมเบาๆ ตัดกับบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบจะจุดไฟติด รวินท์มองผู้หญิงตรงหน้าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความระแวงแกแกมทึ่ง เธอไม่ใช่เหยื่อทางจิตวิทยาที่เขาเคยเจอ เธอกล้าหาญ เกินคาดเดา และที่สำคัญ... เธอจงใจโยนความท้าทายใส่หน้าเขาต่อหน้าธารกำนัล
การไปออกรายการสดร่วมกับเธอ ท่ามกลางผู้ชมหลายล้านคนและพิธีกรปากกล้า มันคือการเอาชื่อเสียงและเครดิตนักวิเคราะห์พฤติกรรมมือหนึ่งไปแขวนไว้บนเส้นด้าย หากเขาพลาดพลั้งแสดงอาการหวั่นไหวแม้แต่นิดเดียว ภาพลักษณ์ 'ผู้ชายไร้หัวใจ' ที่เขาสร้างมาตลอดจะพังทลายลงในพริบตา แต่ถ้าเขาปฏิเสธ... เขาก็จะกลายเป็นไอ้ขี้ขลาดตาขาวที่หนีผู้หญิงคนหนึ่งไปตลอดชีวิต
รวินท์แค่นหัวเราะในลำคอ แววตาคมกริบฉายประกายความดุดันที่ถูกกดทับไว้ "คุณคิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงกล้ามาออกคำสั่งกับผม มินตรา?"
"ไม่ได้ออกคำสั่งค่ะ..." มินตราโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบใกล้ใบหูของเขา จนเส้นผมยาวสลวยเฉียดโดนแก้มสากของชายหนุ่ม กลิ่นหอมจางๆ นั้นทำให้ลมหายใจของรวินท์สะดุดไปเสี้ยววินาที "...แต่ฉันกำลัง 'ท้าทาย' ศักดิ์ศรีทั้งหมดที่คุณมีต่างหากล่ะคะ ดร.รวินท์"
เธอผละออกไปพร้อมกับรอยยิ้มผู้ชนะ เดินน่องสะบัดมุ่งหน้าไปที่ประตูห้องแต่งตัวโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย ทิ้งให้รวินท์ยืนนิ่งค้างอยู่กลางห้องกับความวุ่นวายที่เพิ่งถูกจุดชนวนขึ้นในใจ
รวินท์กำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความรู้สึกร้อนรุ่มแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ไม่ใช่ความโกรธ... แต่มันคือความกระหายที่จะเอาชนะ ความท้าทายนี้ก้าวล้ำเส้นแบ่งระหว่างงานกับเรื่องส่วนตัวไปไกลลิบลิ่วแล้ว และเขาก็ไม่ใช่ผู้ชายที่จะยอมปล่อยให้ใครมาเหยียบจมูกแล้วเดินหนีไปเฉยๆ แน่นอน
มือหนาคว้าโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะเครื่องแป้งขึ้นมาอย่างไร้ความลังเล นิ้วเรียวกดต่อสายตรงหาผู้จัดรายการทันทีด้วยสีหน้าเหี้ยมเกรียมที่ซ่อนความคลั่งรักเอาไว้ภายใต้เปลือกนอกอันเย็นชา
"ผมรับคำเชิญ..." รวินท์เอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน ทันทีที่มีเสียงรับสายจากปลายทาง "บอกโปรดิวเซอร์ด้วยว่า... ผมจะไปฉีกหน้ากากอินฟลูเอนเซอร์จอมปลอมคนนั้นกลางรายการสดให้ดู!"
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนข้อความเข้าจากแอปพลิเคชันแชทดังขึ้นบนหน้าจอโทรศัพท์ที่เขายังถืออยู่ในมือ รวินท์ก้มลงมองด้วยหางตา ข้อความสั้นๆ จากเบอร์แปลกที่ไม่เคยบันทึกไว้ แต่เขากลับจำลายเซ็นท้ายข้อความนั้นได้ขึ้นใจ
*[แล้วเจอกันนะคะ ดร.รวินท์... หวังว่าคุณจะรักษาความเยือกเย็นนี้ไว้ได้จนจบรายการนะ : มินตรา]*
รวินท์แค่นยิ้มหยันให้กับหน้าจอ ปลายนิ้วพิมพ์ตอบกลับไปอย่างรวดเร็วด้วยประโยคที่เต็มไปด้วยความมั่นใจที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุล
*[เตรียมตัวรับมือกับความจริงที่จะทำให้คุณตาสว่างได้เลยครับ มินตรา]*
เขากดส่งข้อความทันทีโดยไม่ทันสังเกตเห็นเลยว่า ประตูห้องแต่งตัวที่ปิดสนิทเมื่อครู่กำลังถูกผลักเปิดออกช้าๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลที่สาม... คนที่กุมความลับบางอย่างซึ่งจะพลิกเกมการปะทะกันครั้งนี้ให้กลายเป็นดายสองคมที่อาจบาดลึกหัวใจของเขาทั้งคู่จนไม่มีวันรักษาหาย
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถอดรหัสความรู้สึกไปพร้อมกับจิตวิทยาเพื่อทุกคนนะคะ
ถอดรหัสลับความสัมพันธ์: เมื่อสมองสั่งให้รักแต่ใจกลับอยากหนี•ตอนที่ 2
ตาต่อตา ฟันต่อฟัน
ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ถอดรหัสลับความสัมพันธ์: เมื่อสมองสั่งให้รักแต่ใจกลับอยากหนี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
