"ถ้าสะใภ้รองตระกูลหลี่อย่างเจ้ายังทำตัวเป็นภาระผลาญข้าวปลาอาหารในบ้านหลังนี้อีกแม้แต่คำเดียว ข้าจะให้หลี่จ้านเขียนหนังสือหย่าแล้วเตะเจ้าออกจากบ้านไปให้พ้นซะ!"
เสียงตบโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหวจนเศษฝุ่นร่วงหล่นจากคานไม้เก่าคร่ำครึ กลิ่นอับชื้นของบ้านดินและกลิ่นเหม็นหืนของแป้งข้าวโพดขึ้นราลอยคละคลุ้งอยู่ในอากาศ บรรยากาศภายในห้องโถงคับแคบเต็มไปด้วยแรงกดดันอันน่าอึดอัด นางพ (แม่สามี) เผิงซื่อ ยืนค้ำหัวด้วยใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาเรียวรีจ้องมองร่างที่นอนปอกเปิกอยู่บนเตียงไม้ไผ่ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
ไป๋ลี่หลินกะพริบตาช้าๆ เพื่อปรับโฟกัส ภาพตรงหน้าไม่ได้เป็นตำหนักโอสถอันหอมกรุ่นและเต็มไปด้วยสมุนไพรล้ำค่าแห่งดินแดนเซียนอีกต่อไปแล้ว แต่กลับเป็นเพดานมุงจากที่ผุพังจนมองเห็นท้องฟ้าสีหม่นผ่านรอยแตก ร่างกายนี้หนักอึ้งราวกับถูกหินผาทับไว้ สมองปวดแปลบคล้ายมีเข็มพันเล่มพุ่งเข้าทิ่มแทง ความทรงจำอันแปลกปลอมแต่ชัดเจนไหลบ่าเข้ามาในหัวราวกับกระแสน้ำป่า
ร่างนี้คือ "ไป๋ลี่หลิน" หญิงสาววัยสิบเก้าปีที่ถูกคลุมถุงชนให้แต่งงานกับหลี่จ้าน นายทหารหนุ่มอนาคตไกลผู้ถูกส่งไปประจำการชายแดน ทว่าหลังจากแต่งงานมาได้เพียงปีเดียว เธอกลับต้องทนทุกข์ทรมานตกเป็นทาสรับใช้รองมือรองเท้าให้คนในครอบครัวตระกูลหลี่โขกสับ ทั้งทุบตี ด่าทอ และให้ทำงานหนักราวกับวัวควาย จนกระทั่งเมื่อครู่... ร่างกายที่อ่อนแอและตรอมใจมานานได้หมดลมหายใจลงไปแล้วจริงๆ แต่ทว่า วิญญาณของเซียนโอสถอันดับหนึ่งแห่งดินแดนหลอมรวมกลับเข้ามาแทนที่!
"ยัง... ยังจะกล้าทำหน้าตาเหม่อลอยใส่อีกรึ!" เผิงซื่อเห็นลูกสะใภ้นอนนิ่งไม่ไหวติงก็ยิ่งบันดาลโทสะ นางพุ่งเข้ามาหมายจะหยิกทึ้งเนื้อตัวของลี่หลินให้หายแค้น "นังตัวดี! รู้ไหมว่าวันนี้ตระกูลเฉินเขาเอาแป้งสาลีมาทาบสู่ขอ... อะ... แกจะทำอะไร!"
หมับ!
เรียวมือขาวซีดที่เคยไร้เรี่ยวแรง กลับเอื้อมขึ้นคว้าข้อมือเหี่ยวย่นของแม่สามีไว้ได้อย่างมั่นคง แรงบีบนั้นหนักหน่วงราศีกดทับจนเผิงซื่อต้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ ดวงตาหงส์ที่เคยหม่นหมองบัดนี้ฉายแววเยียบเย็นคมกริบลึกล้ำ ราวกับห้วงน้ำวนที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่งที่ขวางหน้า ลี่หลินค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นนั่งอย่างเชื่องช้า ความเจ็บปวดทั่วร่างถูกกดขี่ไว้ด้วยพลังจิตแห่งเซียนที่หลงเหลืออยู่ในจิตวิญญาณ
"ป้าเผิง..." เสียงแหบพร่าแต่ทรงอำนาจเปล่งออกมาอย่างราบเรียบ ทว่ากลับทำให้ผู้สูงวัยชะงักงันไปชั่วขณะ "ท่านบอกว่าใครจะหย่ากับใครนะ?"
"น... นังสะใภ้สารเลว! แกกล้าเรียกข้าว่าป้าเรอะ! แล้วยังกล้าจับมือข้าอีก อยากตายนักใช่ไหม!" เผิงซื่อแผדเสียงแหลมสูงเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหวแปลกประหลาดที่แล่นริ้วขึ้นมาในสันหลัง สายตานั้น... สายตาของเด็กสาวตรงหน้าช่างน่ากลัวเหลือเกิน ไม่เหมือนคนอ่อนแอที่นางเคยซ้อมมือด้วยทุกวันแม้แต่น้อย
"ข้ายังไม่อยากตายหรอกค่ะ" ลี่หลินแย้มยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่งดงามแต่กลับเย็นยะเยือกจนคนมองรู้สึกหนาวสั่นไปถึงขั้วหัวใจ "แต่คนที่กำลังจะหาที่ตาย... ดูเหมือนจะไม่ใช่ข้ากระมังคะ?"
"แก!"
"เกิดอะไรขึ้นเสียงดังเอะอะโวยวายไปถึงนอกบ้าน!"
เสียงทุบไม้เท้าปึงปังดังขึ้นที่หน้าประตูก่อนที่ร่างของ "หลี่ต้าหู" ผู้เป็นพ่อสามีจะก้าวเข้ามา ใบหน้าย่นยู่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ ด้านหลังมี "หลี่ชุนฮวา" น้องสามีจอมเจ้าเล่ห์ยืนทำหน้าเยาะเย้ยถากถางอยู่ ชุนฮวาบิดผ้าขี้ริ้วในมือแล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกระเง้ากระงอด
"ก็พี่สะใภ้รองนะสิคะพ่อ แกล้งทำเป็นป่วยกระเสาะกระกระแสะเพื่อหลบเลี่ยงงานในแปลงนาอีกแล้วค่ะ แถมยังลุกขึ้นมาเถียงแม่ด้วย ตั้งแต่พี่ใหญ่ส่งเงินเดือนทหารกลับมาไม่ทันรอบนี้ นังนี่ก็ทำท่าทางกระด้างกระเดื่องขึ้นทุกวัน สงสัยคงแอบเอาเงินไปซ่อนไว้ใช้คนเดียวแน่ๆ เลยค่ะ!"
คำพูดสาดโคลนนั้นถูกโยนออกมาอย่างไร้หลักฐาน แต่มันกลับเรียกเสียงพยักหน้าเห็นพ้องจากคนในครอบครัวตระกูลหลี่ทันที พวกเขาจ้องมองลี่หลินด้วยสายตาโลภ
ในยุคแปดสิบที่ข้า้าวยากหมากแพง ความอดอยากปากแห้งปกคลุมไปทั่วทุกหย่อมหญ้า เงินเดือนทหารของหลี่จ้านเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่คอยหล่อเลี้ยงคนทั้งบ้านตระกูลหลี่ แต่น่าขัน... เจ้าของร่างเดิมไม่เคยได้แม้แต่เศษเงินหรือเสื้อผ้าดีๆ ใส่ ทว่ากลับถูกสูบเลือดสูบเนื้อจนแทบเอาชีวิตไม่รอด!
ไป๋ลี่หลินกวาดสายตามองคนเหล่านี้ทีละคนอย่างพินิจพิเคราะห์ สมองอันชาญฉลาดประมวลผลสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว ในมิติฟาร์มวิเศษที่ติดตัววิญญาณเซียนมาด้วยยังมีสมุนไพรล้ำค่าและพืชผลทิพย์อยู่อีกนับไม่ถ้วน เธอย่อมไม่ยอมก้มหัวให้คนกลุ่มนี้โขกสับอีกต่อไปเป็นอันขาด!
"เงินเดือนของพี่จ้านงั้นหรือคะ?" ลี่หลินหัวเราะในลำคอเบาๆ น้ำเสียงกังวานใสแต่บาดลึกถึงกระดูก "ตั้งแต่อภิเษกสมรสมา ข้ายังไม่เคยเห็นเงาของเงินสักหยวนเดียวจากตระกูลหลี่เลยสักครั้ง หรือว่า... มันถูกพวกท่านผลาญจนหมดเกลี้ยงลงท้องไปกับค่าแป้งเหล้าของพ่อ กับเครื่องประดับราคาถูกของชุนฮวาหมดแล้วล่ะคะ?"
"นัง... นังเด็กปากดี!" หลี่ต้าหูหน้าดำคล้ำด้วยความโกรธ ฟาดไม้เท้าลงกับพื้นเสียงดังสนั่น "สะใภ้บ้านไหนเขาอบรมสั่งสอนให้มาพูดจาปีนเกลียวผู้ใหญ่เช่นนี้! หลี่จ้านแต่งเจ้าเข้ามาถือเป็นความซวยของตระกูลหลี่เราจริงๆ ถ้ารู้แบบนี้ข้าไม่น่าปล่อยให้มันรับภาระแต่งกับคนไร้ค่าอย่างเจ้าเลย!"
"พ่อคะ อย่าเพิ่งโมโหไปเลยค่ะ" เสียงนุ่มนวลแต่ทรงพลังดังแทรกขึ้นท่ามกลางความตึงเครียด
ลี่หลินค่อยๆ ก้าวลงจากเตียง แม้เรียวขาจะยังสั่นเทาเล็กน้อยจากการขาดสารอาหาร แต่แผ่นหลังกลับตั้งตรงสง่างามราวกับต้นสนกลางพายุ เธอกวาดสายตามองหน้าคนทั้งสามด้วยรอยยิ้มที่เคลือบไปด้วยอาคมแห่งการกดขี่
"ในเมื่อพวกท่านบอกว่าข้าเป็นภาระ เป็นตัวซวย และตระกูลหลี่เลี้ยงดูข้าจนเปลืองข้าวสาร..." ลี่หลินเว้นจังหวะ ปรายตามองชุนฮวาที่กำลังอ้าปากค้าง "เช่นนั้น... เรามาแยกบ้านกันเถอะค่ะ!"
ราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางห้องโถง ทุกคนนิ่งงั้นไปชั่วขณะ เผิงซื่ออ้าปากค้างจนแมลงวันแทบบินเข้า หลี่ต้าหูเบิกตากว้างด้วยความคาดไม่ถึง ส่วนชุนฮวาร้องกรี๊ดออกมาอย่างลืมตัว
"แยกบ้าน! แกฝันไปเถอะ นังคนไร้ค่าอย่างแกไม่มีสิทธิ์มาต่อรองอะไรทั้งสิ้น!"
"มีสิทธิ์หรือไม่... คงไม่ใช่ท่านพี่สะใภ้สามเป็นผู้ตัดสินกระมังคะ" ลี่หลินก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้ประตูกลางบ้าน ท้องฟ้าด้านนอกเริ่มโพล้เพล้ กลิ่นหอมจางๆ ของอาหารเย็นจากบ้านข้างเคียงลอยมาตามลม ทว่าในขณะที่เธอกำลังจะเอ่ยคำพูดตัดขาดความสัมพันธ์อันเน่าเฟะนี้ออกไป...
ตึง! ตึง! ตึง!
เสียงฝีเท้าหนักแน่นทรงพลังก้าวเข้ามาหยุดที่หน้าประั,รั้วบ้าน พร้อมกับเสียงเคาะประตูที่ดังสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับค้อนยักษ์ทุบลงบนแผ่นเหล็ก
"เปิดประตู!"
เสียงทุบประตูดังขึ้นอีกครั้ง น้ำเสียงทุบและก้าวเดินนั้นเต็มไปด้วยกลิ่นอายฆ่าฟันและอำนาจดิบเถื่อนที่ทำให้คนในตระกูลหลี่ถึงกับหน้าถอดสีทันทีที่ได้ยิน
เผิงซื่อตัวสั่นเทา หน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ นางจำเสียงนี้ได้แม่นยำ...
บุตรชายคนรองผู้เย็นชาและน่ากลัวที่สุดของตระกูล ผู้ที่ไม่เคยกลับบ้านมาเกือบสองปีเต็ม!
**หลี่จ้าน** กลับมาแล้ว!
ลี่หลินหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างรวดเร็วก่อนที่เธอจะทรุดตัวลงไปกองกับพื้น นัยน์ตาสีรัตติกาลเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความน่าสงสารในพริบตาเดียว เสียงสะอื้นไห้ปานจะขาดใจถูกเปล่งออกมาอย่างสมบทบาท
"พี่จ้าน... ฮือ... ท่านพี่ ช่วยน้องด้วย น้องเกือบจะถูกคนในบ้านตีตายเสียแล้วค่ะ..."
ประตูไม้เก่าถูกถีบผางจนหลุดออกจากบานพับในคราเดียว! ร่างสูงใหญ่ในชุดทหารสีเขียวเข้มก้าวเข้ามาในห้อง แผ่รังสีความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวป่ากวาดมองสภาพภรรยาที่นอนฟุบอยู่บนพื้นเนื้อตัวมอมแมมและมีรอยฟกช้ำ ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่คนตระกูลหลี่ด้วยสายตาดุดันราวกับพญามัจจุราชที่พร้อมจะเด็ดหัวคนได้ทุกเมื่อ!
---
*(โปรดติดตามตอนต่อไป)*
---
*ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ไป๋เป่าเปาของแม่" เสมอมานะคะ*
เซียนโอสถสาวทะลุมิติสู้ชีวิตในยุคแปดสิบ•ตอนที่ 1
ลืมตาตื่นในยุคกันดาร
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนโอสถสาวทะลุมิติสู้ชีวิตในยุคแปดสิบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
