เสียงแจ้งเตือนข้อความเด้งรัวติดต่อกันเกือบสิบครั้งบนหน้าจอมือถือราคาแพง ไม่ได้ทำให้ร่างสูงโปร่งของ ‘ไคท์’ ละสายตาออกจากมอนิเตอร์จอโค้งขนาดสามสิบสองนิ้วได้เลยแม้แต่น้อย นิ้วเรียวยาวใต้ถุงมือเกมเมอร์ไร้ปลายนิ้วยังคงกดคีย์บอร์ดสลับกับสะบัดเมาส์ด้วยความเร็วสูงจนเกิดเสียงคลิกดังรัวระรัวราวกับเสียงฝนตกกระทบหลังคาสังกะสี ปากหยักได้รูปพึมพำคาดโทษศัตรูในจอเกมออนไลน์ชื่อดังที่เพิ่งรุมซุ่มโจมตีเขาเมื่อกี้ด้วยถ้อยคำกวนประสาทตามสไตล์สตรีมเมอร์หนุ่มเบอร์หนึ่งของประเทศ
"แหม... เล่นรุมสามแบบนี้ หมาหมู่ไปหน่อยไหมครับคุณผู้ชม อยากได้ลายเซ็นผมก็บอกกันดีๆ ไม่เห็นต้องส่งตี้มาต้อนรับกันถึงป่าดิบชื้นเลยนี่นา"
ไคท์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นกรองแสงสีฟ้าพราวระยับด้วยความสนุกสนาน ก่อนจะกดสกิลไม้ตายสวนกลับแบบพลิกสถานการณ์จนหน้าจอฝั่งตรงข้ามขึ้นคำว่า *VICTORY* ตัวเบ้อเริ่ม เสียงกรี๊ดกร๊าดและเสียงโดเนทจากแฟนคลับในสตรีมดังระเบิดระเบ้อ แต่ความสุขจากการเป็นเจ้าพ่อวงการเกมสตรีมมิ่งกลับต้องสะดุดกึก เมื่อประตูห้องนอนถูกผลเปิดผางด้วยฝ่ามือของมารดาผู้ให้กำเนิด โดยมีเอกสารปึกหนาโบกสะบัดอยู่ตรงหน้า
"ไคท์! เลิกเล่นเกมไร้สาระพวกนี้แล้วอ่านนี่ซะ ถ้าเดือนนี้แกยังไม่ยอมไปเซ็นสัญญาทำงานที่บริษัทคุณลุงปกรณ์ แม่จะยึดการ์ดจอทุกใบในบ้านหลังนี้ให้หมด!"
คำประกาศิตจากคุณแม่ทำเอาไคท์ถึงกับหลุดขำพรืด เขากดปิดไมโครโฟนสตรีมชั่วคราว ก่อนจะหันไปส่งยิ้มทะเล้นให้มารดาที่กำลังหายใจฟืดฟาดด้วยความโมโห
"โถแม่ครับ ลูกชายแม่เป็นสตรีมเมอร์เงินล้านนะ จะให้ไปนั่งหน้าหงิกทำเอกสารบัญชีอยู่ในตึกกระจกสูทผูกไท ยังกะมนุษย์เงินเดือนตาดำๆ มันไม่ใช่ทางของผมเลยสักนิด อีกอย่าง... เกมใหม่ของบริษัทคุณลุงปกรณ์น่ะ มันเป็นแนวกลยุทธ์โบราณคร่ำครึ ใครเขาจะไปอินกันล่ะครับ"
"แต่นั่นคือเงื่อนไขเดียวที่พ่อกับแม่จะยอมให้แกใช้ชีวิตอิสระต่อได้!" คุณแม่ยื่นคำขาด วางปึกเอกสารกระแทกโต๊ะคอมพิวเตอร์เสียงดังสนั่น ก่อนจะสะบัดหน้าพรวดเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้ไคท์นั่งถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความเซ็ง
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ณ ใจกลางย่านธุรกิจใจกลางกรุงเทพมหานคร ตึกระฟ้าทรงโมเดิร์นกระจกใสสะท้อนแดดยามบ่ายระยิบระยับ ไคท์ในชุดฮู้ดสีดำโอเวอร์サイズกางเกงยีนส์ขาดเข่า และรองเท้าผ้าใบแบรนด์ดัง ยืนกอดอกมองป้ายชื่อบริษัทซอฟต์แวร์ยักษ์ใหญ่ตรงหน้าด้วยสีหน้าเบื่อหน่ายเต็มประการ เขายังจำสภาพความวุ่นวายตอนที่ถูกพ่อบังคับให้มาที่นี่ได้แม่นยำ และตอนนี้ เขาก็กำลังก้าวเท้าเข้าสู่ดงกระสุนที่แท้จริง
ติ๊ง!
เสียงลิฟต์เปิดออกที่ชั้นสิบห้า ไคท์เดินเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงฮัมเพลงร็อคเบาๆ ในลำคออย่างไม่ยี่หระกับบรรยากาศตึงเครียดของพนักงานออฟฟิศที่เดินสวนกันไปมา ทุกคนต่างสวมชุดสูททางการและถือแฟ้มเอกสารด้วยความเร่งรีบ ตัดภาพมาที่เขาซึ่งดูเหมือนหลุดมาจากงานคอนเสิร์ตใต้ดินจนกลายเป็นจุดเด่น
"ขอโทษนะคะ... คุณคือคุณไคท์ สตรีมเมอร์คนนั้นใช่ไหมคะ?" พนักงานสาวฝ่ายบุคคลวิ่งกระหืดกระหอบมาดักหน้าเขาไว้ พร้อมกับรอยยิ้มเจื่อนๆ "เชิญทางห้องประชุมใหญ่เลยค่ะ ทางทีมโปรแกรมเมอร์รอคุณอยู่... เอ่อ โดยเฉพาะหัวหน้าโปรเจกต์ เธอ... ค่อนข้างเข้มงวดมากเลยนะคะ รบกวนช่วยทำตัวให้เรียบร้อยด้วยค่ะ"
ไคท์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ยิ้มมุมปากด้วยความท้าทาย "เรียบร้อยนี่หมายถึงใส่สูทผูกไท หรือแค่ไม่พ่นคำหยาบใส่หน้าเขาเหรอครับพี่?"
พนักงานสาวกลืนน้ำลายเอื๊อก ไม่กล้าต่อปากต่อคำด้วย ได้แต่ผายมือเชิญให้เขาเดินเข้าไปในห้องประชุมกระจกฝ้าที่ติดป้ายบอกสถานะไว้ตัวโตๆ ว่า *ห้ามรบกวน*
แอด...
เสียงเปิดประตูห้องประชุมกระจกเลื่อนออกเบาๆ เผยให้เห็นบรรยากาศที่เงียบเชียบจนน่าอึดอัด บนโต๊ะประชุมยาวตัวใหญ่เต็มไปด้วยแก้วกาแฟที่พร่องไปครึ่งแก้วและโน้ตบุ๊กนับสิบเครื่อง ทว่าจุดสายตาทั้งหมดกลับพุ่งตรงมาที่ร่างบางของหญิงสาวคนหนึ่งที่ยืนหันหลังกางแผนผังโค้ดเกมลงบนจอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่
เธอสวมเสื้อเชิร์ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นข้อมือเรียวและนาฬิกาสายหนังเรียบหรู รวบผมสีดำสนิทเป็นมวยต่ำอย่างเรียบร้อย แต่แผ่นหลังนั้นกลับแผ่รังสีความเย็นชาออกมาราวกับแช่อยู่ในตู้แช่แข็ง
"มาสายไปสามนาทีสิบสองวินาที..." เสียงหวานใสแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกเอ่ยขึ้นโดยที่เธอยังไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง "สำหรับคนอื่นอาจจะหยิบหยวนได้ แต่สำหรับโปรเจกต์ 'Chronos Odyssey' ที่ฉันดูแลอยู่ ความตรงต่อเวลาคือเรื่องพื้นฐานที่สุด... หวังว่าคุณจะเข้าใจนะ คุณไคท์"
ไคท์ชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มกวนๆ บนใบหน้ายังคงอยู่ แต่แววตาเริ่มมีความสนใจระคนหมั่นไส้แปลกๆ ผุดขึ้นมา เขาเดินทอดน่องเข้าไปใกล้โต๊ะประชุมอย่างไร้ความเกรงกลัว ก่อนจะดึงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามแล้วทิ้งตัวลงนั่งไขว่ห้างทันที
"โอโห ต้อนรับอบอุ่นดีจังครับ นึกว่ามาสัมภาษณ์งานเข้าคุกซะอีก" ไคท์หัวเราะในลำคอ พร้อมกับเท้าคางมองแผ่นหลังนั้น "อีกอย่าง นาฬิกาผมเดินเร็วกว่าเวลามาตรฐานโลกตั้งห้าวินาทีนะคุณโปรแกรมเมอร์... จะหยิบย่อยจับผิดอะไรเบอร์นั้น หน้าแก่เร็วนะเตง"
สิ้นคำพูดกวนประสาทนั้น ร่างบางที่ยืนนิ่งอยู่หน้าจอโปรเจกเตอร์ก็ค่อยๆ หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาไร้กรอบจ้องเขม็งมาที่เขาด้วยแววตาวาวโรจน์ ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง ใบหน้าสวยคมนั้นไร้รอยยิ้มโดยสิ้นเชิง มีเพียงความหงุดหงิดที่ฉายชัดเจน
และทันทีที่ใบหน้านั้นหันมาเต็มตา ไคท์ก็ถึงกับเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ความกวนประสาทเมื่อครู่เกือบจะหลุดออกจากหัวสมอง เมื่อเขาจำได้ทันทีว่าผู้หญิงหน้าดุคนนี้คือใคร... ยัยโปรแกรมเมอร์จอมโหดที่เคยปะทะคารมกันเดือดในฟอรัมบอร์ดเกมเมื่อเดือนก่อน!
"อ้าว... หน้าคุ้นๆ นะเนี่ย ยัยโปรแกรมเมอร์สายโหด เจ้าของไอดี *'Code_Breaker'* ที่เคยโดนผมตบเกรียนแตกในบอร์ดรีวิวเกมนี่นา!" ไคท์อุทานออกมาเสียงดังลั่นห้องประชุมด้วยความตกใจปนความสนุกสุดขีด รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากทันที "โลกกลมชะมัด หรือว่าแอบปลื้มผมจนไปขอให้คุณลุงดึงตัวผมมาเข้าทีมเนี่ย หื้ม?"
รินกำมือแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว ใบหน้าสวยเฉี่ยวกัดฟันกรอดด้วยความโกรธจัดที่ถูกขุดเรื่องน่าอับายในอดีตมาพูดต่อหน้าคนอื่น เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนเล็กน้อยบ่งบอกว่าความอดทนของเธอกำลังจะหมดลงในอีกไม่กี่วินาทีนี้
"หุบปากแล้วไสหัวออกไปซะ! ฉันไม่ได้ต้องการสตรีมมิ่งปากดีแบบนายมาเป็นที่ปรึกษาเกมของฉัน!" รินตบโต๊ะประชุมเสียงดังลั่นห้องจนพนักงานคนอื่นสะดุ้งโหยง เธอชี้หน้าเขาด้วยความโมโหจัด "เกมของฉันไม่ใช่สนามเด็กเล่นของเด็กเกเร! ถ้าคิดจะมาทำตัวเหลาะแหละที่นี่ เชิญไสหัวกลับไปนอนดูดนมแม่ซะ!"
ไคท์ไม่เพียงแต่ไม่กลัว เขากลับยิ่งโน้มตัวเข้าไปใกล้เธอมากขึ้นเรื่อยๆ จนระยะห่างระหว่างกันลดลงเหลือเพียงไม่กี่คืบ ดวงตาคมกริบพราวระยับด้วยความสนุกสนาน เขายกยิ้มมุมปากก่อนจะกระซิบเสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันด้วยน้ำเสียงกวนประสาทขั้นสุด
"ปากดีแบบนี้... ระวังจะตกหลุมรักเด็กเกเรคนนี้นะครับคุณโปรแกรมเมอร์"
รินชะงักงั้น ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อใบหน้าหล่อเหลาอยู่ใกล้แค่เอื้อม หัวใจดวงน้อยกระหน่ำเต้นรัวผิดจังหวะด้วยความโกรธ (หรือความเขินที่เธอไม่มีวันยอมรับ) เธอยกมือขึ้นเตรียมจะผลักอกเขาออกไปให้พ้นทาง
ทว่าในจังหวะที่มือเรียวเล็กกำลังจะสัมผัสโดนเสื้อฮู้ดของเขา เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของไคท์ก็สั่นครืดคราดขึ้นมาขัดจังหวะพอดี
ไคท์ละสายตาจากใบหน้าบึ้งตึงของเธอนิดหน่อย ก้มลงมองหน้าจอมือถือที่แสดงข้อความแจ้งเตือนจากเพื่อนสนิทสายกาวอย่าง 'เจเจ' ที่ส่งรูปภาพหลักฐานบางอย่างเข้ามาในแชตกลุ่ม พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่ทำเอาสตรีมเมอร์หนุ่มถึงกับหน้าถอดสีในพริบตาเดียว
*[เจเจ: เฮ้ยไคท์! รูปแกตอนไปนั่งกินเหล้ากับเน็ตไอดอลสาวเมื่อคืนถูกปล่อยลงเพจเผือกแล้วว่ะ! ยัยโปรแกรมเมอร์คนนั้นที่บริษัทแกต้องเห็นแน่ฉิบหายแล้วเพื่อน!]***
ไคท์เบิกตากว้าง รีบกดพิมพ์ข้อความตอบกลับด้วยความลนลาน นิ้วเรียวรีบพิมพ์รัวๆ เพื่อแก้ตัวและสั่งให้เพื่อนลบโพสต์นั้นทันที แต่ด้วยความรีบเร็วจนสติหลุด เขากลับเผลอกดส่งข้อความยาวเหยียดนั้นเข้าห้องแชตส่วนตัวของ 'ริน' ที่เปิดค้างไว้บนหน้าจอมือถือของเธอที่วางอยู่บนโต๊ะประชุมพอดิบพอดี!
กรี๊ด! ส่งผิดแชต! ไคท์อยากจะมุดแผ่นดินหนีทันทีเมื่อเห็นข้อความสารภาพความจริงอันน่าอายเด้งขึ้นโชว์หราบนหน้าจอของคนตรงหน้าอย่างชัดเจน
*‘เตงจ๋า อย่าเพิ่งโกรธเค้าเลยนะ รูปนั้นมันแค่มุมกล้องจริงๆ เค้าไม่ได้ไปไหนกับผู้หญิงคนนั้นเลยนะจ๊ะที่รัก!’*
รินก้มมองหน้าจอมือถือของตัวเองที่ปรากฏข้อความหวานเลี่ยนชวนขนลุกจากชายหนุ่มจอมกวนประสาท ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาไคท์ที่กำลังยืนตัวแข็งทื่อ เหงื่อตกพลั่ก ยิ้มแห้งๆ ส่งมาให้เธอด้วยรอยยิ้มที่เจื่อนที่สุดในสามโลก
"ว่าไงนะ... 'ที่รัก' งั้นเหรอ?" รินถอดแว่นสายตาออกช้าๆ รอยยิ้มหวานหยดแบบฉบับนางมารร้ายผุดขึ้นที่มุมปากของโปรแกรมเมอร์สาวสายโหด ท่ามกลางความเงียบงันของห้องประชุมที่เหมือนเวลาหยุดเดิน
(ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความป่วนและละมุนหัวใจในตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!)
เซียนเกมเมอร์จอมปั่นกับยัยโปรแกรมเมอร์สายโหด•ตอนที่ 1
เมื่อเทพเกมเมอร์ต้องรับงานออฟฟิศ
ผลงานโดย พีชชี่เบอร์รี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พีชชี่เบอร์รี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมเมอร์จอมปั่นกับยัยโปรแกรมเมอร์สายโหด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
