เสียงตบโต๊ะประชุมไม้สักทองดังสนั่นหวั่นไหว สะท้อนก้องห้องประชุมใหญ่ของสมาคมอุตสาหกรรมแห่งชาติ เอกสารสัญญาคว่ำบาตรทางธุรกิจนับร้อยฉบับถูกกวาดลงมากองระเกะระกะบนพื้นพรมราคาแพง
"มันจะมากเกินไปแล้วนะครับ! นี่พวกคุณกำลังทำลายระบบเศรษฐกิจทั้งระบบเพื่อสนองความแค้นส่วนตัวของใครบางคนอย่างนั้นหรือ?"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังของลีโอเอ่ยขึ้น ท่ามกลางสายตานับสิบที่มองมาด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยและสมเพช พงศกร ประธานหนุ่มแห่งกลุ่มทุนอุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่ นั่งไขว่ห้างอยู่ตรงหัวโต๊ะ ใบหน้าของมันฉาบไว้ด้วยรอยยิ้มของผู้ชนะที่ถือไพ่เหนือกว่าทุกประตู
"ระบบเศรษฐกิจหรือครับ ลีโอ? พูดให้มันถูกดีกว่า... สิ่งที่คุณกำลังทำอยู่ต่างหากที่เป็นการดิ้นรนเฮือกสุดท้ายของคนใกล้ตาย" พงศกรแค่นหัวเราะในลำคอ สายตาคมกริบมองชายหนุ่มผู้สวมสูทเข้ารูปราคาแพงแต่ไร้ซึ่งป้ายแบรนด์เนม "คุณคิดจริงๆ หรือครับว่าแค่เงินทุนสำรองหลักร้อยล้าน จะช่วยให้บริษัทกระจอกๆ ของคุณรอดพ้นจากการคว่ำบาตรจากทุกธนาคารและซัพพลายเออร์ทั่วประเทศได้?"
บรรยากาศในห้องประชุมอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก หุ้นส่วนและผู้บริหารหลายคนต่างพากันหลบสายตา ไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียงคัดค้าน เพราะต่างก็รู้ดีว่าอำนาจมืดเบื้องหลังพงศกรนั้นยิ่งใหญ่เพียงใด
รินรดา ซึ่งนั่งอยู่เคียงข้างลีโอมาตลอด เอื้อมมืออันสั่นเทามาจับมือของชายหนุ่มไว้แน่น ฝ่ามือของเธอชื้นเหงื่อด้วยความกังวล แต่ดวงตากลับฉายแววเด็ดเดี่ยวและมั่นคง เธอไม่เคยหวั่นไหวแม้ในยามที่ลีโอตกต่ำที่สุด และในยามนี้ที่เขากำลังเผชิญหน้ากับพายุลูกใหญ่ เธอก็ยังคงเลือกที่จะยืนหยัดอยู่เคียงข้างเขาอย่างไม่ลังเล
"อย่าไปสนใจพวกเขานะคะ... เอ๊ย... อย่าไปสนใจพวกเขานะครับ ลีโอ" รินรดาเผลอหลุดปากสำนวนเดิม แต่รีบแก้คำพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นเพื่อไม่ให้เสียฟอร์ม "เรายังมีทางออกอื่นเสมอ"
ลีโอหันไปส่งยิ้มบางๆ ให้หญิงสาว เป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความอบอุ่นและอำนาจลึกลับที่ทำให้รินรดารู้สึกใจชื้นขึ้นมาทันที เขาดึงมือกลับอย่างนุ่มนวล ก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับพงศกรอีกครั้ง แววตาของอดีตทายาทตระกูลดังเปลี่ยนเป็นความเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก
"คุณพูดถูก, พงศกร... เงินร้อยล้านมันอาจจะน้อยเกินไปสำหรับการซื้อความสงบสุขในตลาดนี้" ลีโอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกจากร่างจนทุกคนในห้องต้องกลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว "แต่คุณลืมไปอย่างหนึ่ง... ว่าบางครั้ง เกมมันไม่ได้ตัดสินกันที่ใครมีพวกมากกว่า แต่มันตัดสินกันที่... ใครมีเงินมากกว่าต่างหาก"
"ฮ่าๆๆๆ!" พงศกรระเบิดหัวเราะออกมาลั่นห้องราวกับฟังเรื่องตลกขบขันที่สุดในชีวิต "นี่คุณเสียสติไปแล้วหรือครับลีโอ? คิดจะเอาเงินที่ไหนมาสู้กับกลุ่มทุนระดับประเทศอย่างพวกเรา? บัญชีธนาคารของคุณถูกอายัดหมดแล้วไม่ใช่หรือไง!"
ลีโอยกยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่อันตรายและทรงเสน่ห์ในเวลาเดียวกัน เขานิ้วเรียวยาวล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูทด้านใน หยิบบัตรพลาสติกสีดำสนิทที่สะท้อนประกายแสงไฟฟลูออเรสเซนต์ราวกับหลุมดำไร้ก้นบึ้งออกมาวางลงบนโต๊ะกระจก
กริ๊ง...
เสียงวัตถุเบาหวิวกระทบพื้นผิวโต๊ะ แต่มันกลับดึงดูดสายตาทุกคู่ในห้องให้พุ่งเป้าไปที่สิ่งนั้นทันที
บัตรเครดิตโลหะผสมไทเทเนียมสีดำสนิท ไม่มีชื่อธนาคาร ไม่มีลายเซ็น ไม่มีหมายเลขหน้าบัตร มีเพียงลวดลายสลักนูนรูปตาชั่งแห่งความมั่งคั่งที่เปล่งแสงสีทองจางๆ ออกมาวูบหนึ่ง
พงศกรหรี่ตามองด้วยความสงสัย แต่เมื่อเพ่งพินิจดีๆ สีหน้าของเขาก็เริ่มเปลี่ยนจากความเย้ยหยันเป็นความตื่นตระหนก รูม่านตาของมันหดแคบลงทันทีเมื่อตระหนักว่าบัตรใบนั้นคืออะไร มันคือ 'บัตรดำทวงแค้น' (Black Rebound Card) ระดับ S-Rank ในตำนานที่แม้แต่เจ้าสัวระดับโลกยังไม่มีสิทธิ์ครอบครอง!
"เป็นไปไม่ได้..." พงศกรพึมพำเสียงสั่น หน้าถอดสี "นั่นมัน... บัตรวงเงินอนันต์ของระบบ... คุณเอามาจากไหน!"
"ผมไม่ได้เอามา... แต่ระบบมันมอบให้ผมต่างหาก" ลีโอเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียաբนิ่งไร้ความรู้สึก เขากดสมาร์ทโฟนส่วนตัวเชื่อมต่อกับระบบบลูทูธของห้องประชุม หน้าจอโปรเจกต์เตอร์ขนาดใหญ่ฉายกราฟฟิกการเงินระดับโลกขึ้นมาทันที
"ระบบ... ทำการกวาดซื้อหุ้นของกลุ่มอุตสาหกรรมพงศกรทั้งหมด 100% ณ บัดนี้"
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนจากระบบธนาคารกลางดังขึ้นพร้อมกันทั่วทั้งห้องประชุม สมาร์ทโฟนในมือของพงศกรสั่นรัวไม่หยุด ข้อความแจ้งเตือนการเทขายหุ้น การถูกยึดอำนาจบริหาร และการล้มละลายทางบัญชีไหลทะลักเข้ามาอย่างไร้ความปรานี พงศกรลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ ใบซีดเผือดราวกับศพเดินได้ เนื้อตัวสั่นเทาจนแทบยืนไม่อยู่
"มะ... ไม่จริง! คุณทำลายบริษัทของผมไม่ได้! พ่อผมจะไม่ยอม..." พงศกรแผดเสียงตะโกนอย่างคนเสียสติ พยายามจะพุ่งตัวเข้ามาหาลีโอ แต่ถูกบอดี้การ์ดในชุดสูทดำสี่คนที่ปรากฏตัวขึ้นจากไหนก็ไม่รู้เข้าล็อกตัวกดลงกับพื้นอย่างรวดเร็ว
ลีโอก้มลงหยิบบัตรดำขึ้นมาถือไว้ในมืออีกครั้ง สายตากวาดมองรอบห้องประชุมที่ตอนนี้ไม่มีใครกล้าสบตาเขาแม้แต่คนเดียว ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วบริเวณ มีเพียงเสียงหอบหายใจด้วยความหวาดกลัวของพงศกรที่ดังสะท้อนก้อง
รินรดามองแผ่นหลังอันกว้างใหญ่และมั่นคงของชายหนุ่ม หัวใจของเธอพองโตด้วยความภาคภูมิใจ ผู้ชายคนนี้ไม่เคยโม้ เขาสามารถเปลี่ยนความพินาศให้กลายเป็นชัยชนะได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดภายในพริบตาเดียว
ลีโอหันกลับมามองคู่หมั้นสาว สบตาเธอนิ่งชั่วขณะก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้คนฟังใจระทึก
"กลับบ้านกันเถอะครับ... ริน"
ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะก้าวเดินออกจากห้องประชุม ทันใดนั้น ประตูเหล็กนิรภัยด้านหลังห้องก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างเงาลึกลับในชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าครึ่งหนึ่งสวมหน้ากากเงินสลักลายประหลาด และเสียงปรบมือช้าๆ ดังขึ้นก้องกังวาน
แปะ... แปะ... แปะ...
"ช่างเป็นการล้างแค้นที่งดงามเสียจริง... ท่านทายาทแห่งลีโอ" น้ำเสียงแหบพร่าแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้น พร้อมกับที่หน้าจอโปรเจกต์เตอร์ทั้งหมดในห้องเกิดการกระพริบสีแดงฉาน และข้อความแจ้งเตือนใหม่ก็เด้งขึ้นมาขัดขวางทุกการเคลื่อนไหว
*[คำเตือนระบบ: ตรวจพบการแทรกแซงจาก 'องค์กรเงาไร้ชื่อ' บัญชีบัตรดำของคุณถูกระงับการใช้งานชั่วคราว... 3... 2... 1...]*
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความสะใจในบทนี้ด้วยนะครับ
ระบบบัตรดำทวงแค้น: กวาดซื้อโลกให้มหาเศรษฐีตกอับ•ตอนที่ 19
การดวลธุรกิจครั้งใหญ่
ผลงานโดย จอมเวทไร้นาม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมเวทไร้นาม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบบัตรดำทวงแค้น: กวาดซื้อโลกให้มหาเศรษฐีตกอับ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!