รอยร้าวในกระจกเงาที่ไม่มีวันประสาน•ตอนที่ 1

แขกที่ไม่ได้รับเชิญ

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
เสียงไซเรนของรถตำรวจสีแดงน้ำเงินที่กะพริบสาดส่องตัดกับความมืดครึ้มของท้องฟ้ายามโพล้เพล้ ทำให้คฤหาสน์หลังใหญ่โตมโหฬารแห่งนี้ดูราวกับปราสาทในฝันร้ายที่กำลังถูกกลืนกิน รินรดายืนอยู่หลังแนวเทปสีเหลืองกั้นเขต "ห้ามเข้า" ดวงตากลมโตใต้กรอบแว่นกันแดดสีชาทอประกายเรียบเฉย ไร้ซึ่งร่องรอยของความตกใจหรือหวาดกลัว ผิดกับบรรยากาศรอบตัวที่เต็มไปด้วยความโกลาหลของเหล่านักข่าวและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เสื้อโค้ทผ้าทวีดสีเทาเข้มห่อหุ้มร่างโปร่งบางเอาไว้ ป้องกันความหนาวเย็นของลมยามเย็นที่พัดกรรโชก แต่กลับไม่อาจเทียบเท่าความเยียบเย็นที่เกาะกุมอยู่ในหัวใจของเธอ "คุณรินรดาใช่ไหมครับ ทางเราขออนุญาต..." นายตำรวจหนุ่มยศสารวัตรนายหนึ่งเดินเข้ามาหาด้วยท่าทีเกรงอกเกรงใจ พร้อมกับปรายตามองเอกสารสิทธิ์ในมือของเธอ "ดิฉันเป็นอดีตภรรยาตามกฎหมาย และในฐานะที่คฤหาสน์หลังนี้เพิ่งถูกโอนกรรมสิทธิ์กลับมาเป็นของดิฉันเมื่อสัปดาห์ก่อน..." น้ำเสียงของรินรดานุ่มนวลแต่มั่น ราบเรียบราwกับพื้นผิวกระจกที่ไร้รอยกระเพื่อม "ดิฉันคิดว่าดิฉันมีสิทธิ์เต็มที่ที่จะเข้าไปข้างในค่ะสารวัตร" ธราธิป... อดีตสามีผู้เคยประกาศกร้าวว่าผู้หญิงไร้ค่าอย่างเธอไม่มีวันเหยียบเข้ามาในอาณาจักรของเขาได้อีก หากไม่ใช่เพราะคลานเข่าเข้ามาขอความเวทนา ตอนนี้กำลังนั่งอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังทางจิต209ในห้องรับแขกเบื้องหลังบานประตูไม้สักนั้น ในฐานะ "ผู้ต้องหา" ในคดีที่เขาไม่ได้ก่อ หรือบางที... เขาอาจจะก่อมันขึ้นมาจริงๆ ด้วยความเย่อหยิ่งจองหองของตนเอง รินรดาเดินผ่านแนวเทปตำรวจ กลิ่นอายของความอัปยศและกลิ่นอับของความพ่ายแพ้ลอยอบอวลอยู่ในอากาศ คิน ก้าวตามเธอมาติดๆ ร่างสูงในชุดสูทสีเข้มปักป้ายนักสืบอิสระกวาดสายตาสำรวจทุกซอกทุกมุมของคฤหาสน์ด้วยความสนใจ สายตาคู่นั้นไม่ได้ตื่นตระหนก แต่คมกริบราวกับพญาอินทรีย์ที่กำลังรอเวลาขย้ำเหยื่อ "คุณแน่ใจนะว่าไม่อยากให้ผมจัดการเรื่องนี้แทน?" เสียงทุ้มต่ำกระซิบข้างหูของคิน แฝงความห่วงใยที่เจือด้วยความท้าทาย "ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของความยุติธรรมเถอะค่ะ... หรือบางที มันอาจจะเป็นกรรมตามสนองก็ได้" รินรดาตอบโดยไม่หันไปมอง เขาเห็นเพียงรอยยิ้มมุมปากที่เหยียดยิ้มเยาะอย่างน่ากลัวของเธอ เมื่อผลักบานประตูไม้หนักอึ้งเข้าไป ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือธราธิปในสภาพที่ต่างจากอดีตราวฟ้ากับเหิน เสื้อผ้าสูทสั่งตัดราคาแพงยับยู่ยี่ เส้นผมดำขลับยุ่งเหยิง ดวงตาที่เคยคมปลาบและเต็มไปด้วยความเย็นชาคู่นั้น บัดนี้แดงก่ำและเต็มไปด้วยรอยร้าวของความแตกสลาย เขากำลังถูกเจ้าหน้าที่ประกบตัว แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นและสบเข้ากับดวงตาภายใต้แว่นกันแดดของรินรดา ลมหายใจของธราธิปก็สะดุดกึก ร่างกายของนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลสั่นเทิ้มขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ "ริน..." เสียงแหบพร่าหลุดออกมาจากริมฝีปากที่แห้งผากของเขา มันไม่ใช่เสียงคำรามด้วยความถือดีเช่นวันเก่า แต่เป็นเสียงครางฮือของคนที่ตกลงมาจากยอดผาสูงชันอย่างไร้ที่เกาะเกี่ยว รินรดาก้าวช้าๆ เข้าไปใกล้ทีละก้าว เสียงส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดัง *ก๊อก... ก๊อก...* ราวกับเสียงนาฬิกาแห่งความตายที่นับถอยหลัง เธอดึงแว่นกันแดดสีชาลงมาเล็กน้อย เผยให้เห็นดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความสมเพชเวทนาอย่างปิดไม่มิด "แปลกใจเหรอคะที่เห็นดิฉัน?" รินรดากล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "คุณเคยบอกว่าชีวิตนี้ ต่อให้ฉันตายอยู่หน้าประตูบ้าน คุณก็จะไม่ชายตาแล... แต่วันนี้ ดูคุณสิคะธราธิป น่าสมเพชเสียจนฉันแทบไม่อยากเชื่อเลยว่าผู้ชายคนนี้เคยเป็นสามีของฉัน" ธราธิปพยายามจะลุกขึ้น แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจกดตัวเขาให้นั่งลง ทว่าสายตาของเขากลับไม่ละไปจากใบหน้าของอดีตภรรยา หยาดน้ำตาแห่งความสำนึกผิดที่สายเกินแก้ไหลรินอาบสองข้างแก้มของผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าไร้หัวใจมาตลอดชีวิต "ผมไม่ได้ทำ... ริน คุณเชื่อผมสิ ผมไม่ได้ฆ่าแม่บ้านคนนั้น..." เขาละล่ำละลักอ้อนวอน มือหนาที่เคยผลักไสเธออย่างไร้เยื่อใย บัดนี้พยายามเอื้อมออกไปราวกับคนใกล้ตายคว้าฟางเส้นสุดท้าย "ช่วยผมด้วย... รินรดา ได้โปรด..." รินรดาย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้ใบหน้าอยู่ในระดับเดียวกับเขา เธอยกมือขึ้นปัดปอยผมที่รกเรื้อออกจากหน้าผากของอดีตสามีอย่างอ่อนโยน สัมผัสที่ไร้ซึ่งไออุ่นนั้นทำให้ธราธิปสะấuเฮือก รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นที่มุมปากของหญิงสาว "ช่วยคุณงั้นเหรอคะ?" เธอกระซิบเสียงแผ่วเบา ชิดริมใบหูของเขา "วันที่ฉันกราบกรานขอร้องให้คุณเชื่อใจ วันที่ลูกของเราตายในท้องเพราะความไร้เยื่อใยของคุณ คุณเคยช่วยฉันไหมคะ ธราธิป?" คำพูดเพียงไม่กี่ประโยคพุ่งเสียดแทงเข้ากลางใจของธราธิปราวกับมีดกรีดซ้ำลงบนแผลเดิมที่เน่าเฟะ เขาล้มฟุบลงกับพื้น ร่ำไห้สะอึกสะอื้นอย่างน่าเวทนา ความรู้สึกผิดที่กัดกินวิญญาณทำให้เขาแทบอยากจะเอาหัวโขกพื้นให้ตายตกไปตามกัน รินรดายืดตัวขึ้นเต็มความสูง ปัดเศษฝุ่นบนเสื้อโค้ทอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะหันหลังให้ เตรียมจะก้าวเดินออกไปจากห้องมืดมนแห่งนี้โดยไม่แม้แต่จะเหลียวกลับมามองเหยื่อผู้กำลังดิ้นรนในกองเพลิงแห่งกรรมที่ตนเองก่อขึ้น ทว่า ในจังหวะที่เธอกำลังจะก้าวพ้นขอบประตู เสียงฝีรบกวนของเด็กชายตัวเล็กคนหนึ่งก็ดังขึ้นมาจากมุมมืดของโถงทางเดินชั้นสอง พร้อมกับเสียงร้องเรียกที่ทำให้โลกรอบตัวของรินรดาหยุดหมุนไปชั่วขณะ "คุณแม่ครับ... ตำรวจเหล่านี้จะพาคุณพ่อไปไหนเหรอครับ?" รินรคาร่างแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน เธอกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความลับที่เธออุตส่าห์ปิดตายและหอบหิ้วหนีไปให้พ้นจากผู้ชายคนนี้... บัดนี้กำลังยืนเด่นชัดอยู่เบื้องหน้าธราธิป ผู้ซึ่งเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบหยุดหายใจ เมื่อเห็นใบหน้าของเด็กชายถอดแบบมาจากพิมพ์เดียวกับเขาในวัยเด็ก ราวกับส่องกระจกเงาที่สะท้อนอดีตอันไม่คาดฝัน ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดิ่งลึกไปกับความเจ็บปวดครั้งนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยร้าวในกระจกเงาที่ไม่มีวันประสาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%