“ถ้าเซ็นชื่อลงไปซะ ชีวิตของเธอในบ้านหลังนี้ก็เป็นอันสิ้นสุด ลู่ซูอวี่... เธอไม่ได้มีค่าคู่ควรกับตำแหน่งภรรยาของนายทหารผู้พิทักษ์ชาติแม้แต่น้อย!”
กระดาษแผ่นบางที่ถูกโยนลงมาตรงหน้า ปลิวว่อนกระทบลงบนโต๊ะไม้เนื้อหยาบที่มีคราบน้ำมันเกรอะกรัง เสียงตบโต๊ะดังปังจนถ้วยกระเบื้องสั่นสะเทือน ลู่ซูอวี่กะพริบตาช้าๆ ความเจ็บแปลบที่ขมับขวาค่อยๆ เลือนหายไป แทนที่ด้วยความทรงจำอันมหาศาลที่หลั่งไหลเข้ามาในหัวสมองราวกับเขื่อนแตก
นี่เธอยังไม่ตายหรือนี่?
ในฐานะเชฟมือทองและนักธุรกิจสาวเจ้าของอาณาจักรอาหารมูลค่าพันล้าน เธอเพิ่งจะล้มฟุบคาเคาน์เตอร์ครัวสเตนเลสสตีลด้วยโรคทำงานหนักเกินไป แต่ตอนนี้... เธอกลับมาอยู่ในร่างของ ‘ลู่ซูอวี่’ หญิงสาวชาวบ้านยุค 1980 ที่มีใบหน้างดงามหยาดเยิ้มแต่ชื่อเสียงเน่าเฟะจนหมายังเมิน!
“แม่พูดถูกแล้วค่ะพี่ใหญ่! ผู้หญิงสำส่อนที่แอบคบชู้แถมยังขโมยเงินค่าทหารของพี่สามไปเล่นการพนันจนหมดบ้านแบบนี้ เก็บไว้ก็มีแต่จะพาตระกูลสวี่ฉิบหายวายป่วง!” เสียงแหลมเล็กของสวี่เหมย น้องสาวสามีดังแทรกขึ้นมา ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความสะใจ สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความเหยียดหยามราวกับเธอกำลังมองขยะเปียกชิ้นหนึ่ง
ลู่ซูอวี่เงยหน้าขึ้นช้าๆ ริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อแย้มยิ้มบางเบา ดวงตากลมโตคู่สวยไม่ได้ฉายแววตื่นตระหนกหรือหวาดกลัวอย่างที่แม่เฒ่าสวี่และสวี่เหมยคาดคิด ตรงกันข้าม มันกลับประกายแสงระยิบระยับเยือกเย็นราวกับคมมีดที่เพิ่งลับใหม่ๆ
ในความทรงจำ... สามีของร่างนี้คือ ‘สวี่จ้าน’ นายทหารหนุ่มอนาคตไกลผู้เคร่งขรึมและเย็นชา เขาแต่งงานกับเธอตามคำสั่งของผู้ใหญ่ แต่งตั้งให้เธอเป็นสะใภ้ตระกูลสวี่ได้ไม่ถึงปี เขาก็ถูกเรียกตัวกลับค่ายทหารด่วนทิ้งให้เธอเผชิญหน้ากับแม่สามีจอมเคี่ยวและน้องสามีจอมแสบที่คอยกลั่นแกล้งสารพัด จนเจ้าของร่างเดิมสติแตก ทำตัวเหลวแหลก และสร้างเรื่องงามหน้าขึ้นมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า กระทั่งวันนี้... แม่เฒ่าสวี่ฉวยโอกาสที่สวี่จ้านส่งจดหมายราชการมาถึงบ้าน บังคับให้เธอเซ็นใบหย่าเพื่อจะไล่เธอออกจากบ้านมือเปล่า!
“หย่าอย่างนั้นหรือคะ?” เสียงนุ่มนวลทว่ากังวานกังสดาลเอ่ยขึ้น รอยยิ้มบนมุมปากของลู่ซูอวี่ลึกล้ำขึ้นไปอีก
แม่เฒ่าสวี่แค่น1เสียงในลำคอ ใบหน้าเหี่ยวย่นยับยู่ยี่ด้วยความรังเกียจ “ทำไม? เสียดายความสุขสบายในบ้านตระกูลสวี่แล้วล่ะสิ! บอกไว้ก่อนนะว่าเงินเดือนทหารของลูกชายฉัน เธออย่าแม้แต่จะฝันว่าจะได้ติดมือไปสักแดงเดียว เสื้อผ้าเก่าๆ บนตัวเธอนั่นก็ถอดออกให้หมด แล้วไสหัวออกไปจากบ้านหลังนี้ซะ!”
“แม่คะ ใจเย็นๆ สิคะ” ลู่ซูอวี่ลุกขึ้นยืนช้าๆ ความสูงร้อยเจ็ดสิบเซนติเมตรของเธอทำให้เธอยืนค้ำหัวแม่เฒ่าสวี่ที่ตัวเล็กกว่าได้อย่างถนัดตา ออร่าความกดดันอันทรงพลังที่สะสมมาจากการบริหารบริษัทมูลค่าพันล้านแผ่ซ่านออกมาจนแม่เฒ่าสวี่สะดุ้งโหยงโดยไม่รู้ตัว
“เธอกล้าดียังไงมาทำสายตาแบบนั้นใส่ฉัน!” แม่เฒ่าสวี่แผดเสียงแหลมกลบเกลื่อนความประหม่า
“ฉันก็แค่กำลังคิดว่า...” ลู่ซูอวี่ก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าว ปลายนิ้วเรียวสวยหยิบกระดาษใบหย่าขึ้นมาพิจารณาอย่างใจเย็น “ในเมื่อคุณสามีสุดหล่อของฉันส่งจดหมายหย่ามาให้จริงๆ และพวกคุณก็ร้อนรนอยากไล่ฉันออกไปนัก... ฉันจะยอมเซ็นให้แต่โดยดีค่ะ”
สวี่เหมยอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความคาดไม่ถึง “เธ... เธอพูดจริงเหรอ? ไม่โวยวาย ไม่ร้องแรกแหกระเชิงเหมือนทุกทีเนี่ยนะ?”
“ทำไมต้องโวยวายด้วยล่ะคะ?” ลู่ซูอวี่หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะไพเราะราวกับกระดิ่งเงินกระดิ่งทองแต่กลับทำให้คนฟังรู้สึกหนสันหลังวาบ “ในเมื่อตระกูลสวี่ของพวกคุณมัน ‘ยากจนข้นแค้น’ จนแม้แต่ข้าวสารจะกรอกหม้อก็ยังไม่มีปัญญาหาเอง ต้องคอยสูบเลือดสูบเนื้อจากเงินเดือนทหารของสวี่จ้านไปวันๆ การได้หลุดพ้นจากครอบครัวปลิงยักษ์แบบนี้... ก็นับว่าเป็นการทำบุญกุศลครั้งใหญ่ในชีวิตของฉันแล้วไม่ใช่หรือคะ?”
“นัง... นังตัวดี! แกกล้าดียังไงว่าพวกฉันเป็นปลิง!” แม่เฒ่าสวี่หน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธจัดจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน มือเหี่ยวย่นง้าดขึ้นหมายจะตบหน้าสะใภ้ตัวแสบสักฉาด
ทว่า... เร็วกว่าแสง!
มือเรียวบางของลู่ซูอวี่คว้าข้อมือเหี่ยวย่นนั้นไว้ได้อย่างแม่นยำ แรงบีบที่หนักหน่วงจนน่าตกใจทำให้แม่เฒ่าสวี่ร้อง “โอ๊ย!” ออกมาลั่นบ้าน ดวงตาฝ้าฟางเบิกกว้างด้วยความเจ็บปวดและตกใจสะพรึงกลัว นังเด็กนี่... แรงเยอะตั้งแต่เมื่อไหร่กันวะเนี่ย!
“จำไว้นะคะคุณแม่...” ลู่ซูอวี่โน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่เยียบเย็นราวกับลอยมาจากขุมนรก “คนที่ควรกลัวว่าจะไม่มีข้าวกิน ไม่ใช่ลู่ซูอวี่คนนี้... แต่เป็นพวกคุณต่างหาก”
ผลัก!
เธอสะบัดมือออกอย่างไม่ใยดี จนแม่เฒ่าสวี่เซถลาไปชนชั้นวางของจนข้าวของกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น ลู่ซูอวี่หยิบปากกาหมึกซึมราคาถูกบนโต๊ะขึ้นมาจรดปลายปากกาลงบนกระดาษใบหย่าอย่างไม่ลังเล ลากเส้นลายมือตวัดฉับไวและทรงพลังจนกระดาษเกือบขาด
*ลู่ซูอวี่*
ชื่อสามพยางค์ถูกเขียนลงไปอย่างเด็ดเดี่ยว ทันทีที่ขีดเขียนตัวอักษรตัวสุดท้ายเสร็จสิ้น เสียงแจ้งเตือนใสๆ กังวานขึ้นในห้วงความคิดของเธอทันทีราวกับเสียงระฆังทิพย์
*[ติ๊ง! ตรวจพบการตัดขาดพันธะทางกฎหมายสำเร็จ]*
*[ระบบ 'ซูเปอร์มาร์เก็ตมิติฟาร์มรวย' ทำการปลุกเสร็จสิ้น 100%]*
*[พื้นที่จัดเก็บอเนกประสงค์: 10,000 ตารางเมตร]*
*[คลังสินค้าซูเปอร์มาร์เก็ตยุคปัจจุบัน (สินค้าอุปโภคบริโภค อาหารสด อาหารแปรรูป เครื่องมือการเกษตร): ปลดล็อกครบถ้วน]*
*[เงินสดในระบบเริ่มต้น: 1,000,000 หยวน (สามารถเบิกถอนได้ทันทีตามเงื่อนไข)]*
ดวงตาของลู่ซูอวี่เป็นประกายวับวับ มิติลับที่เธอเคยสร้างขึ้นจากความพยายามในชาติก่อน ติดตามวิญญาณเธอทะลุมิติมาด้วยจริงๆ แถมยังอัปเกรดเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดมหึมาที่มีสินค้าครบครันยิ่งกว่าห้างสรรพสินค้าในเมืองหลวงยุค 80 เป็นร้อยเท่า!
ในยุคที่ข้าวยากหมากแพง ผู้คนต้องอดอยากปากแห้ง ใบปันส่วนอาหารจำกัดจำเขี่ย แต่เธอกลับมีซูเปอร์มาร์เก็ตส่วนตัวที่บรรจุเนื้อวัวเกรดพรีเมียม ข้าวหอมมะลิชั้นดี นมสด น้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ และเครื่องเทศนานาชนิดอยู่เต็มคลัง!
“เซ็นแล้วนะ! ไสหัวออกไปจากบ้านฉันซะ!” แม่เฒ่าสวี่กรีดร้องด้วยความโมโห พลางคว้ากระดาษใบหย่าขึ้นมาดูด้วยความสะใจ “จำไว้ว่าอย่ากลับมาเหยียบที่นี่อีกเด็ดขาด นังผู้หญิงไร้ค่า!”
“ไม่ต้องไล่หรอกค่ะ ฉันไปแน่” ลู่ซูอวี่แค่นยิ้มหยัน เธอหันหลังเดินไปคว้ากระเป๋าผ้าใบเก่าๆ บนเตียงนอน แต่ก่อนจะก้าวขาพ้นธรณีประตูบ้าน สายตาคมกริบก็กวาดมองไปทั่วบ้านตระกูลสวี่ที่ผุพัง โครงสร้างไม้เก่าๆ และแปลงผักแห้งแล้งหลังบ้าน
อยากรู้จริ๊งๆ ว่า... ถ้าครอบครัวปลิงพวกนี้ไม่มีเงินเดือนทหารของสวี่จ้าน และไม่มีเธอคอยหาบหามรอมร่อให้ อีกสามวันข้างหน้า พวกเขาจะเอาอะไรยัดใส่ท้อง?
ลู่ซูอวี่ก้าวเท้าเดินพ้นประตูรั้วบ้านตระกูลสวี่ ท่ามกลางสายตาสอดรู้สอดเห็นของชาวบ้านละแวกนั้นที่ยืนซุบซิบจับกลุ่มนินทา เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังไล่หลังมาไม่ขาดสาย ทุกคนต่างรอคอยที่จะได้เห็นจุดจบอันน่าสมเพชของสะใภ้ตัวแสบที่ถูกสามีทิ้งกลางคัน
ทว่า... ไม่มีใครล่วงรู้เลยแม้แต่นิดเดียว ว่าก้าวแรกที่ลู่ซูอวี่เดินออกไปจากบ้านหลังนั้น คือการเริ่มต้นของมหาเศรษฐีร้อยล้านคนใหม่ และเป็นจุดจบของตระกูลสวี่ที่จะต้องคลานเข่ากลับมาขอร้องอ้อนวอนเธอในอีกไม่ช้า!
ลมหนาวพัดโชยยามบ่าย กลิ่นอายของชนบทห่างไกลลอยมาเตะจมูก ท้องฟ้าสีครามเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มอมแดง ลู่ซูอวี่ยกยิ้มมุมปากอย่างอารมณ์ดี ในมิติลับของเธอตอนนี้... หม้อตุ๋นยาจีนใส่ไก่บ้านตุ๋นโสมเกาหลีส่งกลิ่นหอมกรุ่นยั่วยวนใจ ท้องฟ้าเริ่มโพล้เพล้ และเธอกำลังจะหาที่พักผ่อนสบายๆ พร้อมกับลิ้มรสชาติอาหารมื้อแรกในโลกยุค 80 ให้สำราญใจเสียหน่อย
ปัง! เสียงฝีเท้าหนักแน่นและรีบร้อนดังขึ้นที่ทางเข้าหมู่บ้าน พร้อมกับร่างสูงสง่าในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มที่เต็มไปด้วยฝุ่นควันจากการเดินทางไกล ใบหน้าคมคายหล่อเหลาราวกับเทพสลักแต่บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดและดุดัน ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบหมู่บ้านด้วยความร้อนรน
นั่นคือ ‘สวี่จ้าน’ สามีทหารหนุ่มที่เพิ่งได้รับโทรเลขด่วนจากบ้าน และกำลังควบม้ากระโจนกลับมาด้วยความเร็วแสงเพื่อหยุดยั้งเรื่องบ้าๆ นี้!
________________________________________
(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนเวลาไปสร้างเนื้อสร้างตัวและตบหน้าคนอวดดีด้วยกันนะคะ ขอให้มีความสุขกับการอ่านค่ะ!)
สะใภ้ตัวแสบยุค 80 พลิกฟาร์มรวยด้วยซูเปอร์มาร์เก็ตมิติ•ตอนที่ 1
ตื่นขึ้นมาพร้อมจดหมายหย่า
ผลงานโดย ชาเขียวแก้วร้าย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาเขียวแก้วร้าย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สะใภ้ตัวแสบยุค 80 พลิกฟาร์มรวยด้วยซูเปอร์มาร์เก็ตมิติ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
