"ถ้าคุณคิดว่าการหนีไปเงียบๆ จะช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้น คุณกำลังเข้าใจผิดอย่างมหันต์เลยค่ะ ธาวิน!"
เสียงของรินรดาดังสะท้อนอยู่ภายในห้องเก็บวัตถุดิบหลังร้านเบเกอรี่ที่ถูกทิ้งร้าง แสงไฟจากหน้าจอมือถือเพียงดวงเดียวส่องสว่างให้เห็นแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มที่สั่นเทาเล็กน้อย เขายืนนิ่งอยู่หน้าลังแป้งสาลีที่วางเรียงรายราวกับรูปปั้นที่แตกสลาย กลิ่นอายความอับชื้นผสมกับกลิ่นจางๆ ของวานิลลาที่ยังคงค้างอยู่ในอากาศช่างดูขัดแย้งกับความตึงเครียดที่อบอวลอยู่รอบตัว
ธาวินไม่หันกลับมา เขายกมือขึ้นลูบใบหน้าที่เปื้อนคราบน้ำตาอย่างลวกๆ ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเจ็บปวด
"กลับไปเถอะริน... คุณไม่ควรเอาตัวเองมาเกลือกกลั้วกับคนที่แม้แต่ชื่อสกุลที่แท้จริงยังปกป้องไว้ไม่ได้แบบผม กวินทร์ไม่ได้ต้องการแค่ที่ดินร้านกาแฟของเขา เขาต้องการทำลายผมให้ถึงที่สุด และเขาก็ทำสำเร็จแล้วไม่ใช่หรือคะ?"
รินรดาก้าวเท้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด รองเท้าส้นเตี้ยของเธอเหยียบลงบนเศษกระจกที่แตกละเอียดจากตู้โชว์ขนมที่ถูกทุบทำลาย เธอไม่ได้สนใจความเจ็บปวดจากเศษแก้วที่บาดทะลุผ่านพื้นรองเท้า สายตาของเธอจับจ้องเพียงร่างสูงที่ยืนเคว้งคว้างอยู่ตรงหน้า
"ความสำเร็จของกวินทร์คือการที่คุณยอมถอดใจต่างหากค่ะ" เธอเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าสั่นเครือ "ตราประทับนั่น... มันคืออดีตที่ครอบครัวคุณพยายามยัดเยียดให้ แต่มันไม่ใช่ตัวตนของธาวินที่ฉันรู้จัก คนที่สอนฉันให้รู้จักการนวดแป้งด้วยความใจเย็น คนที่ยิ้มกว้างทุกครั้งที่เห็นลูกค้ามีความสุขกับกาแฟถ้วยแรกของวัน คนคนนั้นหายไปไหนแล้วคะ?"
ธาวินหมุนตัวกลับมาอย่างกะทันหัน ดวงตาของเขาแดงก่ำและดูอ่อนล้าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาขว้างกระดาษแผ่นนั้นลงบนพื้นจนมันยับยู่ยี่
"ริน! คุณไม่เข้าใจหรอก ตระกูลของผม... พวกเขาคือเบื้องหลังของคดีฉ้อโกงที่สังคมกำลังรุมสาปแช่งอยู่นั่นแหละ ทุกหยาดเหงื่อที่ผมใช้สร้างร้านนี้มาด้วยตัวเอง มันถูกตีตราว่าเป็นเงินสกปรกไปหมดแล้ว ทุกคนมองว่าผมเป็นนักต้มตุ๋นที่สวมหน้ากากเชฟใจดี คุณคิดว่าโลกใบนี้จะให้อภัยผมหรือคะ? หรือแม้แต่ตัวคุณเอง... คุณจะยังมองผมเหมือนเดิมได้จริงๆ หรือ?"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมพัดวูบวาบผ่านช่องหน้าต่างที่แตกหัก รินรดานิ่งค้างไปครู่หนึ่ง คำถามนั้นเปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดลึกลงในความรู้สึก แต่แทนที่จะถอยห่าง เธอตัดสินใจก้าวเข้าไปประชิดตัวเขา กลิ่นหอมจางๆ ของเมล็ดกาแฟคั่วบดที่ติดอยู่บนปกเสื้อของเขาทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ
"ฉันไม่ได้มองว่าคุณเป็นใคร หรือมาจากตระกูลไหน" เธอกระซิบ เสียงของเธอหนักแน่นและจริงใจ "แต่ฉันมองว่าคุณคือคนที่มีจิตวิญญาณอันงดงามคนหนึ่ง ในวันที่คุณถูกโลกทั้งใบหันหลังให้ ฉันแค่ต้องการถามคุณว่า... ในตอนนี้คุณยังอยากจะทำขนมชิ้นโปรดให้ฉันกินอีกสักครั้งไหมคะ?"
ธาวินชะงัก สายตาที่เคยว่างเปล่าค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความสับสนและเปราะบาง มือของเขาที่กำแน่นเริ่มคลายออก เขามองดูรินรดาด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก ความเข้มแข็งที่เขาสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองเริ่มพังทลายลงภายใต้ความเมตตาที่อบอุ่นของหญิงสาวตรงหน้า
"ริน... ถ้าผมไปกับคุณ ผมอาจจะลากคุณลงเหวไปด้วย" เขาเตือนเสียงเบา
"ถ้าเหวนั้นลึกพอที่จะทำให้เราได้เริ่มต้นกันใหม่โดยไม่มีเงาของอดีตคอยตามหลอกหลอน ฉันก็ยินดีที่จะกระโดดลงไปกับคุณค่ะ"
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นจากทางด้านหน้าของอาคารร้าง แสงไฟฉายสว่างวาบส่องผ่านเข้ามาทางประตูที่แง้มอยู่ เสียงเข้มงวดของกวินทร์ดังกังวานขัดจังหวะความตึงเครียดของคนทั้งสอง
"ผมบอกแล้วไงครับว่าคนอย่างธาวิน... ต่อให้หนีไปถึงสุดขอบโลก ก็ไม่มีทางพ้นเงาของตัวเองไปได้"
กวินทร์ก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับทนายความส่วนตัวและชายชุดดำอีกสองคน รอยยิ้มเย้ยหยันประดับอยู่บนใบหน้าของเขา เขาส่งสัญญาณให้คนของเขาปิดล้อมทางออกทุกทิศทาง ก่อนจะหยุดลงตรงหน้าธาวินและรินรดา
"เอกสารนั่นเป็นแค่จุดเริ่มต้นนะธาวิน" กวินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นพลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดคลิปวิดีโอหนึ่งให้ทั้งคู่ดู "นี่คือหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่ผมเก็บไว้ ถ้าคุณยอมเซ็นชื่อในเอกสารโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินทั้งหมดให้ผมตอนนี้ ผมอาจจะพิจารณา 'ปล่อยตัว' รินรดาไปโดยไม่ให้เธอต้องกลายเป็นจำเลยร่วมในคดีฉ้อโกงฉบับสมบูรณ์นี้... ว่ายังไงครับ คุณจะเลือกอนาคตของเธอ หรือศักดิ์ศรีที่ไร้ความหมายของคุณ?"
ธาวินหน้าซีดเผือดลงทันทีเมื่อเห็นเนื้อหาในวิดีโอ เขารู้ดีว่าหากเขาขัดขืน กวินทร์ไม่มีวันปล่อยรินรดาไปอย่างแน่นอน แต่ทว่าในขณะที่สถานการณ์กำลังบีบคั้นถึงขีดสุด รินรดากลับเป็นฝ่ายก้าวขึ้นมาข้างหน้า เธอหยิบเอกสารที่ธาวินทำตกไว้ขึ้นมา แล้วฉีกมันออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยต่อหน้ากวินทร์ด้วยสายตาที่เด็ดเดี่ยว
"คุณคิดผิดแล้วค่ะกวินทร์" รินรดาเอ่ยเสียงเย็น "เพราะหลักฐานที่คุณถืออยู่ในมือ... มันคือของปลอมที่สร้างขึ้นมาเพื่อขู่กรรโชกทรัพย์"
กวินทร์ชะงัก สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันที ในขณะที่ธาวินมองรินรดาด้วยความตกตะลึง แต่ก่อนที่รินรดาจะได้อธิบายอะไรเพิ่มเติม เสียงไซเรนรถตำรวจก็ดังระงมไปทั่วบริเวณอาคารร้าง พร้อมกับการปรากฏตัวของเจ้าหน้าที่ชุดนอกเครื่องแบบที่บุกเข้ามาล้อมวงทุกคนไว้
"ขอโทษที่มาสายนะคะคุณธาวิน... พอดีว่าฉันไปจัดการเรื่องเอกสารตัวจริงจากกรมที่ดินมาเรียบร้อยแล้วค่ะ" หญิงสาวอีกคนหนึ่งก้าวออกมาจากด้านหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ เธอคือทนายความที่ธาวินเคยให้ความช่วยเหลือไว้เมื่อหลายปีก่อนในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่เขาไม่เคยเปิดเผยตัวตน
กวินทร์หน้าถอดสี มือที่ถือโทรศัพท์สั่นเทาขณะพยายามจะโต้แย้ง แต่รินรดาหันกลับมาหาธาวินแล้วส่งยิ้มที่อ่อนโยนที่สุดให้ "ความมืดมิดที่พยายามกลืนกินคุณ จบลงตรงนี้แล้วค่ะธาวิน... ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่กับร้านกาแฟของเรากันเถอะนะคะ"
ทว่าท่ามกลางความโกลาหลนั้น สายตาของธาวินกลับเหลือบไปเห็นเงาของใครบางคนที่ยืนหลบอยู่ในมุมมืดของอาคาร... เป็นชายแก่ท่าทางคุ้นตาที่ถือเอกสารซองสีน้ำตาลอีกฉบับที่ดูเหมือนจะเป็น "ความลับ" ที่แท้จริงยิ่งกว่าเรื่องที่ดิน และชายคนนั้นกำลังยิ้มให้เขาราวกับว่า... เกมนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ เท่านั้น!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดและเติบโตไปพร้อมกับรินรดาและธาวินนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ จากใจเมฆหมอกสีชมพูค่ะ
สูตรลับฉบับละมุน: รสรักในถ้วยกาแฟ•ตอนที่ 25
ท่ามกลางความมืดมิด
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับละมุน: รสรักในถ้วยกาแฟ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!