กลิ่นกระดาษและไออุ่นในร้านหนังสือปลายซอย•ตอนที่ 47

งานประจำที่รัก

ผลงานโดย ชากุหลาบอุ่นๆ
ปลายพู่กันเบอร์ศูนย์ขนมิงค์แท้สะบัดลงบนกระดาษร้อยปอนด์เนื้อหยาบอย่างเชื่องช้า เส้นหมึกสีดำสนิทซึมซาบลงสู่เนื้อกระดาษฝ้ายราวกับต้นไม้ที่กำลังดูดซึมหยาดฝนแรกของฤดูกาล พายไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองแสงไฟสีส้มอุ่นจากโคมไฟตั้งโต๊ะที่ส่องกระทบหัวไหล่ของตัวเองมานานร่วมสามชั่วโมงแล้ว ในห้องทำงานเล็กๆ ชั้นสองของร้านหนังสือ 'ปลายซอย' มีเพียงเสียงดึงกระดาษ เสียงถอนหายใจแผ่วเบา และกลิ่นหอมจางๆ ของชาคาโมมายล์ที่รินชงทิ้งไว้บนโต๊ะทำงานตั้งแต่มันยังร้อน จนตอนนี้ไออุ่นนั้นเจือจางหายไปเหลือเพียงความเย็นชืดที่เจ้าตัวลืมแม้แต่จะยกขึ้นจิบ "ถ้ายังนั่งหลังงอแบบนั้นอีกนิดเดียว กระดูกสันหลังของเธอคงจะเชื่อมต่อกับพนักเก้าอี้ไม้ตัวนั้นถาวรแล้วนะคะ, คุณพาย" เสียงทุ้มนุ่มนวลที่คุ้นเคยดังขึ้นพร้อมกับสัมผัสอุ่นละมุนที่ทาบทับลงบนลาดไหล่บอบบาง รินวางแก้วชาใบใหม่ที่ส่งควันกรุ่นลงข้างๆ กองกระดาษสเกตช์ภาพ รินทอดสายตามองภาพวาดต้นฉบับนับสิบแผ่นที่กระจัดกระจายอยู่บนโต๊ะ ภาพเหล่านี้ไม่ใช่ภาพวาดอิสระตามใจชอบเหมือนที่พายเคยทำสมัยที่ยังรับงานฟรีแลนซ์ทั่วไป แต่มันคือภาพประกอบสำหรับหนังสือนิยายแปลเล่มใหม่ที่สำนักพิมพ์ขนาดเล็กติดต่อเข้ามา และเป็น "งานประจำ" ชิ้นแรกในชีวิตที่พายเลือกจะรับมันด้วยความสมัครใจ พายสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆ ผ่อนหัวไหล่ลงจากการเกร็งเครียด ใบหน้าเรียวเล็กที่มักจะซ่อนความกังวลไว้ใต้กรอบแว่นสายตาหันมามองคนรัก รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก แต่นัยน์ตากลับยังคงฉายแววความหวาดหวั่นลึกๆ "พายแค่... กลัวว่ามันจะออกมาไม่ดีค่ะริน" พายเอ่ยเสียงแผ่ว นิ้วเรียวที่เปื้อนคราบสีน้ำจางๆ บีบเข้าหากันแน่นจนข้อต่องอขาว "สำนักพิมพ์นี้เขาให้เกียรติพายมาก ให้โอกาสพายได้ออกแบบตัวละครหลักตั้งแต่ต้นจนจบ แต่... ถ้าภาพออกมาแล้วคนอ่านไม่ชอบล่ะคะ? ถ้ามันทำลายจินตนาการที่พวกเขาควรจะมีต่อตัวละครล่ะ?" รินดึงเก้าอี้อีกตัวมานั่งลงเคียงข้างอย่างเงียบๆ ความใกล้ชิดของคนทั้งคู่ในยามวิกาลเช่นนี้มักสร้างความรู้สึกปลอดภัยให้พายเสมอ รินไม่ได้รีบเอ่ยคำปลอบโยนที่เป็นนามธรรมอย่างที่ใครๆ มักทำ แต่มือเรียวสวยกลับเอื้อมไปหยิบพู่กันในมือของพายออกอย่างนุ่มนวล ก่อนจะวางมันลงบนแท่นวาง "เธอกำลังใช้มาตรฐานของใครมาตัดสินงานชิ้นนี้อยู่หรือคะ, พาย?" รินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่อบอุ่น ดวงตาสุกใสคู่นั้นมองลึกเข้าไปในดวงตาของคนรัก "แม่ของเธอ... หรือว่าตัวเธอเองในอดีตที่กลัวความผิดพลาดกันแน่?" คำถามนั้นราวกับกุญแจดอกเล็กที่ไขเปิดกล่องความทรงจำอันหนักอึ้ง พายเม้มริมฝีปากแน่น ภาพความทรงจำสมัยที่ยังอยู่ภายใต้ร่มเงาของครอบครัวเก่าผุดขึ้นมาในหัว เสียงกึ่งบ่นกึ่งคำสั่งว่าการเป็นศิลปินไส้แห้งคือความล้มเหลว เสียงตักเตือนที่ว่าภาพวาดไม่มีวันเลี้ยงชีพคนให้มั่นคงได้... ความกลัวที่จะ "ทำได้ไม่ดีพอ" ฝังรากลึกอยู่ในใจของพายมาตลอด จนกระทั่งวันที่เธอเลือกก้าวออกจากบ้านหลังนั้นมาซุกตัวอยู่ในร้านหนังสือปลายซอยแห่งนี้ "พายกลัวว่าพายจะกลับไปเป็นเด็กคนนั้นอีกค่ะ" เสียงของพายสั่นเครือเล็กน้อย "คนที่วาดอะไรก็ไม่เคยถูกใจใคร คนที่ทำอะไรก็ดูเหมือนจะพังทลายไปเสียหมด... การมีงานประจำทำ มีสัญญาจ้าง มีเงินเดือน มันควรจะทำให้พายรู้สึกปลอดภัยไม่ใช่เหรอคะ? แต่มันกลับยิ่งทำให้พายรู้สึกเหมือนมีโซ่ตรวนเส้นใหม่ล่ามไว้ที่ข้อเท้า" รินเอื้อมมือไปกุมมือที่เย็นเฉียบของพายไว้ทั้งสองข้าง ความอบอุ่นจากฝ่ามือของรินส่งผ่านความรู้สึกมั่นคงมาให้ทีละน้อย รินบีบกระชับเบาๆ เป็นเชิงย้ำเตือนว่าพายไม่ได้เผชิญหน้ากับโลกใบนี้ตามลำพังอีกต่อไปแล้ว "โซ่ตรวนที่เธอรู้สึก... มันอาจจะไม่ใช่เพราะงานชิ้นนี้หรอกนะคะพาย" รินเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลราวกับกำลังขับกล่อม "แต่มันเป็นเพราะเธอกำลังพยายามพิสูจน์ตัวเองให้ใครบางคนที่ไม่มีวันพอใจได้เห็นต่างหากล่ะคะ ลืมไปแล้วหรือว่าตอนนี้เธอไม่ได้วาดรูปเพื่อใครเพื่อนนอกเสียจากความสุขของตัวเธอเอง... และเพื่อริน" พายชะงักไป ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินประโยคหลัง "รินหมายความว่า..." "รินหมายความว่า ภาพประกอบเล่มนี้... รินเป็นคนขอร้องให้ บ.ก. ของสำนักพิมพ์นั้นพิจารณาผลงานของเธอเองค่ะ" รินสารภาพออกมาด้วยรอยยิ้มละมุนที่เปี่ยมด้วยความจริงใจ "รินไม่ได้ใช้เส้นสายอะไรหรอกนะคะ รินแค่นำเอาพอร์ตfoliio สมุดสเกตช์ภาพเก่าๆ ที่เธอเคยวาดเล่นซ่อนไว้ใต้เตียง เอาไปให้เขาดู... และพวกเขาก็ตกหลุมรักลายเส้นที่เต็มไปด้วยความอ่อนไหวและจริงใจของเธอ เหมือนที่รินตกหลุมรักมันอย่างไรล่ะคะ" หยดน้ำใสๆ เอ่อคลอขึ้นที่หน่วยตาของพายโดยไม่รู้ตัว ความตื้นตันถาโถมเข้ามาจนจุกแน่นในลำอก ภาพวาดบนกระดาษร้อยปอนด์ตรงหน้าไม่ได้เป็นเพียงแค่งานจ้างเพื่อแลกกับตัวเลขในบัญชีธนาคารอีกต่อไปแล้ว แต่มันคือสะพานเชื่อมระหว่างความเปราะบางในอดีตกับความกล้าหาญในปัจจุบันที่รินช่วยสร้างขึ้นมาให้ทีละก้าว "รินใจร้ายจังค่ะ..." พายหัวسเราะออกมาทั้งน้ำตา มือข้างหนึ่งยกขึ้นเช็ดหางตาตัวเองลวกๆ ก่อนจะเอื้อมไปตีแขนของคนรักเบาๆ "แอบเอาผลงานพายไปเสนอสำนักพิมพ์ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้" "ก็นานพอที่จะทำให้พายได้รู้ว่า... คุณค่าของเธอมันไม่ได้อยู่ที่ว่าใครจะชอบหรือเกลียด แต่มันอยู่ที่หัวใจของคนที่ตั้งใจบรรจงวาดมันต่างหากล่ะคะ" รินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะโน้มตัวลงมาประทับริมฝีปากเบาๆ บนหน้าผากมนของพายอย่างทะนุถนอม "ตอนนี้ดึกมากแล้วนะคะ คุณนักวาดภาพประกอบคนเก่ง สมควรแก่เวลาที่จะปิดไฟแล้วไปนอนพักผ่อนได้แล้วค่ะ พรุ่งนี้เรายังมีโปรเจกต์ใหญ่ที่ต้องจัดการอีกเยอะ" พายพยักหน้ารับช้าๆ ความกลัวที่เคยเกาะกินหัวใจเมื่อหลายชั่วโมงก่อนบัดนี้จางหายไปจนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิม บนโต๊ะทำงาน ภาพวาดตัวละครหญิงสาวผมยาวที่กำลังนั่งอ่านหนังสือใต้แสงเงาไม้ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันตาเห็น ราวกับว่าเธอกำลังส่งยิ้มให้กำลังใจพายอยู่เช่นกัน ทั้งสองคนเดินเคียงคู่กันลงมาจากชั้นสอง แสงไฟจากโคมไฟสีส้มในร้านหนังสือถูกดับลงทีLละดวง ความเงียบสงบยามค่ำคืนโอบกอดร้านหนังสือปลายซอยไว้ทั้งหมด พายรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านอยู่ในอก เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่คำว่า "งานประจำ" ไม่ได้ให้ความรู้สึกน่ากลัวหรือกดดันอีกต่อไป แต่มันกลับเป็นเครื่องหมายของการเริ่มต้นใหม่—การเริ่มต้นเติบโตในแบบที่เธอเป็นจริงๆ พายทิ้งตัวลงนอนบนเตียงนุ่มในห้องพักด้านหลังร้าน โดยมีอ้อมแขนของรินคอยโอบกอดจากด้านหลัง ลมหายใจเข้าออกที่สม่ำเสมอของคนทั้งคู่ผสานเป็นจังหวะเดียวกันในความมืด ความเหนื่อยล้าตลอดทั้งวันเริ่มคลายตัวลง ปล่อยให้ร่างกายดำดิ่งสู่ห้วงนิทราอันแสนสงบ ทว่า... ในขณะที่เปลือกตาของพายกำลังจะปิดสนิทลง เสียงฝีเท้าฝีหนาและหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นที่บริเวณหน้าร้าน เสียงเคาะกระจกเบาๆ สามครั้งติดๆ กันดังแทรกความเงียบงันยามวิกาลเข้ามา... รินลืมตาโพรงขึ้นในความมืดทันที สัมผัสได้ถึงร่างของพายที่สะดุ้งเฮือกและเกร็งตัวขึ้นในอ้อมแขน ในยามวิกาลเลยเที่ยงคืนเช่นนี้ จะมีใครกันที่ยังยืนอยู่หน้าร้านหนังสือที่ปิดทำการไปแล้ว... และที่สำคัญยิ่งกว่านั้น กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่ลอยทะลุผ่านช่องลมเข้ามาในร้าน... เป็นกลิ่นที่รินจำได้แม่นยำยิ่งกว่าสิ่งใด กลิ่นของผู้หญิงคนที่ทิ้งรินให้เผชิญความโดดเดี่ยวตามลำพังมาตลอดแปดปีเต็ม! ขอบพระคุณคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและโอบกอดหัวใจของรินกับพายในทุกๆ ย่างก้าวเสมอนะคะ — ชากุหลาบอุ่นๆ
สารจากนักเขียน (ชากุหลาบอุ่นๆ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นกระดาษและไออุ่นในร้านหนังสือปลายซอย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%