“พาย... ลูกแน่ใจแล้วเหรอว่าจะฝากชีวิตไว้กับอาชีพที่ไม่มั่นคงแบบนี้? งานวาดรูปน่ะ มันเป็นได้แค่งานอดิเรก ไม่ใช่การลงทุนระยะยาวสำหรับผู้ใหญ่ที่ต้องมีอนาคตนะ”
น้ำเสียงราบเรียบจากปลายสายของแม่ ไม่ใช่เสียงตะคอก แต่มันกลับกรีดลึกลงไปในใจของพายราวกับมีดผ่าตัดที่มองไม่เห็น พายกำโทรศัพท์ในมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เธอนั่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ไม้ในร้านหนังสือของริน แผ่นหลังพิงกับชั้นวางหนังสือเก่าแก่ที่ให้ความรู้สึกปลอดภัยเสมอมา ทว่าในวินาทีนี้ กลิ่นกระดาษเก่าและไอกาแฟจางๆ กลับไม่อาจช่วยปลอบประโลมความสั่นไหวในทรวงอกได้เลย
“แม่คะ... พายมีงานเข้ามาตลอด พายดูแลตัวเองได้...” เสียงของพายขาดห้วง เธอเหลือบมองรินที่กำลังจัดเรียงหนังสือนวนิยายแปลอยู่ห่างออกไป รินไม่ได้หันมามอง แต่ไหล่ที่เกร็งขึ้นเล็กน้อยบอกให้รู้ว่าคนรักของเธอกำลังตั้งใจฟังทุกคำพูด
“ดูแลตัวเองได้งั้นเหรอ? แล้วถ้าวันหนึ่งไม่มีคนจ้างล่ะ? หรือถ้าแฟนของลูกไม่ได้มีร้านหนังสือไว้รองรับชีวิตที่ไม่มีหลักประกันแบบนี้ พายจะอยู่อย่างไร?”
คำถามนั้นเปรียบเสมือนก้อนหินก้อนใหญ่ที่ขว้างลงในหนองน้ำนิ่ง พายสัมผัสได้ถึงความหนาวเย็นที่แผ่ซ่านขึ้นมาจากปลายนิ้ว เธอกดวางสายโดยไม่รอคำตอบจากอีกฝ่าย ร่างกายของเธอทรุดฮวบลงกับเก้าอี้ไม้ตัวเดิม ลมหายใจเข้าออกเริ่มติดขัดจนหน้าอกขยายขึ้นลงอย่างรุนแรง
“พาย...”
สัมผัสอบอุ่นที่ไหล่ทำให้พายสะดุ้งเล็กน้อย รินวางมือลงบนไหล่ของเธออย่างแผ่วเบา ก่อนจะเดินอ้อมมาข้างหน้าแล้วย่อตัวลงให้ระดับสายตาเท่ากัน รินไม่ได้ถามว่าเกิดอะไรขึ้น แต่แววตาที่เต็มไปด้วยความเข้าใจของคนตรงหน้ากลับทำให้เขื่อนกั้นน้ำตาที่พายพยายามสะกดไว้พังทลายลง
“เขามองว่าเราเป็นของเล่นใช่ไหมคะ” รินเอ่ยขึ้นเสียงเรียบแต่หนักแน่น “เขามองว่าศิลปะคือการเล่นขายของ และมองว่าความรักของเราคือภาระที่ทำให้พายไม่โตเสียที”
“ริน... พายเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าสิ่งที่พายทำอยู่ มันถูกต้องหรือเปล่า” พายซบหน้าลงกับฝ่ามือ “สังคมมองว่าคนอย่างเรา... คนที่เลือกเดินเส้นทางนี้ คือคนที่ไม่รู้จักคำว่ารับผิดชอบ พายเริ่มเหนื่อยที่จะต้องอธิบายให้ใครต่อใครฟังว่างานวาดรูปมันเลี้ยงชีวิตได้จริงๆ”
รินนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะดึงมือของพายออกจากใบหน้าแล้วกุมไว้แน่น “โลกข้างนอกนั่นไม่ได้ต้องการความเข้าใจหรอกค่ะพาย เขาต้องการแค่ให้เราเดินไปในกรอบที่เขาสร้างไว้ เพื่อที่เขาจะได้ไม่ต้องกังวลกับความแตกต่างของเรา เพราะความแตกต่างของคนอื่น... มักทำให้เขารู้สึกไม่มั่นคงในวิถีชีวิตของตัวเอง”
รินลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปหยิบหนังสือเล่มหนึ่งจากชั้นมาวางตรงหน้าพาย มันคือนิยายเก่าเล่มโปรดที่รินมักจะอ่านซ้ำเวลาที่โลกภายนอกดูโหดร้ายเกินไป “ความสุขของเรา ไม่ใช่คำถามที่ต้องให้คนอื่นมาหาคำตอบให้นะคะ ถ้าพายตัดสินใจจะเดินเส้นทางนี้ด้วยตัวเองแล้ว วันนี้พายจะยอมให้คำนิยามของคนอื่นมาขีดเส้นชีวิตพายจริงๆ เหรอคะ?”
พายมองหน้าคนรัก สายตาของรินไม่มีความสงสัย มีเพียงความหนักแน่นที่เปรียบเสมือนสมอเรือในพายุคลั่ง พายสูดหายใจลึก กลิ่นหอมของชาเอิร์ลเกรย์ที่กรุ่นอยู่ในร้านค่อยๆ ปรับจังหวะหัวใจของเธอให้กลับมาเป็นปกติ เธอรู้ดีว่าคำวิจารณ์ของแม่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น แรงกดดันจากสังคมรอบข้างที่มองว่างานศิลปะคือเรื่องไร้สาระกำลังกัดกินความมั่นใจของเธอทีละน้อย แต่ในความเงียบงันของร้านหนังสือแห่งนี้ พายเริ่มตระหนักว่า หากเธอไม่ยืนหยัดเพื่อตัวเธอเอง ก็จะไม่มีใครทำหน้าที่นี้แทนได้
ทว่า ความสงบสุขของบทสนทนานั้นกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงกระดิ่งหน้าร้านที่ดังขึ้นอย่างกระชากอารมณ์
ร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี้ยบกริบเดินเข้ามาในร้าน เขาคือคุณวิชัย พ่อของพายที่ไม่ได้พบหน้ากันมานานหลายเดือน สายตาของเขาไม่ได้มองหนังสือหรือบรรยากาศอันน่าหลงใหลในร้าน แต่มันกวาดมองไปรอบๆ ราวกับกำลังประเมินราคาทุกตารางนิ้วด้วยความดูแคลน ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างของพาย
“พาย... พ่อกับแม่ทนดูไม่ได้อีกต่อไปแล้วที่เห็นลูกทำตัวไร้อนาคตอยู่ในร้านหนังสือซอมซ่อแบบนี้” เขาหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลออกมาวางบนเคาน์เตอร์ไม้ด้วยท่าทีเย็นชา “พรุ่งนี้เช้า พ่อมีนัดสัมภาษณ์งานที่บริษัทของเพื่อนพ่อเตรียมไว้ให้ มันเป็นงานที่มีเกียรติ มั่นคง และพายจะกลับมาเป็นคนเดิม... คนที่ไม่ทำให้วงศ์ตระกูลต้องอับอายเพราะเลือกคบกับผู้หญิงด้วยกันและมีอาชีพเต้นกินรำกินแบบนี้”
พายหน้าซีดเผือด เธอมองซองเอกสารนั้นราวกับมันเป็นระเบิดเวลา รินที่ยืนอยู่ข้างๆ ก้าวออกมาบังหน้าพายไว้โดยสัญชาตญาณ แววตาของรินเปลี่ยนจากความอ่อนโยนเป็นความแข็งกร้าวที่ยากจะคาดเดา ในขณะที่ความเงียบงันภายในร้านหนังสือกลับบีบคั้นจนแทบจะหยุดหายใจ
พายมองซองเอกสารสลับกับใบหน้าของผู้เป็นพ่อ ความสับสนตีรวนอยู่ในอก ทั้งความรักที่มีต่อริน ความคาดหวังของครอบครัว และตัวตนที่แท้จริงของเธอที่กำลังถูกท้าทายด้วยอำนาจเงินและหน้าตาทางสังคม
“ถ้าพายไม่ไปล่ะคะ” เสียงของพายสั่นเครือแต่ชัดเจน
คุณวิชัยแค่นยิ้มที่มุมปาก “งั้นเธอก็เตรียมตัวได้เลย เพราะร้านหนังสือแห่งนี้... จะไม่เหลือที่ให้พวกเธอได้ยืนอีกต่อไป”
ขอขอบคุณทุกการโอบกอดที่ทำให้ชากุหลาบอุ่นๆ แก้วนี้ยังคงความหอมละมุนในหัวใจของนักอ่านทุกคนเสมอมานะคะ
กลิ่นกระดาษและไออุ่นในร้านหนังสือปลายซอย•ตอนที่ 51
คำถามจากสังคม
ผลงานโดย ชากุหลาบอุ่นๆ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชากุหลาบอุ่นๆ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นกระดาษและไออุ่นในร้านหนังสือปลายซอย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!