กลิ่นกระดาษและไออุ่นในร้านหนังสือปลายซอย•ตอนที่ 7

สายลมยามเช้า

ผลงานโดย ชากุหลาบอุ่นๆ
"ถ้าคุณยังเอานิ้วพันขอบแก้วเซรามิกวนไปวนมาแบบนั้น แก้วใบโปรดของฉันคงสึกเป็นร่องพลาสติกแน่ๆ พาย" เสียงทุ้มต่ำที่เจือรอยยิ้มบางๆ ของรินดังขึ้น เหนือสันหนังสือปกแข็งเล่มหนาที่เธอกำลังใช้บังใบหน้าครึ่งหนึ่งจากสายตาของคนตรงข้าม พายสะดุ้งเล็กน้อย ปล่อยนิ้วเรียวที่กำลังวนรอบหูแก้วกาแฟลาเต้ร้อนๆ ออกทันที ดวงตากลมโตคู่สวยกะพริบปริบๆ ก่อนจะเสมองไปทางชั้นหนังสือหมวดกวีร่วมสมัยเพื่อซ่อนอาการจำนน "ก็... มันคิดอะไรเพลินอยู่นี่นา" พายพึมพำตอบเสียงเบา แทบจะกลืนหายไปกับเสียงเครื่องทำเอสเพรสโซที่ส่งเสียงคำรามเบาๆ จากมุมเคาน์เตอร์ คิดเพลิน—คำนี้กลายเป็นข้อแก้ตัวประจำตัวของพายไปเสียแล้ว ตั้งแต่ที่หญิงสาวเจ้าของผมยาวประบ่าและแววตาวิตกกังวลคนนี้ก้าวเข้ามาในร้านหนังสือ 'ปลายซอย' เมื่อสองสัปดาห์ก่อน ในฐานะคนที่มาขอเช่ามุมเล็กๆ วาดภาพประกอบ และกลายมาเป็น... อะไรบางอย่างที่รินเองก็ยังหาคำนิยามที่ถูกต้องไม่ได้ในตอนนี้ รินวางหนังสือลง เสียงกระดาษกระทบโต๊ะไม้สนอัดแน่นด้วยผิวสัมผัสด้านดัง *ทึบ* เบาๆ เธอมองสำรวจท่าทีของคนตรงข้ามอย่างเงียบเชียบ รินเป็นคนช่างสังเกตโดยธรรมชาติ ความเงียบไม่ได้ทำให้เธอกลัว ตรงกันข้าม ความเงียบคือภาษาที่เธอใช้สื่อสารกับโลกใบนี้มานานหลายปี นับตั้งแต่วันที่สูญเสียครอบครัวไปในอุบัติเหตุทางรถยนต์ บ้านหลังใหญ่กลายเป็นความเวิ้งว้าง และร้านหนังสือแห่งนี้ก็ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นเกราะกำบังอันเงียบงัน แต่ช่วงสองสัปดาห์มานี้ เกราะกำบังนั้นเริ่มมีรอยร้าว... รอยร้าวที่อบอุ่นและนุ่มนวลเสียจนรินไม่กล้าปฏิเสธ กลิ่นหอมของกระดาษเก่าผสมผสานกับกลิ่นเมล็ดกาแฟคั่วบดลอยอบอวลอยู่ในอากาศยามสาย แสงแดดสีทองที่ลอดผ่านกระจกหน้าร้านไม่ได้สาดส่องเข้ามาอย่างไร้ทิศทาง แต่มันตกกระทบลงบนไหล่บางของพายพอดี ขณะที่เธอกำลังก้มหน้าลงร่างภาพตัวละครลงบนสมุดสเก็ตช์เล่มหนa รินจำความรู้สึก 'ความเงียบที่น่ากลัว' ได้ดี มันคือความเงียบที่ไม่มีเสียงฝีเท้า ไม่มีเสียงเปิดหน้ากระดาษ และไม่มีเสียงลมหายใจของใครอื่นนอกจากตัวเธอเอง ค่ำคืนที่ยาวนานในร้านหนังสือมักจะจบลงด้วยการที่เธอนั่งกอดเข่าอยู่บนโซฟาตัวเก่า มองออกไปนอกกระจกอย่างไร้จุดหมาย ทว่า... นับตั้งแต่มีพายเข้ามาในชีวิตจังหวะเวลาเหล่านั้นก็เปลี่ยนไปอย่างประหลาด เมื่อคืนนี้ เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่รินนอนหลับรวดเดียวถึงเช้า โดยไม่มีฝันร้ายเกี่ยวกับกลิ่นอายควันรถและเสียงไซเรนเข้ามาหลอนหลอน และสาเหตุก็อยู่ตรงหน้าเธอนี่เอง—เสียงฮัมเพลงเบาๆ ในลำคอของพายขณะจัดเรียงพู่กัน, รอยเปื้อนสีน้ำเงินจางๆ ที่มุมแก้มซ้าย, และความคุ้นชินใหม่ที่ว่า *'พรุ่งนี้ก็จะได้เจออีก'* "มองอะไรเหรอริน หน้าฉันมีรอยหมึกติดอยู่หรือไง" พายเงยหน้าขึ้นจากกระดาษวาดเขียน เมื่อรู้สึกได้ถึงสายตาที่นิ่งนานเกินไปของเจ้าของร้าน "เปล่า" รินส่ายหน้าเบาๆ มุมปากหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่นานๆ ครั้งคนอื่นจะได้เห็น "แค่กำลังคิดว่า... กาแฟแก้วนี้ของคุณ คงไม่อร่อยแล้วมั้ง เพราะมันเย็นชืดหมดแล้ว" พายก้มลงมองแก้วกาแฟตรงหน้า ก่อนจะแลบลิ้นออกมาเล็กน้อยอย่างน่ารัก "ก็เพราะมัวแต่รอดูว่าเมื่อไหร่คุณจะอ่านหนังสือเล่มนั้นจบต่างหากเล่า" เธอย้อนเสียงใส ดวงตาพราวระยับ "รินอ่านหน้าเดิมซ้ำมาสามรอบแล้วนะ ตั้งแต่แปดโมงเช้า... สรุปว่าเนื้อเรื่องมันสนุก หรือสมาธิคุณไปอยู่ที่อื่นกันแน่" คำถามนั้นทิ่มแทงเข้ามาตรงจุด จนรินต้องเป็นฝ่ายหลบสายตาเสียเอง ความรอบคอบและเยือกเย็นที่เธอใช้ปกป้องตัวเองมาตลอด มักจะพังทลายลงทุกครั้งที่เจอสายตาซื่อตรงและเปราะบางของพาย "สมาธิฉันดีเสมอ พาย" รินเอ่ยเสียงเรียบพยายามกลบเกลื่อนความรู้สึกไหววูบในอก "เพียงแต่... บางทีบรรยากาศมันชวนให้เابتมากกว่าจะโฟกัสตัวหนังสือ" พายไม่ได้ตอบอะไร เธอยิ้มกว้าง รอยยิ้มที่ทำให้ดวงตาโค้งเป็นรูปเสี้ยวพระจันทร์ ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินอ้อมโต๊ะไม้มาหยุดอยู่ข้างเก้าอี้ของริน กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าผสมกับกลิ่นกระดาษสะอาดลอยเข้ามาแตะจมูก รินเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว มือเรียวบางของพายยื่นมาแตะที่มุมโต๊ะ ก้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้ใบหน้าอยู่ในระดับเดียวกับริน ดวงตากลมโตคู่นั้นมองลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ สะท้อนภาพเงาของรินเองอยู่ในนั้นอย่างชัดเจน "ถ้าความเงียบในร้านนี้มันเคยเหงา... งั้นฉันขออยู่ตรงนี้ เป็นเสียงรบกวนคุณไปเรื่อยๆ ได้ไหมล่ะ" พายกระซิบลดเสียงลงต่ำ น้ำเสียงจริงจังจนหัวใจของรินกระตุกวูบ คำพูดนั้นเรียบง่าย ไร้ซึ่งการปรุงแต่ง แต่มันกลับทรงพลังเสียจนทลายกำแพงทั้งหมดที่รินสร้างไว้ตลอดหลายปี ความรู้สึกโดดเดี่ยวที่ฝังรากลึกเหมือนถูกสายลมยามเช้าพัดพาออกไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความอุ่นซ่านที่แผ่กระจายอยู่ในอก ความเหงาที่เคยเป็นเพื่อนสนิทของริน คล้ายกับกำลังถูกแทนที่ด้วยความกลัวสิ่งใหม่... กลัวว่าถ้าวันหนึ่งไม่มีรอยยิ้มนี้ ร้านหนังสือแห่งนี้จะกลับมาเงียบเหงาอีกครั้งหรือไม่ รินอ้าปากกำลังจะเอ่ยคำตอบบางอย่างออกไป เพื่อทำลายความเงียบงันที่เต็มไปด้วยกระแสความรู้สึกที่พุ่งพล่านระหว่างกัน แต่ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำของเธอจะหลุดรอดจากริมฝีปาก เสียงกระดิ่งทองเหลืองเหนือประตูกระจกหน้าร้านก็ดังขึ้น—*กรุ๊งกริ๊ง* ทั้งสองคนสะดุ้งเล็กน้อย พายผถะตัวกลับไปยืนที่เดิมอย่างรวดเร็ว ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย รินขยับตัวลุกขึ้นยืน ปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็วตามสัญชาตญาณของการเป็นเจ้าของร้าน ร่างสูงโปรดของชายแปลกหน้าในชุดสูทสีเข้มก้าวเข้ามาในร้าน กลิ่นน้ำหอมราคาแพงลอยปะปนเข้ามาในบรรยากาศที่อบอุ่น ชายคนนั้นกวาดสายตามองไปรอบร้านหนังสือเล็กๆ ก่อนจะหยุดนิ่งที่ริน พร้อมกับรอยยิ้มที่ส่งมาให้ แต่มันกลับเป็นรอยยิ้มที่ทำให้สันหลังของรินเย็นวาบอย่างไร้สาเหตุ "สวัสดีครับคุณริน... ผมตามหาคุณมานาน" เสียงทุ้มแหบเอ่ยขึ้น พร้อมกับยื่นนามบัตรสีดำสนิทแผ่นหนึ่งมาให้ "ผมมาจากสำนักพิมพ์ที่เคยติดต่อไปเรื่องการซื้อลิขสิทธิ์ที่ดินผืนนี้... และดูเหมือนว่า เรามีเรื่องต้องคุยกันยาว" พายที่ยืนอยู่ด้านหลัง ขยับเข้ามาใกล้รินโดยไม่รู้ตัว มือเรียวเอื้อมมาจับชายเสื้อผ้าพันคอของรินไว้แน่นราวกับหาที่ยึดเหนี่ยว สายตาของคนแปลกหน้าที่มองมาไม่ได้มองที่หนังสือ แต่มันกำลังมองมาที่ 'ร้าน' และ 'ตัวเธอ' ด้วยแววตาที่บอกชัดเจนว่า... พวกเขาไม่ได้มาดี ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่เดินทางมาอบอุ่นหัวใจด้วยกันในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - ชากุหลาบอุ่นๆ
สารจากนักเขียน (ชากุหลาบอุ่นๆ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นกระดาษและไออุ่นในร้านหนังสือปลายซอย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%