“อาจารย์คะ หนูขอประท้วง! กฎของวิชานี้คือการสุ่มกลุ่มไม่ใช่เหรอคะ ทำไมรายชื่อถึงกลายเป็นแบบนี้!”
เสียงของฉันดังแทรกความเงียบงันในห้องพักอาจารย์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์จนน่าตกใจ ฝ่ามือที่วางลงบนโต๊ะไม้ขัดเงาแน่นจนปลายนิ้วเปลี่ยนเป็นสีขาว ฉันกวาดสายตามองกระดาษรายชื่อบนโต๊ะด้วยความรู้สึกเหมือนมีลาวาร้อนๆ ไหลวนอยู่ในอก
‘โปรเจกต์พิเศษ: พาย (สถาปัตย์ปี 4) ร่วมกับ คิน (วิศวะปี 4)’
มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ๆ ใครจะไปเชื่อว่าการสุ่มรายชื่อข้ามคณะจะโชคดีจนได้ ‘ปีศาจน้ำแข็ง’ มาเป็นคู่หูได้แบบพอดิบพอดีขนาดนี้
“มันคือระบบอัลกอริทึมที่ทางมหาวิทยาลัยตั้งค่าไว้เพื่อเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างสองคณะ พาย... เธอเองก็รู้ว่างานนี้มันใหญ่เกินกว่าที่เด็กสถาปัตย์คนเดียวจะแบกไหว และในเมื่อ ‘เขา’ มีศักยภาพพอจะช่วยงานดีไซน์ของเธอให้สมบูรณ์แบบได้ อาจารย์ก็ไม่เห็นเหตุผลที่จะต้องเปลี่ยน” อาจารย์ที่ปรึกษาวางปากกาลงพลางถอนหายใจ “ไปเถอะ ฉันรู้ว่าเธอเก่ง แต่โปรเจกต์นี้ถ้าไม่จับคู่กับคิน... เกรดเอที่เธอหวังไว้ ก็คงเป็นได้แค่ความฝัน”
คำพูดของอาจารย์เหมือนเข็มพันเล่มที่ทิ่มแทงเข้าที่ความทะเยอทะยานของฉัน ฉันกัดริมฝีปากแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ
เกรดเอคือทุกอย่างสำหรับฉัน... คือใบเบิกทางเดียวที่จะทำให้พ่อกับแม่เลิกเอาฉันไปเปรียบเทียบกับลูกพี่ลูกน้องที่เรียนหมอเสียที
“ได้ค่ะ... ถ้ามันคือทางเดียวที่หนูจะได้ในสิ่งที่ต้องการ หนูจะ ‘พยายาม’ เข้ากับเขาให้ได้” ฉันคว้ากระดาษแผ่นนั้นมาถือไว้แน่นก่อนจะหันหลังเดินออกมาจากห้องด้วยท่าทางที่พยายามรักษาความมั่นใจที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ในใจจะอยากกรีดร้องจนคอแตก
“พาย! เป็นไงบ้างวะ? หน้าตาเหมือนคนเพิ่งไปโกรธใครมาสิบชาติ” ธันวาที่ยืนรออยู่หน้าตึกรีบปรี่เข้ามาหา เมื่อเห็นฉันเดินหน้ามุ่ยออกมา เขาก็แทบจะเดาออกทันที “อย่าบอกนะว่า... กลุ่มที่อาจารย์จัดให้มันหายนะขนาดนั้น”
“หายนะน่ะมันน้อยไป” ฉันโยนกระดาษใส่หน้าเพื่อนสนิท “ดูซะ... แล้วแกจะรู้ว่านรกมีจริงในคราบวิศวะหน้าหล่อ”
ธันวากวาดสายตาอ่านรายชื่อในกระดาษ ก่อนจะอุทานออกมาเสียงหลง “คินเนี่ยนะ?! ไอ้เดือนคณะวิศวะที่เย็นชาจนคนนึกว่าตายด้านน่ะเหรอ? เฮ้ย! พาย นี่มันงานช้างชัดๆ ใครๆ ก็รู้ว่าหมอนั่นน่ะ ‘เข้าถึงยาก’ ขนาดไหน แถมข่าวก่อนหน้านี้ที่ว่ามันซัดรุ่นน้องจนต้องเข้าห้องพยาบาลเพราะดันไปวิจารณ์แบบแปลนของมันผิดพลาด... พาย แกจะรอดเหรอวะ?”
“ปากน่ะเก็บไว้กินข้าวบ้างธันวา” ฉันถอนหายใจยาว “คนอย่างฉันไม่กลัวหรอก ของพรรค์นั้น... ถ้ามันกล้ามาปากดีใส่ฉัน ฉันจะตอกกลับให้จนหาทางกลับตึกวิศวะไม่ถูกเลยคอยดู”
ฉันก้าวฉับๆ ไปยัง ‘โรงหล่อ’ หรือสถานที่ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแล็บส่วนตัวของนักศึกษาวิศวะเครื่องกล เสียงเครื่องจักรดังระงมไปทั่วบริเวณ กลิ่นน้ำมันเครื่องและโลหะอบอวลจนน่าเวียนหัว แต่สายตาของฉันกลับจับจ้องไปที่ร่างสูงโปร่งในชุดช็อปสีน้ำเงินเข้มที่กำลังก้มหน้าก้มตาเชื่อมเหล็กอยู่อย่างมีสมาธิ
แผ่นหลังกว้างนั่นดูแข็งแกร่งและดื้อรั้นในเวลาเดียวกัน ผมสีดำขลับที่ยุ่งเหยิงเล็กน้อยจากการทำงานดูมีเสน่ห์อย่างประหลาด... แต่นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลที่ฉันจะละเว้นเขา
“นี่!” ฉันเรียกเสียงดังแข่งกับเสียงเครื่องจักร
คินชะงักไปเล็กน้อย แต่เขาก็ยังไม่หันมา เขาวางหัวเชื่อมลงอย่างใจเย็น ก่อนจะค่อยๆ ถอดถุงมือหนังออกทีละนิ้ว แล้วหันกลับมาเผชิญหน้ากับฉัน
ดวงตาคู่นั้น... ดวงตาที่นิ่งเรียบจนเหมือนเหวที่ไม่มีก้นบึ้ง จ้องมองมาที่ฉันอย่างเย็นชา ริมฝีปากบางเฉียบของเขาเหยียดออกเล็กน้อยราวกับจะเยาะเย้ย
“ถ้าจะมาทวงงานที่ยังไม่เริ่ม... ก็กลับไปนอนรอที่ตึกแกเถอะ ฉันไม่ว่างมาฟังเสียงแหลมๆ ของเธอตอนนี้”
“ไอ้คนปากเสีย!” ฉันก้าวเข้าไปประชิดตัวเขา กลิ่นน้ำมันเครื่องผสมกับกลิ่นสบู่อ่อนๆ จางๆ จากตัวเขาทำเอาฉันชะงักไปครู่หนึ่ง แต่มันก็แค่เสี้ยววินาที “ฉันไม่ได้อยากมาหาแกหรอกนะถ้าไม่จำเป็น แต่อาจารย์สั่งให้เราจับคู่ทำโปรเจกต์นี้ด้วยกัน และฉันก็หวังว่าแกจะทำงานให้สมกับที่เป็นเดือนวิศวะ ไม่ใช่เอาแต่สร้างกำแพงกั้นคนอื่นไปวันๆ”
คินเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง เขาก้าวเข้ามาหาฉันก้าวหนึ่ง จนระยะห่างระหว่างเราลดน้อยลงจนน่าอึดอัด ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาปะทะเข้าที่ข้างแก้มฉันอย่างจัง
“โปรเจกต์?” เขาแค่นหัวเราะในลำคอ “เธอคิดว่าผู้หญิงเอาแต่ใจที่วันๆ เอาแต่ขีดๆ เขียนๆ รูปวาดสวยหรู จะมีความสามารถพอที่จะตามงานคำนวณของฉันทันเหรอ พาย... เก็บความมั่นใจของเธอไว้ใช้ตอนที่เธอทำโปรเจกต์พังคามือแล้วกัน”
“แก!” ฉันเงื้อฝ่ามือขึ้นด้วยความโกรธจัดที่พุ่งถึงขีดสุด แต่เขากลับคว้าข้อมือฉันไว้ได้ทันท่วงที แรงบีบจากมือนั้นแน่นหนาแต่กลับไม่ได้ทำให้ฉันเจ็บ
เขาย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้ใบหน้าของเราอยู่ในระดับเดียวกัน จ้องลึกเข้ามาในดวงตาของฉันเหมือนจะค้นหาอะไรบางอย่าง
“อย่ามาทำกิริยาต่ำๆ ในแล็บของฉัน” เขาเอ่ยเสียงต่ำแหบพร่า “ถ้าอยากให้งานนี้รอด... ก็หัดเชื่อฟังซะบ้าง หรือไม่ก็...”
เขาเว้นจังหวะไป สายตาคู่คมกริบนั่นเลื่อนลงมามองที่ริมฝีปากของฉันชั่วครู่ ก่อนจะยิ้มมุมปากที่ดูร้ายกาจจนฉันหายใจติดขัด
“...จะยอมให้ฉัน ‘สอน’ วิธีการทำงานแบบวิศวะในแบบของฉันดูไหมล่ะ?”
ยังไม่ทันที่ฉันจะอ้าปากด่ากลับ เสียงประตูเหล็กทางเข้าแล็บก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงตะโกนของใครบางคนที่ทำเอาบรรยากาศมาคุระหว่างเราพังทลายลงในพริบตา
“คิน! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว! ฝ่ายบัญชีโทรมาแจ้งว่าบริษัทพ่อแกกำลังจะถูกระงับโครงการด่วน!”
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับจุดเริ่มต้นของความวุ่นวายนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ หวังว่ารี้ดของเกียร์จะอดใจรอความแซ่บในตอนต่อไปไหวนะคะ!
วิศวะสายดาร์กกับยัยปากกรรไกรในวิชาแล็บ•ตอนที่ 1
จับคู่กับปีศาจ
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายดาร์กกับยัยปากกรรไกรในวิชาแล็บ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!