ยอดกุนซือหญิงแห่งไร่ชาหมื่นลี้กับนายพรานผู้คลั่งรักยุค 70•ตอนที่ 1

มิติใหม่ในร่างสะใภ้ผู้ชอกช้ำ

ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
“นังสะใภ้ขี้เกียจสันหลังยาว! ตะวันโดเลยหัวไปเท่าไหร่แล้ว ยังกล นอนอืดอยู่บนเตียงอีกรึ! คิดจะให้คนทั้งบ้านอดตายตามเจ้าหรือไงวะ!” เสียงแหลมสูงราวนกกระเรียนบาดแก้วหู ดังทะลุประทึบประตูไม้เก่าคร่ำคร่าเข้ามาปลุกสติที่ล่องลอยให้กลับคืนมา เซี่ยว่านหลิงขยبيเปลือกตาขึ้นช้าๆ ความเจ็บแปลบราวนethมีใครเอาเข็มพันเล่มมาทิ่มแทงศีรษะแล่นริ้วเข้าสู่สมอง ภาพความทรงจำอันกระจัดกระจายไหลทะลักเข้ามาดั่งกระแสน้ำป่าหลาก นางมิใช่เซี่ยว่านหลิง บุตรีขุนนางผู้ตกยากแห่งแคว้นฉินผู้เป็นถึงกุนซือหญิงผู้กุมแผนยุทธศาสตร์พลิกแผ่นดินอีกต่อไปแล้ว แต่นางคือ ‘เซี่ยว่านหลิง’ หญิงสาวชาวบ้านในยุค 1970 แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนผู้มีชะตากรรมรันทด ร่างกายนี้ผอมแห้งแรงน้อยเนื่องจากทำงานหนักและขาดสารอาหาร สามีถูกส่งตัวไปทำงานในเหมืองไกลโพ้น ทิ้งให้นางต้องเผชิญหน้ากับแม่สามีใจยักษ์มารและพี่สามีจอมเกียจคร้านที่จ้องจะสูบเลือดสูบเนื้อ “เพล้ง!” เสียงถังไม้กระแทกพื้นสนามหญ้าหน้าบ้านดังสนั่น ตามด้วยเสียงตบโต๊ะอย่างเกรี้ยวกราดของแม่เฒ่าจาง นางเฒ่าร่างท้วมก้าวเข้ามาในห้องนอนคับแคบด้วยท่าทีคุกคาม ใบหน้าย่นยู่บิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว มือหยาบกร้านชี้หน้าหญิงสาวที่นอนพะงาบๆ อยู่บนเตียง ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้นะ! อย่ามาทำมารยาสำออยว่าป่วย ข้าวของในบ้านหมดเกลี้ยงแล้ว เจ้ายังจะนอนกินบ้านกินเมืองอยู่ได้อีกหรือ หากวันนี้ไม่ซักผ้ากองโตและหาฟืนกลับมาให้ได้สามมัด ข้าจะให้กั๋วเฉียงเขียนใบหย่าไล่เจ้าออกไปจากบ้านตระกูลหานเสีย!” เซี่ยว่านหลิงหรี่ตามองหญิงแก่ตรงหน้า แววตาที่เคยอ่อนแอและหวาดกลัวพลันมลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยประกายตาดุดัน เยียบเย็น และล้ำลึกดั่งหุบผาหมื่นลี้ อดีตกุนซือผู้เคยบัญชาทหารนับหมื่นย่อมไม่สะทกสะท้านต่อเสียงเห่าหอนของสุนัขบ้า เพียงแต่นางกำลังประเมินสถานการณ์และคู่ต่อสู้ในภวังค์ความคิดอันรวดเร็ว สมองของนางหมุนวนอย่างเฉียบคม นี่คือยุคเจ็ดศูนย์ที่ผู้คนยังต้องใช้คูปองแลกอาหาร ความยากลำบากคือกรงขัง แต่มันก็เป็นโอกาสทองของผู้ที่มีมันสมองเช่นกัน การจะเอาตัวรอดในยุคนี้และแก้แค้นคนตระกูลนี้ให้สาสมนางต้องไม่ใช้กำลัง แต่ต้องใช้ ‘ปัญญา’ “แม่พูดจบแล้วใช่ไหมคะ” น้ำเสียงของเซี่ยว่านหลิงแม้จะแหบพร่าเพราะพิษไข้ แต่มันกลับกังวาน นิ่งสงบ และแฝงไปด้วยแรงกดดันประหลาดจนแม่เฒ่าจางถึงกับชะงักค้างไปชั่วขณะ นางไม่คาดคิดว่าลูกสะใภ้ที่เคยร้องไห้ขี้มูกโป่งเวลาโดนด่า จะกล้าสบตาตรงๆ แถมยังใช้น้ำเสียงเยືือกเย็นเช่นนี้ “เจ้า... นังตัวดี กล้าดียังไงมาพูดจายอกย้อนข้า!” แม่เฒ่าจางแผดเสียงกลบเกลื่อนความประหลาดใจ เงื้อมือขึ้นหมายจะตบสั่งสอนสักฉาด ทว่า เซี่ยว่านหลิงเร็วกว่า นางยันกายลุกขึ้นจากเตียงอย่างสง่างาม แม้ร่างจะโอนเอนเล็กน้อยแต่นัยน์ตากลับคมกริบราวนิดาบไร้เงา นางคว้าข้อมือเหี่ยวย่นนั้นไว้ได้ทันก่อนที่ฝ่ามือจะกระทบใบหน้า แรงบีบที่ดูเหมือนจะไร้เรี่ยวแรงกลับกดลงบนจุดชีพจรอย่างแม่นยำ จนแม่เฒ่าจางต้องร้องโودเสียงหลงด้วยความเจ็บปวด “โอ๊ย! มือหักแล้ว! นังสารเลว กล้าทำร้ายแม่สามีรึ!” “แม่คะ ระวังคำพูดด้วยนะคะ” เซี่ยว่านหลิงแย้มยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่งดงามแต่กลับทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกหน Icy สันหลังวาบ “ท่านบอกว่าข้าวของในบ้านหมดเกลี้ยง ลูกสะใภ้อย่างข้าป่วยไข้จนนอนซม ท่านไม่เคยหายยามาให้สักเม็ด มีแต่จะเร่งรัดให้ไปตายเอาดาบหน้า หากเรื่องนี้แพรพรูออกไปว่า ‘คุณแม่ผู้ประเสริฐ’ บังคับให้สะใภ้ป่วยหนักทำงานจนตัวตาย ชาวบ้านและคณะกรรมการหมู่บ้านเขาจะว่าอย่างไรคะ? ชื่อเสียงของพี่ใหญ่กั๋วเฉียงที่กำลังจะสอบเลื่อนขั้น หรือหน้าตาของตระกูลหาน คงป่นปี้ไม่เหลือชิ้นดีแน่” คำพูดแต่ละคำราวกับคมมีดที่กรีดลงบนจุดอ่อน แม่เฒ่าจางหน้าซีดเผือดริมฝีปากสั่นระริก นางรู้ดีว่าคนสมัยนี้กลัวการถูกวิจารณ์จากคอมมิวนิตี้และคณะกรรมการหมู่บ้านที่สุด ยิ่งตระกูลหานพยายามทำตัวให้โดดเด่น หากมีเรื่องอฉาวโฉ่เกิดขึ้น ความฝันที่จะไต่เต้าคงจบสิ้น “เจ้า... เจ้ากล้าขู่ข้าเหรอ!” แม่เฒ่าจางถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว ความยโสโอหังลดฮวบลงครึ่งหนึ่งเมื่อเผชิญหน้ากับแววตาราวกับมองทะลุปรุโปร่งของหญิงสาวตรงหน้า “ข้าไม่ได้ขู่ค่ะ ข้าเพียงแต่พูดความจริง” เซี่ยว่านหลิงปล่อยมือออกจากการเกาะกุมสะบัดเสื้อผ้าเก่าๆ ให้เข้าที่อย่างไม่รีบร้อน นางกวาดสายตามองรอบห้องที่คับแคบและสกปรก ก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง “ในเมื่อท่านบอกว่าข้ากินข้าวไม่ทำงาน งั้นตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป อาหารทุกมื้อในบ้านหลังนี้ ข้าจะเป็นคนจัดการเอง แต่... คนที่ขี้เกียจสันหลังยาว ไม่ยอมแม้แต่จะจับจุ่มน้ำอย่างพี่ใหญ่กั๋วเฉียง จะไม่ได้กินแม้แต่เศษข้าวติดก้นหม้อจากมือข้าจำไว้ด้วยนะคะ” “นัง... นังตัวดี! แกกล้าตัดหางปล่อยวัดลูกชายฉันรึ!” แม่เฒ่าจางกรีดร้องด้วยความคลุ้มคลั่งเมื่อได้ยินว่าลูกชายสุดที่รักจะอดอาหาร ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดจนถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักหน่วงก้าวฉับๆ เข้ามาที่ประตูก็หยุดการปะทะฝีปากลง ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อผ้าทำงานมอมแมมและเปื้อนโคลนของชายหนุ่มคนหนึ่งปรากฏขึ้นที่หน้าประตูกลางเรือน ดวงตาคมกริบกวาดมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยแววตาดุดันราวกับพญาอินทรีที่ปกป้องรัง นั่นคือ ‘หานอี้เฉิน’ สามีผู้เงียบขรึมและถูกตราหน้าว่าเป็นตัวซวยของบ้านหลังนี้ แต่ในสายตาของอดีตกุนซือหญิง เซี่ยว่านหลิงกลับมองเห็นประกายบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้ความดิบเถื่อนนั้น... ประกายความคลั่งรักที่พร้อมจะแผดเผาทุกคนที่กล้าแตะต้องภรรยาของเขา! หานอี้เฉินก้าวเข้ามาหยุดยืนขวางหน้าแม่ของตนไว้ทันที ร่างกายกำยำบังร่างผอมบางของภรรยาไว้มิดชิด น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ “แม่ครับ... ว่านหลิงป่วยอยู่ อย่ามารังแกเธออีกเลย ไม่อย่างนั้น... ผมก็ไม่รับรองว่าบ้านหลังนี้จะสงบสุขเหมือนเดิม” แม่เฒ่าจางอ้าปากค้าง มองลูกชายคนที่สองที่ปกติไม่เคยปริปากเถียง แต่วันนี้กลับกล้าประกาศกร้าวเพื่อปกป้องภรรยาตัวดี แต่ทว่า... ก่อนที่ใครจะได้ทันเอ่ยสิ่งใด กลิ่นหอมประหลาดลึกล้ำบางอย่างก็โชยทะลุผ่านหน้าต่างห้องครัวเก่าๆ เข้ามาแตะจมูกของทุกคน กลิ่นหอมหวานของน้ำซุปกระดูกเคี่ยวกับเครื่องเทศโบราณที่มิควรจะมีอยู่ในยุคข้าวยากหมากแพงเช่นนี้! หานอี้เฉินขมวดคิ้วมุ่น จมูกคมสูดดมกลิ่นนั้นด้วยความประหลาดใจ ส่วนแม่เฒ่าจางถึงกับลืมความโกรธ หันขวับไปมองห้องครัวด้วยความตกตะลึง กลิ่นหอมนี้มาจากไหน? และในหม้อดินเก่าร้าวของเซี่ยว่านหลิง... บัดนี้กำลังปรุงสิ่งใดอยู่กันแน่? โปรดติดตามตอนต่อไป... (ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางข้ามมิติมาด้วยกันนะคะ หวังว่าจะสนุกและหลงรักเล่ห์กลของพี่หลิงและสามีสายเปย์คนนี้ไปด้วยกันนะคะ!)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดกุนซือหญิงแห่งไร่ชาหมื่นลี้กับนายพรานผู้คลั่งรักยุค 70 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%