"ถ้าสะใภ้รองอย่างพวกแกยังหาเงินมาจ่ายค่ารักษาให้ตระกูลเฉินไม่ได้ภายในวันนี้ พรุ่งนี้เช้าก็ไสหัวออกจากบ้านหลังนี้ไปซะ! อย่าหาว่าฉันใจร้ายที่ไม่เตือน!"
เสียงแหลมสูงบาดแก้วหูของแม่ใหญ่จางดังทะลุผนังดินเหนียวเก่าๆ เข้ามา กระแทกโสตประสาทของหลินอวี้หลานจนเธอต้องขมวดคิ้วมุ่น ความเจ็บแปลบราфถูกเข็มพันเล่มทิ่มแทงแล่นพล่านไปทั่วสมอง ภาพความทรงจำอันกระจัดกระจายหลั่งไหลเข้ามาดั่งกระแสน้ำวน หลินอวี้หลาน ยอดเชฟหญิงแห่งแดนเซียนผู้ปรุงอาหารทิพย์จนบรรลุขั้นสูงสุด พลาดท่าถูกพิษสวรรค์ในค่ายกลมิติ ระเบิดร่างแตกดับ แต่จิตวิญญาณกลับไม่ดับสลาย—มันร่วงหล่นลงมาสิงสู่ในร่างของ 'หลินอวี้หลาน' หญิงสาวแห่งยุค 1970 ที่เพิ่งตรอมใจตายเพราะความยากแค้นและความกดดันจากบ้านใหญ่
"แค่กๆ... พี่สะใภ้ใหญ่ โปรดเมตตาพวกเราสักนิดเถอะค่ะ กั๋วเฉียงเพิ่งขาหักจากเหมือง แผลยังไม่แห้งสนิทดีเลย เงินเก็บก้อนสุดท้ายเราก็เพิ่งเอาไปจ่ายค่ายาให้แม่สามีหมดแล้ว..." เสียงแหบพร่าสั่นเครือเต็มไปด้วยความสิ้นหวังดังขึ้นจากข้างเตียง หลินอวี้หลานกะพริบตาไล่ความมึนงง พลันกวาดสายตามองไปรอบห้อง
ห้องแคบอับชื้น ผนังฉาบด้วยดินโคลนที่เริ่มกะเทาะร่อน หลังคามุงจากเก่าๆ ที่มีแสงแดดยามสายลอดผ่านรอยแตกเข้ามาเป็นลำ พื้นดินอัดแน่นไร้การปูลาด บนเตียงไม้ไผ่เก่าเอี๊ยดออดยวบยาบตามน้ำหนักร่าง มีชายหนุ่มคนหนึ่งนอนหน้าซีดเซียวอยู่ เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มหน้าผากด้วยความเจ็บปวด ดวงตาคมเข้มคู่นั้นมองมาที่เธอด้วยความรู้สึกผิดและเจ็บปวดลึกซึ้ง
นี่คือ 'เฉินกั๋วเฉียง' สามีผู้ซื่อสัตย์และเงียบขรึมของเธอในร่างนี้ ขาท่อนขวาถูกดามด้วยไม้ไผ่พันมัดไว้ลวกๆ อาการบาดเจ็บสาหัสจากการทำงานในเหมืองถ่านหินเพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัว แต่กลับถูกตระกูลเฉินฝ่ายสามีรีดไถจนไม่เหลือแม้แต่เศษสตางค์ แถมยังถูกตราหน้าว่าเป็นตัวถ่วง!
"เมตตา? พวกแกกินข้าวต้มเจือจางในบ้านนี้มาหลายปี ยังกล้ามาขอความเมตตาอีกเรอะ!" แม่ใหญ่จางสะบัดก้นเดินน่องเข้ามาในห้อง กลิ่นแป้งผัดราคาถูกผสมกลิ่นเหงื่อไคลโชยเข้าจมูกจนหลินอวี้หลานต้องเบือนหน้าหนีด้วยความรังเกียจ ป้าสะใภ้ใหญ่เท้าสะเอว มองสองสามีภรรยาด้วยสายตารังเกียจเดียดฉันท์ "ถ้าไม่มีเงิน ก็เอาข้าวสารครึ่งถุงสุดท้ายกับไก่บ้านสองตัวนั้นมา! ถือว่าเป็นค่าเช่าหัวนอนที่พวกแกอาศัยอยู่ร่วมชายคาเดียวกัน!"
"ไม่ได้นะ!" หลินอวี้หลานเผลออุทานออกมา เสียงของเธอนุ่มนวลทว่าก้องกังวานและทรงพลังอย่างประหลาด
เฉินกั๋วเฉียงสะดุ้งเล็กน้อย เงยหน้ามองภรรยาที่ปกติเอาแต่ก้มหน้าร้องไห้ วันนี้แววตากลับเปล่งประกายคมกริบดั่งคมมีดที่เพิ่งลับจนขึ้นเงา
แม่ใหญ่จางชะงัก หรี่ตามองหลินอวี้หลานอย่างไม่เชื่อสายตา "โอho! นั่งซึมเป็นสากกะเบือมาหลายวัน วันนี้ปีกกล้าขาแข็งขึ้นมาแล้วสินะ นังเด็กนี่! แกกล้าปฏิเสธฉันเรอะ?"
หลินอวี้หลานค่อยๆ พยุงกายลุกขึ้นยืน แม้ร่างกายจะอ่อนแอไร้เรียวแรงจากการอดอยาก แต่ท่วงท่าและออร่ารอบตัวกลับสง่างามเย่อหยิ่งราวกับเซียนผู้สูงศักดิ์ลงมาจุติ เธอปัดชายเสื้อที่เก่าขาดวิ่นอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะก้าวเข้าไปเผชิญหน้ากับป้าสะใภ้จอมโลภโดยไม่หลบสายตาแม้แต่น้อย
"ป้าสะใภ้ใหญ่ พูดจาให้มันมีสติหน่อยค่ะ" หลินอวี้หลานยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา กลับทำให้แม่ใหญ่จางรู้สึกหนสันหลังวาบอย่างไม่มีสาเหตุ "เงินเก็บสามปีที่พวกเราส่งเข้ากองกลางกองกลางของตระกูลเฉิน รวมกันไม่ต่ำกว่าสามร้อยหยวน ค่ารักษาพยาบาลแม่สามี ลูกหลานบ้านใหญ่กินอยู่บนหยาดเหงื่อแรงงานของพวกเรามาตลอด แล้วตอนนี้สามีฉันขาหัก ป้ายังหน้าด้านมาทวงเอาข้าวสารกับไก่ต่อชีวิตก้อนสุดท้ายไปอีกหรือคะ? ยางอายของป้า... สงสัยคงเอาไปต้มกินกับเกลือหมดแล้วกระมัง!"
*เพี๊ยะ!* (ไม่ใช่... เสียงตบ แต่เป็นเสียงสูดปากด้วยความตะลึงของคนแอบฟังนอกหน้าต่าง)
แม่ใหญ่จางหน้าดำคร่ำเครียดจนกลายเป็นสีตับหมู อ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ นางไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่านังสะใภ้รองผู้ขลาดเขลาคนนี้จะกล้าต่อปากต่อคำด้วยวาจาเชือดเฉือนถึงเพียงนี้!
"นัง... นังสะใภ้สารเลว! แกกล้าด่าฉันเรอะ! อีเด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้า บ้านเฉินรับแกเข้ามาเป็นสะใภ้ถือว่าทำบุญไหว้พระแล้ว วันนี้ถ้าแกไม่คายของออกมา ฉันจะไปตามหัวหน้าหมู่บ้านมาไล่พวกแกออกไปนอนกลางนาแน่!" แม่ใหญ่จางกรีดร้องด้วยความโกรธเกรี้ยวจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน
"เชิญเลยค่ะ!" หลินอวี้หลานเชิดหน้าขึ้น เลิกคิ้วท้าทาย "ไปตามหัวหน้าหมู่บ้านมาเลยค่ะ ดีเสียอีก ฉันจะได้ให้ท่านหัวหน้าช่วยตรวจสอบบัญชีเงินกองกลางที่พวกท่านสูบเอาจากสามีฉันไปตลอดห้าปีที่ผ่านมาด้วยว่ามันหายไปไหนหมด! เงินเบี้ยเลี้ยงทหารผ่านศึกของพ่อสามีที่ตายไป... อยู่ที่ใครกันแน่นะ?"
สิ้นคำพูดนี้ สีหน้าของแม่ใหญ่จางเปลี่ยนสีฉับพลัน ความโกรธเกรี้ยวถูกแทนที่ด้วยความตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาลอกแลก ลมหายใจสะดุดกึก เรื่องเงินบำนาญและเงินกองกลางเป็นจุดตายของบ้านใหญ่ หากเรื่องนี้ถึงหูหัวหน้าหมู่บ้านและชาวบ้านคนอื่นๆ มีหวังพวกนางได้กลายเป็นตัวตลกและถูกตรวจสอบจนหมดตัวแน่!
"แก... แกอย่ามาพูดจาเพ้อเจ้อนะ!" แม่ใหญ่จางเสียงสั่นเล็กน้อย แต่ยังคงกัดฟันขู่ตะคอกกลบเกลื่อน "ฝากไว้ก่อนเถอะนังตัวดี! พรุ่งนี้เช้าถ้าพวกแกไม่มีเงินมาส่งให้ฉัน อย่าหาว่าฉันไม่เตือน!"
พูดจบ แม่ใหญ่จางก็สะบัดหน้าหนี เดินกระแทกเท้าหนีออกไปจากบริเวณนั้นด้วยความหัวเสีย ทิ้งเสียงสบถด่าทอไล่หลังมาเป็นระยะ
เมื่อร่างของป้าสะใภ้จอมสูบเลือดลับสายตาไป หลินอวี้หลานก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ ร่างกายในโลกนี้ช่างอ่อนแอเสียจริง แค่เถียงคนไปยกเดียวก็เล่นเอาหน้ามืดตาลายแล้ว
"อวี้หลาน..." เสียงทุ้มต่ำแหบแห้งดังขึ้นจากบนเตียง เฉินกั๋วเฉียงมองภรรยาด้วยแววตาซับซ้อน ทั้งตกตะลึง กังวล และเปี่ยมด้วยความรู้สึกผิด "เธอ... ไม่ควรไปยั่วโมโหป้าใหญ่เลย พวกเราไม่มีเงินจริงๆ นะ... ขาฉันก็เป็นแบบนี้แล้ว พรุ่งนี้เราจะทำอย่างไรดี?"
หลินอวี้หลานหันกลับมามองสามี ดวงตาคู่สวยทอประกายอ่อนโยนลงวูบหนึ่ง เธอเดินเข้าไปใกล้เตียงไม้ไผ่ เอื้อมมือไปจับข้อมือหนาหยาบกร้านของเขาเพื่อตรวจชีพจรโดยสัญชาตญาณของหมอเซียน
สัมผัสอบอุ่นจากฝ่ามือของภรรยาทำให้เฉินกั๋วเฉียงสะดุ้งเล็กน้อย ใบหน้าคมเข้มขึ้นสีแดงจางๆ ด้วยความเขินอาย เขาไม่เคยชินกับการที่ภรรยาเนื้อตัวหอมกรุ่น (แม้จะแปลกใจว่ากลิ่นหอมนี้มาจากไหน ทั้งที่บ้านไม่มีสบู่ดีๆ ใช้) เข้ามาใกล้ชิดเช่นนี้
"วางใจเถอะค่ะกั๋วเฉียง" หลินอวี้หลานกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่มั่นคงเด็ดเดี่ยว แววตาดำขลับคู่นั้นเปล่งประกายความเชื่อมั่นจนชายหนุ่มเผลอใจเต้นแรง "สามีของฉัน หลินอวี้หลานคนนี้ไม่มีวันยอมให้ใครมาไล่ที่หรือรังแกเราได้อีกเด็ดขาด เงินหรือคะ? ของแค่นั้น... ฉันหาได้ง่ายเสียยิ่งกว่าพลิกฝ่ามือ!"
ขณะที่เฉินกั๋วเฉียงยังคงงุนงงกับคำพูดโอ้อวดเกินจริงของภรรยา สายตาของเขาก็ต้องเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อจู่ๆ บนฝ่ามือเรียวบางของหลินอวี้หลาน ก็ปรากฏ "หม้อตุ๋นดินเผาโบราณลวดลายประหลาด" และ "โถหยกใส่อาหารทิพย์" ลอยเด่นขึ้นมากลางอากาศ พร้อมกับกลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศสวรรค์ที่พวยพุ่งทะลักทะลายตลบอบอวลไปทั่วทั้งห้องนอนแคบๆ จนกลบกลิ่นอับชื้นจนหมดสิ้น!
กลิ่นหอมเย้ายวนใจนั้นเข้มข้นรุนแรงเสียจนกระทั่งประตูรั้วบ้านใหญ่ที่อยู่ถัดไปถึงกับเปิดผางขึ้น เสียงอุทานด้วยความตกใจของแม่ใหญ่จางดังลั่นมาตามลม—
"กลิ่นอะไรวะเนี่ย... หอมฉุนชวนน้ำลายสอขนาดนี้มาจากไหนกัน?!"
---
*ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้ "หลินฮวายุคปฏิรูป" เสมอมานะคะ!*
เซียนครัวมิติลับกับสามีซื่อบื้อแห่งยุค 70•ตอนที่ 1
ตื่นขึ้นในกลิ่นอายควันไฟยุค 70
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนครัวมิติลับกับสามีซื่อบื้อแห่งยุค 70 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!