อาคมอำพรางกับพยานคนสุดท้าย•ตอนที่ 1

เหยื่อที่ไร้เงา

ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
กลิ่นคาวสนิมเหล็กที่เจือจางอยู่ในอากาศยามตีสาม คือสิ่งเดียวที่ยืนยันว่าความตายไม่ใช่เรื่องนามธรรม ร.ต.อ.ธันวายืนนิ่งอยู่ ณ ใจกลางสวนสาธารณะใจกลางเมืองหลวง แสงไฟจากป้ายโฆษณาLEDขนาดใหญ่สะท้อนผ่านม่านหมอกบางเบา อาบไล้ร่างของเขาให้กลายเป็นสีเทาหม่น รองเท้าหนังขัดมันเหยียบย่ำลงบนพื้นหญ้าที่ชุ่มน้ำค้าง รอบตัวเขาถูกปิดกั้นด้วยแถบพลาสติกสีเหลืองสะท้อนแสงของเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ตรงหน้าคือร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูททำงาน นอนหงายสนิทอยู่บนพื้นหญ้าเขียวขจี ทว่า สิ่งที่ดึงดูดสายตาและทำให้เส้นขนบนต้นคอของนายตำรวจหนุ่มลุกชัน ไม่ใช่สภาพศพที่ไร้ร่องรอยการต่อสู้ หรือดวงตาที่เบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว หากแต่เป็น "เงา" ของร่างนั้น เงาที่ทอดตัวยาวไปบนพื้นคอนกรีตข้างสวน ไม่ใช่เงาดำทึบตามธรรมชาติ แต่มันคือ "รอยไหม้" สีดำสนิทราวกับถูกแผดเผาด้วยความร้อนนับพันองศา ลึกลงไปในเนื้อคอนกรีตจนเป็นหลุมเว้า รอยไหม้นั้นบิดเบี้ยว ไร้รูปทรงของมนุษย์ แต่มันสะท้อนรูปร่างของความตายได้อย่างชัดเจนที่สุด "ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ ไม่มีสารพิษในกระแสเลือดเบื้องต้น รอยนิ้วมือรอบตัวไม่มีแม้แต่นอยด์เดียว...เหมือนเขาแค่ล้มลงแล้วดับสูญไปเฉยๆ" เสียงทุ้มต่ำของผู้กองหนุ่มเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ โดยไม่ได้หันไปมองลูกน้องที่ยืนตัวสั่นอยู่ด้านหลัง "แล้วเรื่องเงานั่นล่ะครับผู้กอง ทางพิสูจน์หลักฐานบอกว่า มันเหมือนกับ...รังสีความร้อนสูงจัดพุ่งปะทะร่างจากด้านบน แต่ผลตรวจสภาพแวดล้อมกลับไม่พบความร้อนตกค้างเลยแม้แต่น้อย" นายตำรวจชั้นประทวนกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "มัน...มันไม่ใช่คดีฆาตกรรมธรรมดาแน่ครับ" ธันวาไม่ตอบ เขาเพียงแต่ปรายตามองศพเบื้องหน้า แววตาคมกริบฉายแววครุ่นคิด ปมในอดีตเกี่ยวกับคดีปริศนาของพ่อที่เคยทิ้งไว้ให้เขาค้างคาใจผุดขึ้นมาในหัวราวกับเงาตามตัว กฎหมายและตรรกะที่เขายึดถือมาตลอดชีวิตกำลังถูกท้าทายด้วยความจริงที่วิทยาศาสตร์ไม่อาจหาคำตอบ "ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผมเถอะครับ ผู้กองธันวา" น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงด้วยความเยือกเย็นดังขึ้นจากความมืดใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ ร่างสูงโปร่งในชุดโค้ทสีดำสนิทก้าวเท้าออกมาอย่างเงียบเชียบ ราวกับเขาไม่ได้เดินมาจากที่ไหน แต่ถูกกลืนหายและโผล่ขึ้นมาจากความมืดนั้นเอง อินทุ จอมขมังเวทอิสระผู้มีนัยน์ตาสีเทาคู่คม กวาดสายตามองศพและรอยไหม้นั้นด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก รอยยิ้มที่อ่านไม่ออกว่าเขากำลังรู้สึกสนุกหรือสมเพช ธันวาหันไปมองผู้มาใหม่ สีหน้าของเขาเรียบสนิท แต่มือที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อโค้ทกำเข้าหากันแน่นโดยไม่รู้ตัว "คุณมาช้าไปสิบนาทีนะ อินทุ" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย "หรือว่ามัวแต่ไปแวะดื่มชาอุ่นๆ เพื่อแก้หนาวจากอาคมโบราณที่ไหนอยู่" "ความหนาวไม่ได้มาจากอากาศหรอคับ ผู้กอง...แต่มันมาจากความกลัวของมนุษย์ต่างหาก" อินทุเดินเข้าไปใกล้ศพมากขึ้น เขาย่อตัวลงใช้ปลายนิ้วแตะเบาๆ ที่ขอบรอยไหม้สีดำบนพื้นคอนกรีต ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัส รอยไหม้นั้นก็เกิดอาการสั่นไหวเล็กน้อยราวกับมีชีวิต "คุณเชื่อเรื่องบาปกรรมไหมครับ? บางครั้งคนเราไม่ได้ตายเพราะถูกฆ่า...แต่ตายเพราะเงาของตัวเองมันปฏิเสธที่จะแบกรับความชั่วช้าต่อไป" "อย่ามาพูดจาปรัชญาไร้สาระกับผม ไสยเวทอะไรก็ช่าง นี่คือคดีฆาตกรรม และผมมีหน้าที่หาตัวคนร้ายมาเข้าคุกตามกฎหมาย ไม่ใช่ฟังคุณมาบรรยายธรรมบนกองศพ" ธันวาตอกกลับด้วยน้ำเสียงเฉียบคม แววตาคู่นั้นสะท้อนความดื้อรั้นและอุดมการณ์อันแน่วแน่ อินทยืนขึ้นเต็มความสูง เขาสบตากับนายตำรวจหนุ่มนิ่งนาน ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองแทบจะหายใจรดกัน เคมีอันตรายระหว่างความถูกต้องตามกฎหมายกับพลังเร้นลับนอกเหนือกฎเกณฑ์ปะทะกันอย่างเงียบเชียบในอากาศที่หนาวเหน็บ "คุณคิดว่ากฎหมายของคุณจะจับ 'ความมืด' ที่อยู่ในใจคนได้หรือครับ ผู้กอง?" อินทยิ้มมุมปากอีกครั้ง "ชายคนนี้ไม่ได้ถูกฆ่าด้วยมีด ปืน หรือยาพิษ...แต่เขาถูก 'ลบ' ออกจากสารบบของโลกใบนี้ด้วยคาถาอาคมระดับสูง ผู้ที่ทำเรื่องนี้ได้ ต้องเป็นคนที่รู้จักเหยื่อดีกว่าที่เหยื่อรู้จักตัวเอง" ธันวาหรี่ตาลง ประโยคนั้นสะกิดใจเขาอย่างจัง "หมายความว่ายังไง" "หมายความว่า..." อินทุโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้กระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่ชวนให้สันหลังวาบหวิว "พยานคนสุดท้ายที่เห็นเหตุการณ์นี้ ไม่ใช่มนุษย์...และเขากำลังยืนมองเราอยู่ตรงนั้น" จังหวะนั้นเอง ลมพัดกระโชกแรงจนแถบกั้นสีเหลืองสะท้อนแสงสะบัดไหว เสียงฝีเท้าหนักๆ ก้าวเข้ามาจากมุมมืดของพุ่มไม้ทึบด้านหลัง ทั้งธันวาและอินทุหันขวับไปพร้อมกัน ร่างของเด็กหญิงคนหนึ่งในชุดนักเรียนเปียกโชก ก้าวออกมาจากความมืด เธอไม่มีเงาทอดลงบนพื้นเช่นกัน และเมื่อเธอเงยหน้าขึ้นสบตากับธันวา รอยยิ้มกว้างจนถึงใบหูก็ปรากฏขึ้นพร้อมกับคำพูดที่ทำให้ลมหายใจของนายตำรวจหนุ่มสะดุดกะทันหัน "คุณพ่อ...บอกว่าคุณคือนายตำรวจที่จะมาจับฆาตกรตัวจริง...ใช่ไหมคะ?" ขอบพระคุณที่ติดตามอ่านตอนแรกด้วยกันนะครับ หวังว่าจะชื่นชอบการเดินทางครั้งนี้ครับ
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาคมอำพรางกับพยานคนสุดท้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%