กาแฟดำร้อนๆ แก้วที่สามของวันถูกวางกระแทกิกลงบนโต๊ะทำงานกระจกใสจนของเหลวสีเข้มกระฉอกออกมารดขอบแก้ว แต่เจ้าของโต๊ะอย่าง ‘รินรดา’ กลับไม่แม้แต่จะชายตามอง หล่อนกำลังเผชิญหน้ากับหายนะชิ้นโบว์แดงที่ชื่อว่า *“โปรเจกต์รีแบรนด์ระดับชาติ”* ซึ่งบริษัททุ่มงบไม่อั้นเพื่อซื้อความยิ่งใหญ่ แต่ประทานโทษ... เวลาส่งมอบงานคืออีกสองสัปดาห์ข้างหน้า และไอเดียที่หล่อนปั่นหัวแทบแตกเมื่อคืน ถูกฉีกทิ้งไม่เหลือชิ้นดีด้วยปลายปากกาหมึกซึมราคาแพงของใครบางคน
“โครงสร้างบ้าอะไรเนี่ย เหมือนเอาสลัดผูกโบว์ชัดๆ ไร้ทิศทาง ไร้รสนิยม และที่สำคัญ... มันใช้จริงไม่ได้”
น้ำเสียงราบเรียบ เย็นชา และทรงอำนาจแบบฉบับ ‘อาร์ตไดเรกเตอร์ผู้เนี๊ยบจัด’ ดังขึ้นเหนือหัว รินรดาถึงกับต้องสูดลมหายใจเข้าลึกจนเต็มปอด เพื่อไม่ให้ตัวเองลุกขึ้นไปกระชากคอเสื้อคนพูดให้หลุดรุ่ย หล่อนค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาคู่สนทนา ส่งยิ้มหวานหยดที่เคลือบยาพิษไว้หนาเตอะ
“ถ้าคุณพิมพาดาใช้สมองซีกซ้ายวิเคราะห์ร่วมกับความสุนทรีย์สักนิด คุณจะเห็นว่าความไร้ทิศทางที่คุณว่าน่ะ มันคือความตั้งใจที่จะแหกกฎกรอบเดิมๆ ของตลาดค่ะ” รินรดาโต้กลับ เสียงนุ่มแต่เฉียบคมไม่แพ้กัน ดวงตากลมโตจ้องเขม็งไปยังร่างสูงโปร่งที่ยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะอย่างถือดี
พิมพาดายังคงรักษาใบหน้าเรียบเฉยไว้ได้ราวกับรูปปั้นหินอ่อน หล่อนสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นมาถึงข้อศอกเผยให้เห็นข้อมือเรียวระหงประดับด้วยนาฬิกาเรือนหรู ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาบางเบากวาดมองหน้าจอคอมพิวเตอร์สลับกับร่างของครีเอทีฟสาวตรงหน้าด้วยความระอาใจ
“แหกกฎน่ะทำได้ค่ะริน แต่ไม่ใช่แหกจนลูกค้าไม่รู้ว่านี่คือสินค้าขายแชมพูหรือขายกระดาษชำระ งานครีเอทีฟที่ดีมันต้องสวยด้วย ฟังก์ชันต้องครบด้วย ไม่ใช่เอาแต่อารมณ์ศิลปินนำทางจนลืมความเป็นจริงแบบนี้”
“อารมณ์ศิลปินเหรอคะ? หึ... ดีกว่าพวกหุ่นยนต์ที่ใช้ชีวิตอยู่บนบรรทัดของไม้บรรทัดและตาราง Excel เป็นไหนๆ” รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ ขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้ส่วนสูงจะน้อยกว่าอีกฝ่ายอยู่ราวสองเซนติเมตร แต่พลังงานความดื้อรั้นในแววตานั้นไม่มีทีท่าว่าจะยอมลดละเลยสักนิด “คุณพิมก็เอาแต่ใจตัวเอง ใช้ความเป๊ะมาครอบงำงานทุกอย่าง จนงานมันแข็งทื่อไม่มีชีวิตชีวา!”
“เพราะฉันรับผิดชอบภาพลักษณ์ของบริษัทไงคะ ไม่เหมือนคุณที่ชอบทำตัวเป็นศิลปินไส้แห้งที่วิ่งไล่ตามแต่ความเพ้อฝัน”
บรรยากาศรอบโต๊ะทำงานเริ่มระอุขึ้นเรื่อยๆ จนพนักงานคนอื่นในแผนกต่างพากันแกล้งก้มหน้าก้มตาทำงาน หลบรัศมีสงครามประสาทของสองสาวตัวแม่ประจำตึก ไม่มีใครกล้าปริปากแทรกสักคน เพราะรู้ดีว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่รินรดากับพิมพาดาปะทะกัน วันนั้นตึกแทบจะลุกเป็นไฟด้วยประกายไฟจากสายตาที่พร้อมจะแผดเผาอีกฝ่ายให้เป็นจุล
รินรดากลืนก้อนความโกรธลงคอ มือเรียวบางกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ หล่อนเกลียดความจริงข้อหนึ่ง... เกลียดที่รู้ว่าผู้หญิงตรงหน้าพูดถูกในหลายๆ เรื่อง เกลียดที่โครงสร้างงานที่อีกฝ่ายแก้ไขมามันดูสมบูรณ์แบบจนหาที่ติไม่ได้ และที่เกลียดที่สุดคือ... หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะทุกครั้งที่อีกฝ่ายโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้เพื่อชี้จุดบกพร่องบนหน้าจอ
“โอเคค่ะ ในเมื่อคุณพิมบอกว่างานฉันมันใช้ไม่ได้ งั้นเรามาตกลงกันให้จบตรงนี้เลยดีกว่า ว่าเราจะเอายังไงต่อกับโครงสร้างนี้” รินรดาเปลี่ยนเรื่องตัดบท น้ำเสียงเริ่มกลับมาจริงจังขึ้นเมื่อนึกถึงเดดไลน์ที่กระชั้นชิดเข้ามาทุกที
พิมพาดาถอนหายใจยาวนานราวกับเหนื่อยหน่ายเต็มที หล่อนขยับแว่นตาเล็กน้อยก่อนจะดึงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามมานั่งลงอย่างถือวิสาสะ “เราจะแก้ใหม่ทั้งหมด เริ่มตั้งแต่โครงสร้างหน้าแรกจนถึงหน้าสุดท้าย โดยคุณต้องนั่งทำไปพร้อมกับฉันตรงนี้ ห้ามออกไปไหนจนกว่าจะได้โครงสร้างที่ผ่านตาฉัน”
“ห้ะ? นี่คุณจะกักบริเวณฉันเหรอคะ เราไม่ใช่เด็กอนุบาลนะพิมพาดา!”
“ถ้าไม่อยากโดนกักบริเวณ ก็กรุณามีสมาธิและเลิกเถียงฉันอย่างไร้สาระเสียที เปิดไฟล์งานขึ้นมาค่ะ... เรามีเวลาอีกแค่สิบสี่วันเท่านั้น” พิมพาดาสั่งเสียงเฉียบขาด พร้อมกับเลื่อนโน้ตบุ๊กของตัวเองมาวางเทียบกับของรินรดา ร่างสูงขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้จนไหล่แทบจะชิดกัน กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ เอกลักษณ์เฉพาะตัวของพิมพาดาลอยเข้าแตะจมูก รินรดาชะงักไปชั่วขณะ สมองที่เคยแล่นพล่านด้วยไอเดียกลับสะดุดกึกอย่างไร้เหตุผล
ในจังหวะที่รินรดากำลังจะอ้าปากเถียงกลับอีกสักรอบเพื่อกู้ศักดิ์ศรีครีเอทีฟสาวไฟแรง ประตูห้องทำงานกระจกบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท พร้อมกับเสียงใสแจ๋วของจินนี่เพื่อนสนิทที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
“ริน! แก... ตายแน่ๆ ลูกค้าใหญ่จากสิงคโปร์บินมาถึงบริษัทแล้วเว้ย เขาขอเข้าตรวจดูความคืบหน้าโปรเจกต์นี้แบบเซอร์ไพรส์ตอนนี้เลย!”
ประโยคเดียวทำเอาอุณหภูมิในห้องที่ร้อนระอุอยู่แล้วพุ่งทะยานจนปรอทแทบแตก รินรดาหันขวับไปมองหน้าพิมพาดาโดยอัตโนมัติ ในขณะที่อาร์ตไดเรกเตอร์สาวนิ่งอึ้งไปชั่ววินาที ก่อนที่ดวงตาสองคู่จะประสานกันในความเงียบงันที่เต็มไปด้วยความระทึกใจ...
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความวุ่นวายนี้ด้วยกันนะคะ
เซ็นเซอร์หัวใจให้หยุดวุ่นวายกับยัยอาร์ตไดฯ จอมเนี้ยบ•ตอนที่ 1
ไฟลุกตั้งแต่วันแรก
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซ็นเซอร์หัวใจให้หยุดวุ่นวายกับยัยอาร์ตไดฯ จอมเนี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
