กลิ่นอับชื้นของหินปูนและซากอินทรีย์ที่เน่าสลายมานับศตวรรษ ไม่ได้น่ารังเกียจเท่ากับกลิ่นอายความตายที่ลอยอบอวลอยู่ในโพรงถ้ำมืดทึบแห่งนี้
ดร.อคินหยุดฝีเท้า แสงไฟฉายคาดศีรษะสีขาวนวลกวาดผ่านผนังหินงอกหินย้อยที่สะท้อนประกายระยิบระยับราวกับดวงดาวในสุสาน ความเงียบงันภายในนี้หนักอึ้งเสียจนเขารับรู้ได้ถึงจังหวะการเต้นของชีพจรที่ขมับของตนเอง มันไม่ใช่ความกลัวในความมืด แต่มันคือความหวาดหวั่นลึกๆ ที่ว่า สิ่งที่เขาตามหามาตลอดครึ่งค่อนชีวิต อาจจะกำลังนอนรอเขาอยู่ ณ เบื้องหน้า
"คุณเดินช้าลงนะ ดร.อคิน หรือว่าความจริงที่คุณกำลังจะเผชิญ มันหนักหนาเกินกว่าขาคู่นั้นจะก้าวไหว?"
เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลัง เรย์ก้าวเท้าออกจากเงาของเสาหินธรรมชาติอย่างเงียบเชเชียบ รองเท้าคอมแบทเหยียบย่ำลงบนพื้นหินกรอบแกรบ แต่น้ำเสียงของอีกฝ่ายกลับไร้ซึ่งความเกรงกลัวต่อบรรยากาศอันวังเวงนี้เลยแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบภายใต้ฮู้ดสีเข้มคู่นั้นจ้องมองอคินด้วยประกายที่อ่านไม่ออก—มีทั้งความเย้ยหยัน ความระแวดระวัง และบางสิ่งที่คล้ายคลึงกับความเห็นอกเห็นใจอย่างประหลาด
อคินไม่หันไปมอง เขาเพียงแค่ยกไฟฉายส่องกราดไปยังเบื้องหน้า ปากกระบอกไฟฉายหยุดนิ่งที่วัตถุบางอย่างซึ่งถูกกลืนกินด้วยตะไคร่น้ำและคราบหินปูนมาเนิ่นนาน
"ความจริงไม่เคยหนักหนaหรอกเรย์... มีแต่วิธีที่เราเลือกจะแบกรับมันต่างหากที่จะทำให้เราหลังหัก" อคินเอ่ยเสียงเรียบ ลมหายใจของเขาเปลี่ยนเป็นไอสีขาวจางๆ ในอากาศเย็นจัดของถ้ำลึก "และผมก็คิดว่า เรามาถึงจุดสิ้นสุดของการแบกรับนั้นแล้วล่ะ"
เรย์ก้าวเข้ามาเคียงข้าง แสงไฟฉายของเขาส่องกระทบเข้ากับโครงร่างหนึ่งที่นอนสงบนิ่งอยู่บนแท่นหินธรรมชาติ คล้ายกับเตียงบูชายัญในอารยธรรมโบราณที่ถูกลืมเลือน
โครงกระดูกมนุษย์ที่เกือบจะสมบูรณ์ เศษผ้าทอโบราณที่เปื่อยยุ่ยจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม และที่สำคัญที่สุด... กระเป๋าหนังสะพายข้างสีเข้มที่หลุดลุ่ยอยู่ข้างซี่โครงโครงกระดูกนั้น มันคือสิ่งของที่อคินจำได้แม่นยำยิ่งกว่าลายมือของตัวเอง
อคินรู้สึกราวกับมีใครเอาค้อนหนักๆ มาทุบลงกลางอก ลมหายใจของเขาติดขัดชั่วขณะ มือที่ถือไฟฉายเริ่มสั่นระริกเล็กน้อยอย่างควบคุมไม่ได้ ภาพความทรงจำเมื่อสิบปีก่อน—วันที่อาจารย์อคินส์ ผู้เปรียบเสมือนพ่อคนที่สอง หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยในเขตซากโบราณสถานต้องห้าม—ไหลทะลักกลับเข้ามาในหัวราวกับเขื่อนแตก
"นั่น..." เรย์พึมพำเบาๆ น้ำเสียงที่เคยเยือกเย็นและมั่นใจกลับเจือแววเคร่งเครียดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด "ไม่ใช่ศพของนักสำรวจทั่วไปสินะครับ ดร.อคิน"
อคินไม่ตอบ เขาก้าวเข้าไปใกล้แท่นหินนั้นอย่างช้าๆ ราวกับกลัวว่าภาพตรงหน้าจะเป็นเพียงภาพหลอนที่สร้างขึ้นจากความรู้สึกผิดในใจ เข่าทั้งสองข้างทรุดลงบนพื้นถ้ำที่เย็นเฉียบอย่างไร้เรี่ยวแรง ปลายนิ้วที่สวมถุงมือยางยื่นออกไปปัดฝุ่นและคราบหินปูนที่เกาะอยู่บนวัตถุชิ้นเล็กๆ ชิ้นหนึ่งที่ตกอยู่ใกล้กับกะโหลกศีรษะ
มันคือเข็มกลัดเงินรูปสลักนกอินทรีย์กางปีก—ตราสัญลักษณ์ประจำภาควิชาโบราณคดีที่อาจารย์อคินส์มักจะกลัดติดอกเสื้อเสมอ และไม่มีทางที่คนอื่นจะมีมัน
"อาจารย์..." เสียงของอคินแหบพร่าและสั่นเครือ มันไม่ใช่เสียงของนักวิชาการผู้สุขุมและยึดมั่นในเหตุผลอีกต่อไป แต่เป็นเสียงของเด็กหนุ่มผู้สูญเสียที่ตกค้างอยู่ในกาลเวลา
เรย์ยืนมองภาพนั้นเงียบๆ เขาไม่ได้เอ่ยคำปลอบโยนใดๆ ออกมา เพราะรู้ดีว่าคำพูดไร้สาระพวกนั้นไม่มีความหมายอันใดต่อหน้าความจริงที่สูญสลายไปแล้ว แต่สายตาของนักล่าสมบัติกลับกวาดสำรวจไปรอบๆ บริเวณผนังถ้ำอย่างรวดเร็ว—สัญชาตญาณมืออาชีพบอกเขาว่า เรื่องราวมันไม่ได้จบลงแค่การมาพบโครงกระดูก
"อคิน ถอยออกมา!"
เรย์ตะโกนลั่นพร้อมกับพุ่งเข้าคว้าแขนเสื้อของอคินแล้วกระชากสุดแรงในเสี้ยววินาทีนั้นเอง!
*ครืนนนมมม—!*
เสียงหินก้อนมหึมาถล่มลงมาจากเพดานถ้ำ ปิดตายทางเข้าและเส้นทางด้านหลังในพริบตา ฝุ่นผงคละคลุ้งตลบอบอวลจนแสบจมูก แสงไฟฉายสาดส่องผ่านม่านฝุ่นหนาทึบ เผยให้เห็นรอยขูดขีดแปลกประหลาดบนผนังหินที่อยู่ลึกลงไปหลังแท่นบูชา—มันไม่ใช่รอยกัดเซาะของธรรมชาติ แต่มันคือสัญลักษณ์โบราณที่ถูกสลักขึ้นใหม่ด้วยเครื่องมือโลหะ และที่น่ากลัวที่สุดคือ... มีคราบเลือดสดๆ ไหลรินออกมาจากร่องรอยสลักเหล่านั้น ราวกับผนังถ้ำกำลังมีชีวิตและหลั่งน้ำตา!
อคินหอบหายใจหนักหน่วง หัวใจเต้นระรัวด้วยความตกใจปนความฉงน เขากวาดสายตามองรอยเลือดสดๆ นั้นสลับกับโครงกระดูกของอาจารย์ที่อยู่เบื้องหน้า สมองอันชาญฉลาดประมวลผลอย่างรวดเร็วจนแทบระเบิด
ถ้าอาจารย์เสียชีวิตมานานนับสิบปี... แล้วเลือดพวกนี้มาจากไหน?
เรย์ปล่อยแขนของอคินช้าๆ ดวงตาคมกริบหรี่ลงมองความมืดเบื้องลึกหลังผนังที่ถูกเปิดออกจากการพังทลาย ก่อนจะเอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ทำให้สันหลังของอคินเย็นวาบ
"ดูเหมือนว่า... อาจารย์ของคุณไม่ได้ตายอยู่ที่นี่คนเดียวนะครับ ดร.อคิน และบางที คนที่เพิ่งเดินออกไปจากถ้ำนี้ก่อนที่เราจะมาถึง ก็อาจจะยังยืนอยู่หลังความมืดตรงนั้น"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางสำรวจความลับอันดำมืดนี้ไปพร้อมกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ บันทึกนักโบราณคดี
เงาโบราณกาลกับมาตรวัดหัวใจที่แตกสลาย•ตอนที่ 16
ความตายที่คุ้นเคย
ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาโบราณกาลกับมาตรวัดหัวใจที่แตกสลาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!