นักโบราณคดีไร้เงากับจารชนปริศนาใต้ชั้นดิน•ตอนที่ 1

ศิลาที่ไม่มีใครต้องการ

ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
กลิ่นอับชื้นของดินเหนียวผสมน้ำมันสนและสนิมเหล็ก คือกลิ่นเดียวในโลกที่ดร.อคินไว้วางใจมากกว่าคำพูดของมนุษย์ ปลายนิ้วสวมถุงมือยางสีขาวของเขากำลังปัดเศษดินร่วนออกจากร่องลึกสลักบนแผ่นหินปูนสีเทาเข้มอย่างระมัดระวัง ทุกสัมผัสผ่านปลายเกรียงเหล็กแบนสะท้อนเสียง *แกรก... แกรก...* เบาหวิวแข่งกับเสียงหยดน้ำที่ซึมผ่านเพดานอุโมงค์ใต้ดินของไซต์งานร้างแห่งนี้ สถานที่ซึ่งเคยถูกรัฐบาลประกาศปิดตายเมื่อสามสิบปีก่อนหลังจากการหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยของศาสตราจารย์ผู้ล่วงลับ—ผู้เป็นทั้งอาจารย์และคนเดียวที่เคยเชื่อว่าประวัติศาสตร์ของภูมิภาคนี้ถูกบิดเบือนอย่างจงใจ แสงไฟจากดวงโคมคาดศีรษะสาดส่องลงบนวัตถุตรงหน้า มันไม่ใช่เครื่องมือสำริดหรือภาชนะดินเผาธรรมดา แต่เป็นชิ้นส่วนศิลาจารึกขนาดเท่าฝ่ามือ รอยสลักอักษรโบราณรูปทรงประหลาดลึกเข้าไปในเนื้อหิน ราวกับรอยกรงเล็บของสัตว์ร้ายที่พยายามฉีกกระชากกาลเวลา อคินหยุดมือ ลมหายใจของเขาผ่อนออกช้าและสม่ำเสมอ สายตาคมกริบใต้กรอบแว่นสายตาเพ่งพินิจอักษรเหล่านั้นอย่างพยายามถอดรหัส สมองของนักโบราณคดีประเมินอายุและโครงสร้างทางภาษาอย่างรวดเร็ว—นี่ไม่ใช่ภาษาตระกูลออสโตรآเชียติกตามที่ตำราเรียนทุกเล่มระบุไว้ มันเก่าแก่กว่านั้น... และอันตรายกว่านั้นมาก "อาจารย์พูดถูก..." อคินพึมพำกับความว่างเปล่า เสียงของเขาแหบพร่าในความเงียบงัน "ประวัติศาสตร์ที่เรากำลังเรียนกันอยู่... เป็นแค่เรื่องโกหกคำโต" *แปะ... แปะ... แปะ...* เสียงฝีเท้ากระทบพื้นคอนกรีตเปียกชื้นดังแว่วมาจากความมืดเบื้องหลัง ไม่ใช่เสียงของลม ไม่ใช่เสียงหยดน้ำ มันเป็นจังหวะก้าวที่จงใจควบคุมน้ำหนักอย่างแม่นยำ ไร้ซึ่งความลังเล และเยือกเย็นจนน่าขนลุก อคินไม่หันหลังทันที เขาเลือกที่จะใช้วิธีสะท้อนเงาจากแผ่นกระจกเลนส์กล้องสำรวจที่ตั้งอยู่ตรงหน้า เงาสลัวในความมืดเผยให้เห็นร่างเพรียวในชุดแจ็คเก็ตกันน้ำสีดำสนิท ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกซ่อนไว้ใต้ฮู้ด แต่ดวงตาคู่ที่สะท้อนแสงไฟฉายกลับคมกราบราวกับใบมีดโกน กำลังจ้องมองมาที่เขาด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก "การขุดคุ้ยซากศพของคนตายไม่ใช่เรื่องแปลกหรอกครับ ดร.อคิน... แต่การพยายามขุดเอาความลับที่ฝังกลบไว้ด้วยชีวิตคนอื่นขึ้นมาอีกครั้ง นี่สิที่ผมเรียกว่า 'ความไร้เดียงสา' อันตราย" เสียงทุ้มต่ำรื่นหูเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบของอุโมงค์ร้างลงอย่างสิ้นเชิง อคินค่อยๆ วางเกรียงเหล็กในมือลงอย่างใจเย็น เขาหมุนตัวกลับช้าๆ เผชิญหน้ากับผู้บุกรุกที่ไม่ได้รับเชิญ แสงไฟจากศีรษะของเขาตกลงบนใบหน้าของอีกฝ่าย ชายหนุ่มแปลกหน้าผู้มีท่าทีผ่อนคลายราวกับกำลังเดินเล่นอยู่ในสวนสาธารณะ มากกว่าจะมายืนอยู่ในหลุมศพทางโบราณคดีที่ลึกลงไปใต้ดินสามสิบเมตร "เขตนี้ถูกปิดตายตามกฎหมายมรดกทางวัฒนธรรม มาตรา 42" อคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท นัยน์ตาหลังกรอบแว่นไม่มีความตื่นกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงความรำคาญใจที่ถูกขัดจังหวะในงานสำคัญ "ถ้าคุณไม่ใช่เจ้าหน้าที่กรมศิลปากร หรือตำรวจสากล... คุณก็ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะก้าวเข้ามาในรัศมีร้อยเมตรจากที่นี่" เรย์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มของเขาไม่ได้ไปถึงดวงตา คู่นั้นยังคงสำรวจประเมินอคินตั้งแต่หัวจรดเท้า ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักสินค้าในตลาดมืด "กฎหมายเหรอครับ?" เรย์ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกหนึ่งก้าว เสียงรองเท้าคอมแบตกระทบพื้นดัง *ก้อง* กังวาน "โลกนี้น่ะ ดร.อคิน... มีกฎอยู่แค่สองข้อเท่านั้น ข้อแรกคือคนที่ถืออำนาจเป็นผู้เขียนประวัติศาสตร์ และข้อที่สองคือคนฉลาดอย่างคุณควรจะรู้ว่า เมื่อไหร่ควรปิดปากแล้วเดินหนีไปซะ" "ผมคือนักโบราณคดี หน้าที่ของผมคือการค้นหาความจริง ไม่ใช่การรับคำสั่งจากพวกที่กลัวความจริง" อคินตอบกลับทันควัน น้ำเสียงเข้มขึ้นเล็กน้อยแสดงถึงอุดมการณ์ที่ไม่เคยสั่นคลอน "ความจริง?" เรย์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ดวงตาเป็นประกายวาววับด้วยความขบขันระคนสมเพช "คุณคิดว่าแผ่นศิลาในมือคุณนั่นคือประวัติศาสตร์งั้นเหรอครับ? เปล่าเลย... มันคือ 'ชนวนระเบิด' ที่จะทำให้โครงสร้างอำนาจครึ่งค่อนโลกพังทลายลงมาต่างหาก และคนที่ถือชนวนไว้ในมือตอนนี้... ก็ดันเป็นนักวิชาการผู้ซื่อสัตย์ที่แม้แต่ทางหนีทีไล่ก็ยังไม่มีซะด้วย" สิ้นคำพูด ร่างของเรย์ก็พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วที่เหนือมนุษย์ ความปราดเปรียวราวกับเสือดาวล่าเหยื่อทำให้ไม่มีเวลาแม้แต่จะคิดคำนวณ อคินเบี่ยงตัวหลบตามสัญชาตญาณ มือซ้ายคว้าท่อนเหล็กยาวที่วางอยู่ข้างกองเครื่องมือเพื่อป้องกันตัว แต่เรย์กลับอ่านการเคลื่อนไหวของเขาล่วงหน้า มือเรียวคว้าข้อมือของอคินไว้แน่นก่อนจะบิดเข้าหาลำตัวด้วยแรงมหาศาลที่ซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อผ้าเนื้อบาง *เคร้ง!* ท่อนเหล็กหลุดจากมือร่วงกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น อคินไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เขายันศอกเข้าที่สีข้างของเรย์เต็มแรง แรงปะทะทำให้เรย์ต้องถอยหลังไปสองก้าว แต่จังหวะนั้นเองที่เรย์ใช้ความได้เปรียบเรื่องความคล่องตัว พุ่งเข้าประชิดตัวอีกครั้งพร้อมกับมือที่เอื้อมไปคว้าแผ่นศิลาจารึกโบราณที่วางอยู่บนแท่นขุดค้น "ปล่อย!" อคินพยายามยื้อยุด มือข้างหนึ่งคว้าขอบแผ่นหินไว้แน่น ปลายนิ้วสัมผัสกับปลายนิ้วของเรย์ ความเย็นเฉียบของหินตัดกับความอุ่นร้อนจากฝ่ามือของทั้งคู่ แรงดึงยื้อทำให้เศษฝุ่นดินร่วงกราวลงมาจากเพดานอุโมงค์ ดวงตาของทั้งสองคนประสานกันในระยะประชิด ท่ามกลางความมืดและแสงไฟสลัวจากโคมคาดศีรษะ อคินเห็นความเด็ดเดี่ยวและไร้ความปรานีในดวงตาคู่นั้น ขณะที่เรย์เองก็ชะงักไปชั่ววินาทีเมื่อได้เห็นประกายความดื้อรั้นและสติปัญญาที่เฉียบคมอย่างไม่น่าเชื่อในแววตาของนักโบราณคดีตรงหน้า "คุณดื้อด้านกว่าที่ผมคิดไว้นะครับ ดร.อคิน" เรย์กระซิบชิดริมหู เสียงนั้นนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยการคุกคาม "และคุณก็ไร้มารยาทกว่าที่ผมประเมินไว้เช่นกัน" อคินสวนกลับทันทีโดยไม่หลบสายตา เรย์หัวเราะเบาๆ ในลำคออีกครั้ง ก่อนจะใช้นิ้วโป้งกดลงบนจุดชีพจรที่ข้อมือของอคินด้วยน้ำหนักที่แม่นยำจนอาการชาแล่นริ้วขึ้นไปถึงแขน แรงยื้อยวดยุติลงในเสี้ยววินาที ความเจ็บแปลบทำให้มือของอคินคลายออกโดยอัตโนมัติ เรย์คว้าแผ่นศิลาจารึกมาถือไว้ในมือได้อย่างง่ายดาย เขาก้าวถอยหลังออกไปสองก้าว รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอีกครั้งขณะที่เขาพลิกดูหลักฐานชิ้นสำคัญด้วยสายตาชื่นชมระคนเย้ยหยัน "ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือนะครับ ดร.อคิน หวังว่าเราจะได้ 'ร่วมงาน' กันอีก... ถ้าคุณยังมีชีวิตรอดจนถึงวันนั้นนะ" เรย์หมุนตัวเตรียมพุ่งหายเข้าไปในความมืดของอุโมงค์เบื้องหลัง ทว่าก่อนที่เงาร่างนั้นจะลับตา เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังสะท้อนก้องมาจากทางปากอุโมงค์ พร้อมกับแสงไฟฉายแรงสูงนับสิบดวงที่สาดส่องเข้ามาจนแสบตา *ปัง!* เสียงปืนดังสนั่นก้องอุโมงค์ กระสุนนัดหนึ่งเฉี่ยวหัวไหล่ของเรย์จนเนื้อผ้าขาดวิ่น เรย์ชะงักฝีเท้า หันกลับมามองอคินด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากเดิม—แววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยระคนประหลาดใจ เสียงตะโกนภาษาต่างประเทศดังลั่นมาจากกลุ่มคนที่กำลังวิ่งเข้ามา พร้อมกับเสียงวิทยุสื่อสารที่แตกพร่า "เป้าหมายอยู่ในอุโมงค์! ล้อมไว้ให้หมด! ห้ามให้ใครรอดไปได้แม้แต่คนเดียว!" อคินหอบหายใจหนักหน่วง มองหน้าเรย์ที่ยืนถือศิลาจารึกอยู่ในมือ ท่ามกลางวงล้อมของมือปืนปริศนาที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ทุกที และก่อนที่เรย์จะทันได้ขยับตัวหนี แสงไฟฉายจ้าก็สาดตรงมาที่พวกเขาทั้งสองคน พร้อมกับกระบอกปืนนับสิบกระบอกที่เล็งตรงมายังศีรษะของพวกเขาอย่างไร้ความปรานี! ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางลงไปใต้ชั้นดินด้วยกันในบทนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นักโบราณคดีไร้เงากับจารชนปริศนาใต้ชั้นดิน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%