"ถ้าพี่ยังทำหน้ายักษ์ใส่ฉันอีกคำเดียว พรุ่งนี้ฉันจะหิ้วกระเป๋าหนีไปเปิดร้านข้าวแกงที่อำเภอเมืองจริง ๆ ด้วยนะพี่เข้ม!"
เสียงหวานใสที่เจือแววตึงเครียดเล็กน้อยดังขึ้นท่ามกลางความมืดสลัวของห้องครัวหลังบ้าน รินรดายืนเท้าสะเอว ดวงตากลมโตฉายแววดื้อรั้นระคนน้อยใจ เธอกวาดตามองร่างสูงใหญ่ของสามีที่ยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ไม้ ดวงตาคมกริบของอดีตนายทหารฉายประกายดุเข้มที่แม้จะลดความน่ากลัวลงไปมากเมื่อเทียบกับวันแรกที่พบกัน แต่ยามนี้มันกลับเต็มไปด้วยความดื้อดึงและน้อยเนื้อต่ำใจไม่แพ้กัน
จากเหตุการณ์เผชิญหน้ากันเมื่อครู่ที่บรรยากาศมาคุเสียจนหายใจไม่ออก รินรดารู้ดีว่าหากปล่อยให้ความเงียบงันกัดกินความสัมพันธ์ไปมากกว่านี้ คู่อาการ 'ปากแข็ง' ของเขากับ 'ใจร้อน' ของเธอคงได้ลุกลามจนกลายเป็นสงครามเย็นย่อม ๆ เป็นแน่ และเธอก็ไม่ใช่ประเภทที่จะยอมนอนหันหลังให้สามีงอนตุ๊บป่องข้ามคืนเสียด้วย
พันธกานต์ขยับกรามแน่นสันกรามคมสันนูนเด่นขึ้นมาด้วยความอัดอั้น เขาไม่ได้กลัวคำขู่เรื่องหนีไปเปิดร้านข้าวแกงหรอก แต่เขากลัว... กลัวว่าแววตาเด็ดเดี่ยวของภรรยาตัวน้อยคนนี้จะทำจริง ๆ ต่างหาก
"พี่ไม่ได้ทำหน้ายักษ์" เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาอย่างจำยอม "พี่แค่... ไม่รู้ว่าจะต้องง้อยังไงต่างหากเล่า รินเล่นถือหางตัวเอง ไม่ยอมฟังพี่อธิบายเลยสักนิด"
"อ้าว! กลายเป็นฉันผิดซะงั้นเหรอคะ?" รินรดาสบถเบา ๆ ในลำคอ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เมื่อเห็นใบหน้าคมคายที่บึ้งตึงจนน่าหมั่นไส้ ทว่าลึก ๆ ในใจ หัวใจดวงน้อยกลับเต้นระรัวด้วยความรู้สึกอบอุ่นแปลกประหลาด ผู้ชายตัวโตเท่าควายป่าคนนี้ เวลาหึงหวงหรือน้อยใจทีไร มักจะทำตัวเป็นเด็กโข่งทุกทีสิน่า
หญิงสาวสะบัดหน้าหนีเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ "เอาล่ะค่ะ ไม่เถียงกันแล้ว หิ้วท้องรอจนดึกดื่นแบบนี้ ฉันไม่ได้จะมาเปิดศึกรอบสองกับพี่หรอกนะ... ถอยไปค่ะ เปิดทางให้เชฟใหญ่โชว์ฝีมือหน่อย"
รินรดาเอื้อมมือไปเปิดตู้เย็นเก่า ๆ ก่อนจะแอบส่งจิตอธิษฐานแวบเข้าไปใน 'มิติลับ' คลังเครื่องเทศในพริบตาเดียว ปลายนิ้วเรียวควานหาวัตถุดิบชั้นดีที่เก็บรักษาไว้ในสภาพสดใหม่ราวกับเพิ่งเด็ดออกจากต้น พริกขี้หนูสวนสีเขียวแดงสด กลิ่นหอมฉุนของข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด และที่ขาดไม่ได้คือ 'เนื้อน่องลาย' ติดเอ็นหนึบหนับที่ตุ๋นไว้จนเปื่อยนุ่มในมิติลับตั้งแต่วันก่อน กลิ่นหอมละมุนของเครื่องเทศเฉพาะตัวลอยอวลขึ้นมาเตะจมูกทันทีที่ฝามิติลับถูกปิดลง
พันธกานต์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย เมื่อจู่ ๆ กลิ่นหอมเย้ายวนใจก็ลอยฟุ้งกระจายไปทั่วห้องครัว ทั้ง ๆ ที่เมื่อครู่ในตู้เย็นไม่มีวัตถุดิบพวกนี้อยู่เลยสักนิด แต่เพราะความหิวและกลิ่นหอมที่กระตุ้นน้ำย่อยจนร้องโครกคราก ทำให้เขาต้องยอมเดินเข้าไปใกล้ ยืนซ้อนหลังภรรยาตัวเล็กที่กำลังง่วนอยู่กับการเตรียมเครื่องปรุง
"กลิ่นอะไร... หอมชะมัด" เสียงทุ้มพึมพำชิดริมหู รินรดารู้สึกถึงไอRอุ่นจากแผ่นอกกว้างที่แนบชิดเข้ามาด้านหลังโดยไม่ทันตั้งตัว ขนอ่อนลุกชันขึ้นมาทันที แม้เธอจะพยายามขยับตัวหนี แต่เอวสอบก็ถูกวงแขนแข็งแรงดั่งคีมเหล็กสวมกอดไว้หลวม ๆ เสียแล้ว
"ถอยไปเลยค่ะ มายืนเกะกะอะไรตรงนี้ เดี๋ยวอาหารก็ไม่อร่อยหรอก" รินรดาเอ็ดเบา ๆ พยายามซ่อนรอยยิ้มที่มุมปากเมื่อสัมผัสได้ว่าแผ่นหลังของเธอแนบติดกับแผงอกอุ่นของสามี ความโกรธเคืองเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงจังหวะหัวใจที่เต้นไม่เป็นส่ำ
"งั้นก็ทำให้มันอร่อย ๆ หน่อยซิครับ... ง้อพี่เบอร์ใหญ่ขนาดนี้แล้ว ถ้าไม่อร่อย พี่ไม่ยอมหายงอนง่าย ๆ นะ" พันธกานต์กระซิบเสียงพร่า ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนรินรดาย่นคอหนีด้วยความจั๊กจี้ แต่ก็ยอมจำนนโดยดี
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ตั้งสติแล้วหันมาจัดการกับมื้อดึกกู้ซากความสัมพันธ์ เมนูในหัวผุดขึ้นมาทันที... ดึกดื่นค่ำคืน อากาศเริ่มเย็นลงแบบนี้ ไม่มีอะไรจะเยียวยาหัวใจคนปากแข็งได้ดีเท่า **"ต้มแซ่บเนื้อน่องลายเอ็นแก้วกรุบ"** รสจัดจ้านถึงใจ ที่ซดน้ำซุปร้อน ๆ แล้วคล่องคอจนต้องยอมสยบแทบเท้าภรรยา!
มือเรียวคล่องแคล่วจัดการหั่นข่า ตะไคร้ และใบมะกรูดเป็นชิ้นพอดีคำ โยนลงไปในหม้อดินเผาใบเล็กที่รินน้ำซุปกระดูกวัวเคี่ยวจนหวานเข้มข้นลงไป ไฟจากเตาถ่านสีแดงฉานส่งเสียงปะทุเบา ๆ แสงไฟสีส้มสาดส่องกระทบใบหน้าด้านข้างของรินรดาที่กำลังตั้งอกตั้งใจทำอาหารด้วยแววตาเป็นประกาย พันธกานต์ยืนมองภาพนั้นเงียบ ๆ หัวใจที่เคยกระด้างและโดดเดี่ยวมาตลอดชีวิตทหารหาญ กลับถูกเติมเต็มจนล้นปรี่ด้วยความอบอุ่น ผู้หญิงคนนี้... เข้ามาเปลี่ยนชีวิตผู้ชายดิบเถื่อนคนหนึ่งให้กลายเป็นวิมานบนดินได้อย่างน่าอัศจรรย์
"มองอะไรคะ? หน้าฉันมีอะไรติดอยู่หรือไง" รินรดาเอ่ยถามขึ้นโดยไม่ละสายตาจากหม้อต้มที่เริ่มเดือดปุด ๆ ส่งเสียงน่าฟัง
"มองเมียตัวเอง... ผิดตรงไหน" พันธกานต์ตอบหน้าตาย น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววเจ้าเล่ห์เล็กน้อย "ยิ่งมองยิ่งสวย ยิ่งดุก็ยิ่งน่ารัก... ทำไมพี่ถึงโชคดีขนาดนี้วะเนี่ย"
"ปากหวานนะคะ เดี๋ยวนี้หัดพูดจาแบบนี้เป็นตั้งแต่เมื่อไหร่ หรือแอบไปเรียนมาจากตา'พลพรรค'เพื่อนบ้านคนนั้น?" รินรดาแกล้งค้อนใส่ แต่มุมปากกลับยกยิ้มขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่
หญิงสาวจัดการใส่พริกขี้หนูสวนสีเขียวแดงที่บุบพอแตกกลิ่นหอมฉุนลงไป ตามด้วยน้ำมะนาวคั้นสด ๆ กลิ่นหอมเปรี้ยวเผ็ดพุ่งทะยานขึ้นมาเตะจมูกจนพันธกานต์ต้องสูดปากด้วยความอยากอาหาร เนื้อน่องลายตุ๋นเปื่อยนุ่มละลายในปากถูกใส่ลงไปเป็นลำดับสุดท้าย ปิดท้ายด้วยผักชีฝรั่งซอยหยาบและใบandพาพาโรลีหอม ๆ โรยหน้าเพื่อเพิ่มสีสัน
"เสร็จแล้วค่ะ... ต้มแซ่บเนื้อน่องลายสูตรเด็ดเคล็ดลับฉบับครัวคุณยาย" รินรดาตักน้ำซุปสีใสแต่รสชาติจัดจ้านเข้มข้นใส่ชามกระเบื้องเคลือบใบใหญ่ กลิ่นหอมของเครื่องเทศพุ่งกระจายไปทั่วห้องครัวหลังบ้าน ราวกับมันกำลังประกาศชัยชนะเหนือความตึงเครียดทั้งหมดที่มี
พันธกานต์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ไม่ใช่เพราะความหิวโหยของกระเพาะอาหารอย่างเดียว แต่เป็นเพราะแววตาระยิบระยับของภรรยาที่ส่งยิ้มท้าทายมาให้ต่างหาก
"อ่ะ ชิมดูค่ะ ว่าฝีมือคนดุคนนี้ พอจะไถ่โทษความผิดฐานปากแข็งได้หรือยัง" รินรดาเลื่อนชามต้มแซ่บไปตรงหน้าสามี พร้อมกับยื่นช้อนให้
พันธกานต์รับช้อนมาถือไว้ เขามองชามต้มแซ่บตรงหน้าที่ควันร้อน ๆ ลอยกรุ่น ก่อนจะตักน้ำซุปคำโตเป่าเบา ๆ แล้วซดเข้าปากไป...
วินาทีนั้น ดวงตาคมกริบของอดีตนายทหารเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย รสชาติเปรี้ยว เค็ม เผ็ดร้อน และความกลมกล่อมของน้ำซุปที่ซึมซาบเข้าสู่ต่อมรับรส ตามด้วยความกรุบหนึบหนับของเอ็นแก้วที่เคี่ยวจนได้ที่ ละลายรวมกันอยู่ในปากอย่างลงตัว ความเผ็ดร้อนทำให้เหงื่อซึมตามไรผม แต่มันกลับทำให้ร่างกายอบอุ่นและโล่งคออย่างบอกไม่ถูก
"เป็นไงคะ? อร่อยจนอยากจะพูดคำว่าขอโทษหรือยัง" รินรดาลุ้นระทึกเล็กน้อย แม้จะมั่นใจในฝีมือตัวเองก็ตาม
พันธกานต์วางช้อนลงช้า ๆ เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับภรรยา แววตาดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนลึกซึ้งจนแทบหยดหย้อย ก่อนที่มือหนาจะเอื้อมไปคว้ามือบางของรินรดามารุมกุมไว้แน่น ดึงเธอนั่งลงบนตักแกร่งของเขาโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว
"ว๊าย! พี่เข้ม ทําอะไรเนี่ย เดี๋ยวซุปก็หกหรอก!" รินรดาอุทานเสียงหลง ใบหน้าเนียนแดงก่ำด้วยความเขินอายที่ถูกรวบตัวไปกอดไว้แนบแน่น
"ไม่อร่อยแค่ต้มแซ่บหรอก..." พันธกานต์กระซิบชิดริมฝีปากนุ่ม เสียงทุ้มแหบพร่าเต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันร้อน
"พี่หมายถึงอะไร..." รินรดาใจเต้นรัว หน้าแดงแจ๋ยิ่งกว่าพริกในชาม
"หมายถึง... เมียพี่ต่างหากที่ทั้งแซ่บ ทั้งเผ็ด และอร่อยที่สุดในสามโลก" พันธกานต์ยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาหมายจะขโมยจวบจ้วงความหวานจากริมฝีปากอิ่ม ท่ามกลางบรรยากาศห้องครัวที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมเครื่องเทศและความรักที่กำลังหวานชื่น
ทว่า... ในจังหวะที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะแนบชิดสนิทกันนั้นเอง!
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงทุบประตูด้านหน้าบ้านดังขึ้นรัวเร็วและรุนแรงผิดปกติ ราวกับมีคนกำลังหนีตายมาเคาะขอความช่วยเหลือในยามวิกาล!
พันธกานต์ชะงักกึก สีหน้าเปลี่ยนจากความคลั่งรักกลายเป็นความเคร่งขรึมในพริบตาเดียว รินรดาสะดุ้งเฮือก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ
"พี่เข้ม..." รินรดาเรียกชื่อสามีเสียงสั่น
เสียงตะโกนแหบเครือของผู้มาใหม่ดังแทรกเข้ามาในความเงียบยามดึก เล่นเอาเลือดในกายของทั้งคู่เย็นเฉียบลงทันที
*"ช่วยด้วย! เกิดเรื่องใหญ่ที่ไร่ข้าง ๆ แล้ว! คุณริน... สามีคุณต้องไปดูเดี๋ยวนี้!"*
ติดตามตอนต่อไปในวันพรุ่งนี้ (ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความอร่อยและเรื่องราววุ่นๆ ของบ้านนี้ด้วยนะคะ!)
กับข้าวหลังบ้านของแม่ทัพผู้เกรี้ยวกราด•ตอนที่ 19
ปรับความเข้าใจด้วยอาหารมื้อดึก
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวหลังบ้านของแม่ทัพผู้เกรี้ยวกราด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!