เงาไม้ใต้แสงดาว: บันทึกความทรงจำที่ไม่เคยจาง•ตอนที่ 1

ภาพจำในคืนฝนพรำ

ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
“คุณไม่ได้อยู่ที่นี่เพื่อรอใครหรอก ใช่ไหมคะ?” เสียงราบเรียบแต่ทิ้งจังหวะสั่นไหวเล็กน้อยของรินรดาเอ่ยขึ้น โดยไม่ได้ละสายตาจากหยดน้ำที่เกาะอยู่บนกระจกหน้าร้านกาแฟขนาดกะทัดรัด แสงไฟสีส้มสลัวในร้านตัดกับความมืดมิดและสายฝนที่เทกระหน่ำอยู่เบื้องนอกจนแทบมองไม่เห็นถนนสายหลัก เธอเพียงแค่นั่งมองมันราวกับกำลังรอคอยให้ความทรงจำบางอย่างชะล้างหายไปกับกระแสน้ำบนพื้นถนน “คุณก็เหมือนกัน” ชายหนุ่มที่นั่งอยู่โต๊ะมุมมืดข้างๆ ตอบกลับมาทันควัน น้ำเสียงของเขาไม่ได้มีความกวนประสาทอย่างที่ควรจะเป็น แต่มันกลับมีความนิ่งลึกที่ทำให้รินรดาต้องหันไปมอง เขาคืออคิน ช่างภาพหนุ่มผู้มีแววตาสดใสทว่ามักจะเจือไปด้วยรอยเงาของความโดดเดี่ยวเสมอ เขากำลังหมุนกล้องตัวเก่าในมือไปมา นิ้วเรียวยาวสัมผัสตัวบอดี้กล้องด้วยความทะนุถนอมราวกับมันคืออวัยวะชิ้นสำคัญ “ฉันแค่หลบฝนค่ะ” รินรดากล่าวเสียงเรียบ ก่อนจะยกถ้วยกาแฟที่เย็นชืดขึ้นจิบ “และฉันไม่ชอบความเงียบที่มาพร้อมกับเสียงฝน มันทำให้คนเราคิดมากเกินไป” อคินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มของเขาไม่ได้ไปถึงดวงตา “แต่ผมว่าเสียงฝนนี่แหละที่ซื่อสัตย์ที่สุด มันไม่เคยโกหก มันตกกระทบลงมาตรงๆ เหมือนกับที่คนเรามักจะยอมเผยด้านที่อ่อนแอที่สุดออกมาตอนที่ไม่มีใครมองเห็น” รินรดาขมวดคิ้วเล็กน้อย เธอไม่คุ้นชินกับการที่ใครสักคนจะอ่านใจเธอได้ทะลุปรุโปร่งขนาดนี้ โดยเฉพาะกับคนแปลกหน้าในวันที่โลกของเธอกำลังพังทลายจากจดหมายฉบับหนึ่งที่ได้รับเมื่อเช้า จดหมายที่ไม่มีชื่อผู้ส่ง แต่เนื้อความในนั้นกลับกรีดลึกไปถึงบาดแผลที่เธอพยายามซ่อนไว้ใต้ใบหน้าที่เรียบเฉยมาตลอดสิบปี ‘อดีตไม่เคยจากไปไหน... มันแค่รอเวลาที่จะกลับมาทวงคืน’ ประโยคนั้นยังคงหลอกหลอนเธอราวกับเงาที่ไม่มีวันจางหาย ธีร์... ชื่อของชายคนนั้นแวบเข้ามาในห้วงความคิด ความรู้สึกโกรธแค้น ปนเปไปกับความหวาดกลัวที่ฝังรากลึก บาดแผลจากความรักที่เคยสวยงามแต่มันจบลงด้วยความสูญเสียครั้งใหญ่ที่เธอไม่อาจให้อภัยตัวเองได้ “กล้องตัวนี้” อคินเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบที่ตึงเครียด “มันเคยถ่ายภาพของคนที่ผมรักที่สุด วันที่เธอยิ้มให้กล้อง... เธอไม่รู้หรอกว่านั่นจะเป็นภาพสุดท้ายก่อนที่ทุกอย่างจะเปลี่ยนไปตลอดกาล” รินรดาหันไปมองเขาเต็มตา แววตาของอคินไม่ได้มีความร่าเริงอย่างที่เขาพยายามสร้างขึ้น มันมีเพียงรอยร้าวที่คล้ายคลึงกับเธออย่างน่าประหลาด “คุณกำลังสูญเสียอะไรบางอย่างอยู่ใช่ไหมคะ?” คำถามของเธอดังขึ้นเบาหวิว อคินไม่ได้ตอบในทันที เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมาสบตาเธออย่างจริงจัง “เราทุกคนล้วนเป็นเหยื่อของสิ่งที่เรียกว่าความทรงจำครับรินรดา... บางคนสู้เพื่อที่จะลืม แต่บางคนกลับใช้ชีวิตที่เหลืออยู่เพื่อตามหาคำตอบว่า ทำไมถึงต้องเป็นเราที่ยังต้องหายใจอยู่” บทสนทนาถูกขัดจังหวะด้วยเสียงกระดิ่งหน้าร้านที่สั่นรัวตามแรงลมพายุที่พัดกรรโชกเข้ามา ร่างสูงโปร่งของชายคนหนึ่งก้าวเข้ามาในร้าน เขาไม่ได้ถือร่ม เสื้อโค้ทตัวยาวเปียกชุ่มไปด้วยหยาดฝน กลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่คุ้นเคยแต่น่าสะอิดสะเอียนลอยมากระทบจมูกรินรดาจนเธอตัวแข็งทื่อ “ร้านนี้น่านั่งดีนะ... ดูสงบ... ดูเหมาะกับการรื้อฟื้นเรื่องเก่าๆ ที่ควรจะตายไปนานแล้ว” เสียงนั้น... เสียงที่เธอหวังว่าจะไม่มีวันได้ยินอีก ชายหนุ่มคนนั้นถอดหมวกออก เผยให้เห็นใบหน้าที่ยังคงความหล่อเหลาทว่าดูเย็นชาและบิดเบี้ยวด้วยรอยยิ้มที่ไม่มีความจริงใจ ธีร์เดินตรงมาที่โต๊ะของเธอ สายตาของเขาไม่ได้มองผ่านรินรดาไปเลยแม้แต่น้อย เขามองเธอด้วยความรู้สึกที่คาบเกี่ยวระหว่างความรักที่บิดเบี้ยวและความเกลียดชังที่รุนแรง รินรดากำแก้วกาแฟในมือแน่นจนนิ้วซีดขาว ลมหายใจของเธอติดขัดเหมือนมีก้อนหินหนักๆ มาวางทับบนหน้าอก “มาทำอะไรที่นี่คะ?” รินรดาถาม เสียงสั่นพร่าโดยไม่อาจควบคุม ธีร์เลื่อนเก้าอี้ที่ว่างอยู่ข้างๆ เธอออกช้าๆ ก่อนจะนั่งลงอย่างถือวิสาสะ เขาโน้มตัวเข้ามาใกล้จนรินรดาได้กลิ่นอายความหนาวเหน็บจากตัวเขา “ผมก็นึกว่าคุณจะลืมไปแล้วเสียอีก... เรื่องเมื่อสิบปีก่อนน่ะ รินรดา... คืนนั้นฝนก็ตกหนักเหมือนวันนี้เปี๊ยบเลยนะ คุณจำได้ไหมว่าใครกันแน่ที่เป็นคนทิ้งให้ทุกคนต้องเผชิญกับกองเพลิงนั่น...?” อคินที่นั่งฟังอยู่นานวางกล้องลงบนโต๊ะด้วยเสียงที่หนักแน่น เขาขยับตัวเข้ามาคั่นกลางระหว่างทั้งสอง สายตาของเขาแปรเปลี่ยนจากความอ่อนโยนเป็นความแข็งกร้าวอย่างที่รินรดาไม่เคยเห็นมาก่อน “ดูเหมือนว่าการสนทนาส่วนตัวจะจบลงแล้วนะครับ” อคินเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทรงพลัง “คุณควรออกไปจากที่นี่ ก่อนที่ผมจะจำใบหน้าของคุณไว้ในหน่วยความจำของกล้องตัวนี้... ในฐานะบุคคลที่ไม่ได้รับเชิญ” ธีร์หัวเราะหึๆ ในลำคอ ก่อนจะหยิบรูปถ่ายใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อที่เปียกชื้นแล้ววางมันลงบนโต๊ะตรงหน้ารินรดา มันเป็นภาพถ่ายเก่าๆ สีซีดจางของบ้านหลังหนึ่งที่กำลังถูกเปลวไฟแผดเผาอย่างบ้าคลั่ง และที่หน้าบ้านหลังนั้น มีเด็กหญิงคนหนึ่งกำลังยืนมองดูโศกนาฏกรรมด้วยแววตาที่ว่างเปล่า “รูปนี้ผมเพิ่งไปเจอมา... ดูสิว่าใครอยู่ในนั้น” ธีร์กระซิบข้างหูเธอ “คุณไม่ใช่เหยื่อหรอกรินรดา... คุณคือต้นเหตุ” ทันทีที่สายตาของเธอจับจ้องไปที่รูปถ่ายใบนั้น โลกทั้งใบของรินรดาก็ดูเหมือนจะหมุนคว้างจนหน้ามืด ร่างกายของเธอชาวาบราวกับถูกกระชากลงสู่ก้นบึ้งของมหาสมุทรที่เย็นจัด ความลับที่เธอพยายามฝังกลบไว้ในส่วนลึกของจิตใจบัดนี้กลับมาปรากฏอยู่ตรงหน้าพร้อมกับชายผู้ที่จะฉีกกระชากชีวิตของเธอให้แหลกคามือ และในเสี้ยววินาทีที่รินรดากำลังจะกรีดร้องออกมา ความเงียบของร้านก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงปืนหนึ่งนัดที่ดังสนั่นมาจากด้านนอก... ท่ามกลางความมืดมิดที่กลืนกินทุกอย่างไปจนหมดสิ้น หวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะร่วมลุ้นและเดินทางไปกับรินรดาในปมปริศนาที่กำลังจะเข้มข้นขึ้นในตอนถัดไปนะคะ ด้วยรักจาก "ดาวตกคืนคริสต์มาส" ค่ะ
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาไม้ใต้แสงดาว: บันทึกความทรงจำที่ไม่เคยจาง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%