เสียงตบโต๊ะไม้สนกระแทกดังปังจนเศษฝุ่นร่วงกราวลงมาจากเพดานฟางหยาบๆ
"หลินฟาง! แกคิดว่าตัวเองเป็นคุณนายผู้ดีมาจากไหน ถึงได้นอนอืดคาเตียงตั้งแต่ตะวันยังไม่ทันโผล่พ้นยอดไม้แบบนี้! ข้าวในหม้อก้นครัวตอนนี้เหลือแค่กำมือเดียว ส่วนลูกสาวตัวดีของแกไข้ขึ้นจนหน้าแดงแจ๋เป็นก้นลิงแล้ว แกยังจะกล้านอนกอดผ้าห่มทำตัวไร้ประโยชน์อยู่อีกเรอะ!"
เสียงแหลมสูงบาดหูของ "แม่สามีจาง" หรือที่ชาวบ้านในคอมมูนยุค 70 ขนานนามให้ลับหลังว่า "อีแร้งทึ้งซาก" ดังแผดเผาเข้ามาในห้องแคบๆ กลิ่นอับชื้นของดินโคลนและกลิ่นเหงื่อไคลตีรวนขึ้นจมูกจนน่าสะอิดสะเอียน
หลินฟางขมวดคิ้วมุ่น ความเจ็บแปลบราovสายฟ้าฟาดแล่นปราดเข้าสู่สมองส่วนกลาง ทว่าสิ่งที่เธอรู้สึกไม่ใช่ความตื่นตระหนกของเด็กสาวไร้เดียงสา หากแต่เป็นความเยือกเย็นอันคุ้นเคยของนักเก็งกำไรผู้เคยผ่านสนามรบหุ้นมูลค่าหมื่นล้านมาแล้ว
*นี่มัน... เรื่องบ้าอะไรกัน*
ความทรงจำมหาศาลไหลบ่าทะลักเข้ามาในหัวราวกับเขื่อนแตก หลินฟางอดีตเซียนหุ้นมือหนึ่งผู้โดດเดี่ยวในศตวรรษที่ 21 ประสบอุบัติเหตุรถยนต์พุ่งชนขณะกำลังปิดดีลหุ้นครั้งประวัติศาสตร์ แต่ชะตากรรมกลับเล่นตลก ส่งจิตวิญญาณของเธอให้ข้ามเวลามาสิงสู่ในร่างของ "หลินฟาง" สะใภ้รองตระกูลจาง หญิงสาวผู้อ่อนแอ ขี้ขลาด และยอมให้คนบ้านนี้โขกสับจนตรอกในยุคข้าวยากหมากแพง พีเรียดปี 1978
ในยุคที่ทุกบ้านต้องใช้ "คูปองอาหาร" แม้แต่หัวไชเท้ามะเขือเทศสักหัวยังต้องแย่งชิงกันจนหัวแตก ตระกูลจางกลับมีแม่สามีจอมเอาเปรียบที่ผลาญเสบียงของครอบครัวไปแอบส่งให้บ้านลูกชายคนโตผู้เป็นที่รัก ส่วนสองแม่ลูกบ้านรองอย่างเธอกับลูกสาวตัวน้อยกลับถูกปฏิบัติราวกับทาสในเรือนเบี้ย วันๆ ได้กินแค่เศษข้าวต้มเจือจางจนเห็นเงาหน้าตัวเองในชาม
"ยืนใบ้กินอยู่ได้! ฉันพูดไม่ได้ยินหรือไง!" แม่สามีจางก้าวเข้ามาในห้อง มือเหี่ยวย่นยื่นออกหมายจะหยิกเนื้อแขนของหลินฟางให้เขียวช้ำตามความเคยชิน
ทว่า... มือข้างนั้นกลับคว้าได้เพียงความว่างเปล่า
หลินฟางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยวหาสัญญาณหุ้นขาลงจ้องมองหญิงสูงวัยตรงหน้าอย่างเยียบเย็น มุมปากยกยิ้มหยันขึ้นเล็กน้อย รังสีอำมหิตที่สั่งสมมาจากการเจรจาธุรกิจมูลค่ามหาศาลแผ่ซ่านออกมาจนแม่สามีชะงักกึก ถอยหลังไปโดยไม่รู้ตัว
"คุณแม่เสียงดังเกินไปแล้วนะครับ... อ้อ ไม่สิ คุณแม่เสียงดังเกินไปแล้ว" หลินฟางปรับคำพูดในใจทันทีเมื่อนึกถึงสถานะปัจจุบัน น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่ทรงพลังจนอีกฝ่ายถึงกับขนลุกซู่ "ลูกไข้ขึ้นสูง แล้วท่านทำอะไรอยู่? นั่งด่าสะใภ้อยู่หน้าประตูเนี่ยนะ? ถ้าหลานสาวแท้ๆ ของตระกูลจางเป็นอะไรไป คนแรกที่จะต้องแบกหน้าไปอธิบายกับชาวบ้านว่า 'ใจแคบจนปล่อยให้เด็กอดตาย' จะไม่ใช่ฉันหรอกนะ"
"นัง... นังสะใภ้รอง! แกกล้าดียังไงมาขึ้นเสียงกับฉัน!" แม่สามีจางหน้าดำคร่ำเครียดจนแทบจะกลายร่างเป็นยักษ์ ปรี่เข้ามาทำท่าจะเงื้อมือตบ
*ฉลาดแต่ไร้มารยาท และโง่เขลาเบาปัญญา... นี่คือหุ้นเน่าที่ไม่มีวันปันผลจริงๆ* หลินฟางประเมินสถานการณ์ในเสี้ยววินาที
ก่อนที่ฝ่ามือเหี่ยวย่นจะกระทบใบหน้า หลินฟางก็เอื้อมมือไปคว้าข้อมือของอีกฝ่ายไว้ได้อย่างแม่นยำ แรงบีบที่พอเหมาะพอเจาะทำให้แม่สามีร้องโอดครวญออกมาทันที ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด
"จำไว้ให้ดีนะคุณแม่ ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ข้าวทุกเม็ด น้ำทุกหยดในบ้านหลังนี้ ถ้าฉันไม่ได้อนุญาต ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้อง แม้แต่เศษแป้งทำหมั่นโถวสักก้อนเดียวก็อย่าหวัง!" หลินฟางกระซิบด้วยน้ำเสียงกระด้าง เย็นเยียบ และจริงจังจนแม่สามีสะท้านไปถึงขั้วกระดูกดำ
ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดจนแทบระเบิด หลินฟางพลันรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงแปลกประหลาดในจิตสำนึก... คลังสินค้าซุปเปอร์มาร์เก็ตสมัยใหม่ขนาดมหึมาพร้อมระบบโลจิสติกส์อัตโนมัติที่เธอสร้างขึ้นก่อนตาย ปรากฏขึ้นเป็นหน้าจอโฮโลแกรมโปร่งแสงในห้วงความคิดของเธอ!
*มิติลับยังอยู่! และมันพกพาสินค้าอุปโภคบริโภคมูลค่าหลายสิบล้านหยวนข้ามกาลเวลามาด้วย!*
หัวใจของเซียนหุ้นเต้นรัวระรัวด้วยความตื่นเต้น ในยุคที่คนอื่นกำลังอดอยากยากแค้น เธอกลับมีคลังสินค้าส่วนตัวที่อัดแน่นไปด้วยเนื้อวัวเกรดพรีเมียม ข้าวสารชั้นดี น้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ และยารักษาโรคครบครัน นี่ไม่ใช่แค่การเอาชีวิตรอด แต่คือโอกาสทองในการสร้างอาณาจักรความมั่งคั่งครั้งใหม่!
ทว่า ก่อนที่หลินฟางจะได้ทดลองดึงเอา "ลูกอมรสนมกระต่ายขาว" ออกมาจากมิติลับเพื่อปลอบขวัญลูกสาว เสียงฝีเท้าหนักแน่นและรีบร้อนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูกระท่อมดิน
*ปึง!*
ประตูกระท่อมถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ปรากฏร่างของชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้ม ร่างสูงใหญ่กำยำเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ แว่นแคว้นแววตาคมกริบแต่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและร้อนรน เส้นผมชื้นเหงื่อและฝุ่นกรังจากการเดินทางไกลบ่งบอกว่าเขาเพิ่งก้าวลงจากรถบรรทุกทหารแล้ววิ่งตรงมาที่นี่โดยไม่แม้แต่จะแวะพักหายใจ
นั่นคือ "ร้อยเอกจางห่าว" สามีผู้ขึ้นชื่อว่าเย็นชา ห่างเหิน และไม่เคยสนใจใยดีภรรยาตามคำบอกเล่าของเจ้าของร่างเดิม
แต่ในวินาทีที่ดวงตาคมกริมคู่นั้นกวาดมาเจอหลินฟางยืนประจันหน้ากับแม่สามี แววตาของนายทหารหนุ่มกลับไหวระริก ร่างสูงพุ่งเข้ามาดึงตัวหลินฟางเข้าไปหลบอยู่ด้านหลังทันทีด้วยสัญชาตญาณการปกป้อง พร้อมกับเอ่ยเสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันด้วยความโกรธเกรี้ยวที่พยายามสะกดกลั้นไว้อย่างสุดกำลัง
"แม่ครับ... ผมเพิ่งกลับมาจากการฝึกภาคสนาม และผมได้ยินชัดเจนว่าแม่กำลังทำอะไรกับภรรยาของผม"
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนเวลามาตบเกรียนญาติจอมสูบเลือดสูบเนื้อไปพร้อมกันในตอนแรกนี้นะครับ
เจ๊ดันสายฟาดกับนายทหารคลั่งรักในยุคขาดแคลน•ตอนที่ 1
ฟื้นจากความตายในยุคข้าวยากหมากแพง
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ๊ดันสายฟาดกับนายทหารคลั่งรักในยุคขาดแคลน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!