หน้าจอโทรศัพท์มือถือราคาแพงสั่นระรัวติดต่อกันเป็นครั้งที่สิบในรอบห้านาที แต่ธันวาไม่ได้สนใจมันเลยสักนิด
นิ้วเรียวยาวที่ผ่านการจับมีดทำครัวมาค่อนชีวิตกำลังบรรจงตกแต่งจานอาหารระดับไฟน์ได닝ด้วยความประณีต ราวกับศิลปินกำลังวาดภาพชิ้นเอกบนผืนผ้าใบ ทว่าบรรยากาศในห้องครัวปิดของร้านอาหาร *‘Thanwa’s Table’* กลับคุกรุ่นไปด้วยไอความร้อนที่ไม่ได้มาจากเตาไฟ แต่มันแผ่ออกมาจากรังสีความหงุดหงิดที่เจ้าของร้านกำลังปล่อยออกมาต่างหาก
"ธัน... แกไม่คิดจะหยิบมันขึ้นมาดูหน่อยเหรอ ฉันเสียวว่าหน้าจอสมาร์ทโฟนเครื่องนั้นจะร้าวเพราะแรงสั่นสะเทือนอยู่แล้วนะ"
รินรดา เพื่อนสนิทและเจ้าของร้านกาแฟกึ่งออฟฟิศที่อยู่ติดกัน เดินถือแก้วกาแฟเย็นเข้ามาในครัว เธอชะโงกหน้ามองหน้าจอโทรศัพท์ที่คว่ำหน้าอยู่บนเคาน์เตอร์สแตนเลส ดวงตาคู่สวยฉายแววระอาปนกังวลอย่างปิดไม่มิด
"ปล่อยมันสั่นไปเถอะ น่ารำคาญ" ธันวาตอบเสียงห้วน เอ่ยโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง ปลายมีดในมือตวัดแต่งแผ่นทรัฟเฟิลบางเฉียบบนจานพาสต้าด้วยความเร็วและแม่นยำ "ถ้าไม่ใช่เรื่องซัพพลายเออร์ส่งของช้า ก็คงเป็นพวกนักข่าวบันเทิงปัญญาอ่อนที่อยากมาสัมภาษณ์เรื่องรางวัลเชฟยอดเยี่ยมปีล่าสุด น่าเบื่อจะตาย"
"ถ้านั่นเป็นเรื่องพวกนั้นจริง ฉันคงไม่ใจคอไม่ดีแบบนี้หรอก..." รินรดาถอนหายใจเฮือกใหญ่ ตัดสินใจยื่นมือไปพลิกหน้าจอโทรศัพท์เครื่องนั้นขึ้นมาด้วยความถือวิสาสะ "นี่... อ่านซะ แล้วเตรียมตัวเตรียมใจไว้รับแรงกระแทกได้เลย พ่อคุณนักวิจารณ์ปากแจ๋วคนนั้นเขาเล่นของใหม่อีกแล้วจ่ะ"
ธันวาหยุดมือที่กำลังถือแหนบแต่งจานทันที ดวงตาคมกริบตวัดมองเพื่อนสนิทด้วยความไม่สบอารมณ์ ก่อนจะเหลือบสายตาไปยังหน้าจอโทรศัพท์ที่สว่างวาบ
ภาพที่ปรากฏคือโพสต์ล่าสุดจากแอคเคาน์โซเชียลมีเดียของ **'Mekha_Reviews'** บล็อกเกอร์สายอาหารชื่อดังที่มีผู้ติดตามทะลุหลักล้าน คนที่ชอบทำตัวเป็นศัตรูทางธรรมชาติกับเขามาตลอดสามปีเต็ม และข้อความในโพสต์นั้นก็ทำเอาเส้นเลือดที่ขมับของเชฟหนุ่มปูดโปนขึ้นมาทันที
*[รีวิวตามเนื้อผ้า: เงินหลักพันกับความรู้สึกเหมือนเคี้ยวเศษกระดาษทิชชูชุบซอสถั่วเหลือง? วันนี้แวะมาลองร้านอาหารหรูรางวัลระดับโลกที่ใครๆ ก็อวยกัน... สรุปคือ เสีย-ดาย-เงิน เมนูปลาดิบซอสน้ำมันทรัฟเฟิลนี่เชฟเอาลิ้นรับรสไปไว้ที่ส้นเท้าตอนทำหรือเปล่าถึงได้กลบรสชาติวัตถุดิบซะสนิท หรือกะจะทำมาหลอกกินเงินคนรสนิยมห่วยๆ ไปวันๆ ถ้าฝีมือตกต่ำขนาดนี้ แนะนำให้เอาเวลาไปเปิดร้านขายข้าวแกงข้างทางยังจะรุ่งกว่านะฃาย... #ThanwaTable #รีวิวไปเรื่อยไม่กลัวทัวร์ลง]*
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ในครัวทันที รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อเห็นสันจรามของธันวาขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ดวงตาสีนิลคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุล
"ไอ้... หน้าตัวเมียนี่..." ธันวาเค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงเย็นเยียบจนน่ากลัว "ปากดีแบบนี้ สงสัยชาติที่แล้วคงเกิดเป็นสุนัขพันธุ์ดุถึงได้ชอบเห่าหอนไปทั่วไม่เว้นแต่ละวัน"
"ใจเย็นก่อนธัน! แกตั้งสติก่อน นี่มันบล็อกเกอร์เบอร์ต้นๆ เลยนะ ยอดแชร์ตอนนี้ทะลุหมื่นไปแล้ว ทัวร์กำลังจะมาลงร้านแกแน่ๆ!" รินรดาพยายามปราม พร้อมกับคว้าแขนเพื่อนไว้เมื่อเห็นท่าทางเหมือนคนพร้อมจะถือมีดอีโต้เดินไปฟันใครสักคน
"ฉันจะใจเย็นได้ยังไง! มันมาเหยียบจมูกฉันถึงถิ่น แถมยังวิจารณ์ผลงานที่ฉันทุ่มเทหยาดเหงื่อแรงกายทำมันออกมาด้วยซ้ำ!" ธันวาโยนแหนบในมือลงบนถาดเสียงดังสนั่น ลมหายใจกระიบแรงด้วยความโกรธจัด "ไอ้เมฆา... มึงมันตัวซวยชัดๆ!"
เชฟหนุ่มทนไม่ไหวอีกต่อไป นิ้วเรียวยัดสไลด์หน้าจอด้วยความเร็วสูง กดเข้าแอคเคาน์ส่วนตัวแล้วพิมพ์ตอบกลับโพสต์นั้นทันทีด้วยความฉุนเฉียวระดับร้อยเปอร์เซ็นต์ โดยไม่สนใจภาพลักษณ์เชฟมือรางวัลหรือคำเตือนของเพื่อนสนิทแม้แต่น้อย
*‘วิจารณ์แรงแบบนี้ เอาหัวเป็นประกันไหมครับคุณนักวิจารณ์ไร้รสนิยม? ถ้าลิ้นจระเข้ของคุณมันแยกไม่ออกระหว่างความกลมกล่อมกับเศษกระดาษ ก็กรุณาไสหัวไปกินอาหารตามสั่งข้างถนนเถอะครับ ที่นี่ไม่ต้อนรับคนไร้สมองที่ใช้แค่นิ้วพิมพ์เสี้ยมชาวบ้านไปวันๆ!’*
กดส่งเสร็จ ธันวาก็โยนโทรศัพท์ลงบนเคาน์เตอร์แรงๆ จนหน้าจอร้าวเป็นทางยาว แต่หัวใจที่เต้นรัวด้วยความเดือดดาลกลับไม่ได้สงบลงเลยแม้แต่น้อย เขารู้ดีว่าการตอบโต้แบบนี้จะยิ่งทำให้เรื่องลุกลาม แต่ใครสนกันล่ะ? ในเมื่ออีกฝ่ายเริ่มก่อน และเขาก็ไม่ใช่คนที่จะยอมก้มหัวให้ใครเหยียบย่ำซะด้วย
"ธัน! แกทำบ้าอะไรลงไปเนี่ย!" รินรดาหวีดร้องเบาๆ ยกมือทาบอกเมื่อเห็นข้อความที่เพื่อนรักเพิ่งโพสต์ลงไป "แกไปเปิดศึกกับมันตรงๆ แบบนี้ เดี๋ยวก็เป็นเรื่องใหญ่หรอก!"
"ให้มันรู้ไปสิว่าใครจะแน่กว่ากัน" ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมฉายแววท้าทาย "ฉันอยากเห็นนักว่าไอ้บล็อกเกอร์ปากดีคนนั้นมันจะเห่าอะไรกลับมาอีก!"
เพล้ง!
เสียงแก้วกาแฟในมือของรินรดาร่วงหล่นลงพื้นแตกกระจายเมื่อจู่ๆ ประตูหลังร้านที่เชื่อมต่อกับโซนห้องครัวถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ซึ่งมารยาท ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อแจ็กเกตหนังสีดำสนิทก้าวเข้ามาในอาณาเขตของเขาอย่างมั่นอกมั่นใจ ใบหน้าคมคายรับกับรอยยิ้มมุมปากที่ส่งสัญญาณอันตรายอย่างชัดเจน เส้นผมสีดำสนิทถูกเซ็ตไว้อย่างดีรับกับดวงตาเรียวรีที่พราวระยับด้วยความสนุกสนาน
ธันวาชะงักกึก ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าใครยืนอยู่ตรงหน้า
"สวัสดีครับเชฟธันวา... พอดีผมผ่านมาแถวนี้ เลยแวะมารับ 'คำท้า' ของเชฟด้วยตัวเองซะเลย"
เสียงทุ้มต่ำติดจะเยาะหยันเอ่ยขึ้น พร้อมกับที่ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดตัวเขาในระยะประชิด จนกลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางลอยปะทะจมูก เมฆายกมือขึ้นกอดอก มองเชฟหนุ่มปากร้ายด้วยแววตาท้าทายที่ชวนให้อยากซัดหน้าสักหมัดให้หายหมั่นไส้
"แก..." ธันวากัดฟันกรอด ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะกล้าบุกมาถึงถิ่นแบบนี้
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความแซ่บครั้งนี้นะคะ พุดดิ้งคาราเมลขอตัวไปเสิร์ฟความฟินต่อในตอนหน้าแล้วค่ะ!
เซฟโซนของเชฟปากร้ายกับนายนักวิจารณ์ปากจัด•ตอนที่ 1
วิจารณ์แรงแบบนี้ เอาหัวเป็นประกันไหม?
ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของเชฟปากร้ายกับนายนักวิจารณ์ปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
