“ถ้างานนี้ออกมาห่วยเหมือนตอนนำเสนอครั้งล่าสุด ผมแนะนำให้คุณลองพิจารณาอาชีพขายกาแฟหน้าออฟฟิศดูนะครับ เผื่อจะมีพรสวรรค์ทางนั้นมากกว่าการทำกราฟิก”
เสียงทุ้มต่ำแต่บาดลึกของ ‘กวิน’ ครีเอทีฟไดเรกเตอร์มือทองแห่งบริษัทเอเจนซี่ชื่อดังดังก้องไปทั่วห้องประชุม เสียงนั้นไม่ได้ตะคอก แต่กลับทรงพลังและกดดันจนบรรยากาศรอบตัวเหมือนถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น เขาไม่ได้มองหน้าใครเป็นพิเศษ สายตาคมกริบคู่นั้นยังคงจดจ้องอยู่กับสไลด์งานบนโปรเจกเตอร์ที่ฉายภาพผลงานชิ้นหนึ่งที่เพิ่งถูกเขี่ยทิ้งลงถังขยะในใจเขาไปเรียบร้อยแล้ว
‘พาย’ กราฟิกดีไซเนอร์หนุ่มที่นั่งอยู่มุมโต๊ะยาวเงยหน้าขึ้นมองคนพูด นัยน์ตาเรียบเฉยภายใต้กรอบแว่นสายตาสะท้อนความเหนื่อยหน่ายที่ถูกฉาบด้วยความใจเย็น เขากระชับแฟ้มเอกสารในมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด แต่น้ำเสียงที่ตอบกลับไปนั้นกลับราบเรียบจนน่ากลัว
“ถ้าคุณกวินคิดว่ากราฟิกของทีมผมมันแย่ขนาดนั้น ก็ช่วยบอกให้ชัดเจนหน่อยครับว่า ‘ขายไม่ออก’ ตรงไหน ไม่ใช่แค่พูดเปรยๆ ให้คนอื่นรู้สึกด้อยค่าโดยไม่มีเหตุผลรองรับ”
กวินหันขวับมามองทันที มุมปากของเขาหยักยิ้มเป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา มันคือรอยยิ้มที่ใครในออฟฟิศต่างก็รู้ดีว่า ‘พายุเข้า’ เขาเดินตรงมาที่พาย ช้าๆ แต่หนักแน่น เหมือนเสือที่กำลังต้อนเหยื่อเข้ามุม
“เหตุผลเหรอครับ? คุณอยากได้เหตุผลไปทำไม ในเมื่อความล้มเหลวของคุณมันตะโกนบอกผมอยู่แล้วว่างานชิ้นนี้มันขาด ‘จิตวิญญาณ’... อ้อ ขอโทษที ผมลืมไปว่าคนทำงานตามสั่งแบบคุณ คงไม่เข้าใจคำว่าศิลปะที่ต้องใช้หัวใจนำทางหรอก”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุม พนักงานคนอื่นๆ ต่างก้มหน้าก้มตาจดงาน บ้างก็พยายามทำตัวให้ลีบเล็กที่สุดเพื่อเลี่ยงรัศมีทำลายล้างของกวิน พายไม่ได้สะทกสะท้าน เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ประจันหน้ากับชายหนุ่มที่ทรงอิทธิพลที่สุดในบริษัทโดยไม่เบือนหน้าหนี
“ถ้าจะเอา ‘หัวใจ’ มาทำงาน ผมก็คงต้องถามคุณกวินเหมือนกันครับว่า หัวใจที่ว่าเนี่ย... มีไว้เพื่อสร้างสรรค์งาน หรือมีไว้เพื่อกดขี่คนอื่นกันแน่?”
กวินหยุดเดิน ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงไม่ถึงคืบ กลิ่นน้ำหอมไม้ซีดาร์จางๆ จากตัวของกวินปะทะเข้ากับจมูกของพาย มันเป็นกลิ่นที่น่าหลงใหลแต่ในขณะเดียวกันก็ชวนให้รู้สึกอันตราย กวินโน้มตัวลงมากระซิบข้างหูพาย น้ำเสียงนั้นเปลี่ยนเป็นโทนต่ำที่สั่นประสาท
“ปากเก่งจังนะครับ... งั้นดี ในเมื่อคุณมั่นใจในความคิดตัวเองนัก โปรเจกต์ ‘The Muse’ ที่ผมเพิ่งได้รับมาเมื่อสิบนาทีก่อน คุณต้องรับผิดชอบร่วมกับผม”
พายชะงัก “ผมไม่ได้รับปาก...”
“นี่ไม่ใช่การขอร้องครับพาย” กวินผละออกมาแล้วโยนแฟ้มเอกสารหนาปึกวางลงบนโต๊ะตรงหน้าพาย “นี่คือคำสั่ง คุณต้องเคลียร์ตารางงานทุกอย่างทิ้ง และมาเป็นคู่หูผมในโปรเจกต์นี้ ถ้าคุณทำสำเร็จ คุณจะได้รับคำชื่นชม แต่ถ้าพลาด... คุณก็เตรียมตัวเก็บของออกจากบริษัทนี้ได้เลย”
กวินหมุนตัวกลับไปยังประตูห้องประชุม ก่อนจะหยุดชะงักแล้วหันกลับมาทิ้งระเบิดลูกสุดท้าย
“อ้อ แล้วก็... เลิกชงกาแฟรสชาติห่วยๆ มาให้ผมได้แล้ว ถ้าจะชง ก็ชงตัวเองให้เก่งเท่าผลงานที่ผมต้องการซะ”
เขาก้าวออกจากห้องไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและความไม่พอใจที่ก่อตัวขึ้นในใจของพาย เพื่อนร่วมงานหลายคนต่างเข้ามาแสดงความเห็นอกเห็นใจ แต่พายทำเพียงแค่คว้าแฟ้มโปรเจกต์นั้นขึ้นมา เขารู้ดีว่านี่ไม่ใช่แค่การทำงานธรรมดา แต่มันคือสงครามที่กวินจงใจเปิดฉากขึ้นเพื่อกลั่นแกล้งเขาโดยเฉพาะ
ตลอดทั้งบ่าย พายแทบไม่ได้ขยับตัวออกจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ เขากำลังวิเคราะห์บรีฟงานอย่างหนัก จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปจนดึกดื่น ออฟฟิศทั้งชั้นมืดสนิทเหลือเพียงแสงจากโคมไฟบนโต๊ะของเขาและกวินที่อยู่ห้องกระจกด้านในสุด
เสียงฝีเท้าหนักๆ ก้าวออกมาจากห้องทำงานส่วนตัว กวินเดินตรงมาที่โต๊ะของพาย เขาถอดเสื้อสูทตัวนอกพาดบ่า พลางปลดกระดุมคอเสื้อเชิ้ตออกสองเม็ด เผยให้เห็นผิวขาวจัดและลำคอที่ดูเซ็กซี่อย่างร้ายกาจโดยเจ้าตัวไม่รู้ตัว
“ยังไม่กลับอีกเหรอครับ? หรือว่ารอให้ผมเชิญไปทานมื้อดึกด้วยตัวเอง?” กวินเอ่ยปากถามพลางวางแก้วกาแฟที่ว่างเปล่าลงบนโต๊ะของพาย
พายถอดแว่นออกแล้วนวดสันจมูก “ผมก็แค่ไม่อยากโดนไล่ออกเพราะทำงานไม่ทันใจคุณเท่านั้นแหละครับ”
กวินแค่นหัวเราะ ก่อนจะโน้มตัวลงมาท้าวแขนกับโต๊ะของพาย กักขังร่างของเขาไว้ในวงล้อมของแขนแกร่ง สายตาของกวินจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของพายอย่างที่เขาไม่เคยทำมาก่อน มันไม่ใช่สายตาดูถูกแบบเดิม แต่มันคือสายตาที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น... และบางสิ่งที่ลึกซึ้งกว่านั้น
“ถ้าคุณตั้งใจขนาดนี้ ทำไมไม่ลองมาทำอะไรที่มันท้าทายกว่าการนั่งจ้องจอคอมล่ะครับ?”
พายขมวดคิ้ว “เช่นอะไร?”
กวินขยับใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดใบหน้าของพาย เขาหรี่ตาลงเล็กน้อย น้ำเสียงที่เปล่งออกมาดูแหบพร่าและเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ที่ทำเอาหัวใจของพายกระตุกวูบ
“เช่นการมา ‘ชง’ ชีวิตของผมให้มันเข้าที่เข้าทางขึ้น... ในฐานะคนที่ต้องมาทำงานกับผมตลอด 24 ชั่วโมงต่อจากนี้ไปไงครับ”
ในจังหวะที่พายกำลังจะอ้าปากโต้ตอบ ประตูกระจกของออฟฟิศก็ถูกผลักออกพร้อมกับเสียงรองเท้าส้นสูงที่ดังกระทบพื้นอย่างมั่นคง ร่างเพรียวระหงของหญิงสาวสวยสง่าก้าวเข้ามาในความมืด พร้อมกับรอยยิ้มที่ดูประดุจผู้ชนะ
“สวัสดีค่ะกวิน... คิดถึงกันไหมคะ?”
ริน... อดีตคนรักที่พายจำได้ดีว่าคือสาเหตุที่ทำให้กวินกลายเป็นคนปากร้ายและบ้างานจนถึงทุกวันนี้ก้าวเข้ามาหยุดอยู่ข้างหลังกวิน แขนเรียวของเธอเอื้อมมาคล้องแขนกวินอย่างสนิทสนม ทิ้งให้พายนั่งค้างอยู่ในสถานการณ์ที่เกินจะควบคุม
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความโกลาหลในครั้งนี้ แล้วพบกันในตอนหน้าครับ
นาโนบอทมาสเตอร์
เลิกชงกาแฟแล้วหันมาชงผมแทนสิครับคุณหัวหน้า•ตอนที่ 1
เมื่องานงอก คนไม่อยากงอกต้องรับกรรม
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เลิกชงกาแฟแล้วหันมาชงผมแทนสิครับคุณหัวหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
