"ไอ้สวะ! เจ้าคิดว่าการก้มหัวกราบกรานจะช่วยให้ข้าเว้นชีวิตเจ้าได้งั้นรึ? ความเป็นความตายของเจ้าในสำนักเมฆาจันทร์ ก็เป็นได้เพียงเศษธุลีที่ข้าจะปัดทิ้งเมื่อใดก็ได้!"
เสียงกระชากตวาดด้วยความเดือดดาลดังก้องปะทะกับกำแพงหินเย็นเยียบ ร่างของเด็กหนุ่มผู้หนึ่งถูกถีบเข้าที่กลางอกจนกระเด็นไปกระแทกโขดหินคมกริบ เลือดสดๆ พุ่งทะลักออกจากมุมปากของเขา กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณโถงลับหลังยอดเขา
'หลี่มู่เฉิน'... นามนี้ห่างหายจากยุทธภพไปนับพันปี แต่ในยามนี้ จิตวิญญาณของปรมาจารย์กระบี่ผู้เคยสั่นสะเทือนสวรรค์ กลับกำลังถูกฉุดกระชากกลับคืนสู่ความว่างเปล่าอีกครั้ง
ความเจ็บปวดที่แล่นพล่านไปทั่วเส้นชีพจรเปรียบเสมือนเข็มพันเล่มที่ทิ่มแทงเข้าสู่กระดูกสันหลัง เขาพยายามลืมตาขึ้น ภาพตรงหน้าพร่ามัว แต่ทว่าประสาทสัมผัสที่ผ่านการฝึกฝนมานับหมื่นปีกลับตื่นตัวขึ้นในทันที
เขาไม่ได้อยู่ในสวรรค์ชั้นฟ้า... และไม่ได้อยู่ในขุมนรกที่เขาควรจะดับสูญ
"ข้ายังไม่ตาย..." เสียงพึมพำแผ่วเบาดังออกมาจากลำคอของเด็กหนุ่มที่กำลังสำลักเลือด
ชายฉกรรจ์ชุดเทาที่ยืนอยู่เบื้องหน้าชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะร่าด้วยความสมเพช "ยังปากดีอยู่อีกรึเจ้าขยะ! หากวิชาปราณจันทราของข้าไม่สามารถปลิดชีพเจ้าได้ ข้าจะยอมตัดหัวตัวเองมาให้เจ้าเตะเล่น!"
มือหยาบกร้านของมันเงื้อขึ้น รวบรวมพลังปราณสีฟ้าหม่นจนเกิดเสียงหวีดหวิวในอากาศ มันคือท่า 'กรงเล็บทลายกระดูก' วิชาพื้นฐานที่แม้จะดูต่ำต้อย แต่สำหรับร่างที่ไร้ซึ่งพลังป้องกันเช่นเด็กหนุ่มผู้นี้ มันคืออาวุธสังหารที่ร้ายกาจยิ่ง
หลี่มู่เฉินไม่ได้ขยับหนี สายตาที่เคยหม่นแสงกลับเปลี่ยนเป็นแววตาคมกริบดุจกระบี่นับพันเล่มที่เพิ่งถูกชักออกจากฝัก ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ แม้กระทั่งเสียงแมลงในพงหญ้ายังดูเหมือนจะหยุดนิ่งไปโดยพลัน
*เจ้าเด็กนี่... แววตาเปลี่ยนไปแล้ว?* ชายชุดเทาคิดในใจด้วยความฉงน แต่มันไม่หยุดยั้ง มือของมันพุ่งตรงเข้าหาลำคอของร่างที่อยู่เบื้องล่าง
ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่นิ้วมือของมันห่างจากลำคอเพียงหนึ่งชุ่น หลี่มู่เฉินกลับขยับตัวด้วยท่วงท่าที่ไร้ลักษณ์ นิ้วมือเพียงสองนิ้วของเขาดีดออกไปเบาๆ ราวกับดีดพิณบรรเลงเพลงสวรรค์
*เปรี้ยง!*
คลื่นพลังที่ไม่ควรจะมีอยู่ในร่างกายที่ไร้ลมปราณของเด็กหนุ่ม พุ่งทะลวงเข้าใส่จุดชีพจรบนข้อมือของชายชุดเทาอย่างแม่นยำและรุนแรง แรงดีดนั้นเปรียบเสมือนคมกระบี่ที่มองไม่เห็น มันตัดผ่านเส้นปราณของอีกฝ่ายจนขาดสะบั้น
"อ๊ากกกกก!"
ชายชุดเทาร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด กระดูกข้อมือของมันแตกละเอียดจนผิดรูป ร่างหนาหนักกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว ล้มลงกระแทกพื้นด้วยความตื่นตระหนก มันเงยหน้ามองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ราวกับว่ากำลังเผชิญหน้ากับปีศาจจำแลง
หลี่มู่เฉินค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นยืน ความเจ็บปวดในร่างนี้ช่างน่ารำคาญใจนัก ร่างกายที่เปราะบาง เส้นชีพจรที่อุดตันไปกว่าแปดส่วน... นี่หรือคือร่างที่เขาสิงสู่?
เขาปาดเลือดที่มุมปาก ดวงตาคู่นั้นกวาดมองไปรอบตัวด้วยความเย็นชาดุจน้ำแข็งค้างปี ก่อนจะหยุดลงที่ฝักกระบี่ไม้เก่าๆ ที่ตกอยู่ใกล้เท้า
"วิชาสวะ... ในมือของสวะ ยิ่งไร้ค่ากว่าฝุ่นผง" เสียงของเขาเปลี่ยนไป มันกังวานและทรงอำนาจเกินกว่าที่เด็กหนุ่มวัยสิบห้าปีจะทำได้
ชายชุดเทาสั่นสะท้าน "เจ้า... เจ้าเป็นใครกันแน่! หลี่มู่เฉินคนเดิมไม่มีทางมีวิชาเช่นนี้ได้!"
หลี่มู่เฉินไม่ตอบคำถามนั้น เขาโน้มตัวลงหยิบฝักกระบี่ไม้ขึ้นมา นิ้วมือเรียวยาวสัมผัสกับเนื้อไม้ที่ผุพัง แม้มันจะเก่าแก่ แต่ภายใต้สัมผัสของปรมาจารย์ เขากลับสัมผัสได้ถึงประกายบางอย่างที่หลับใหลอยู่ภายใน
*กระบี่ไร้ลักษณ์... สลักนามเหนือกาลเวลา...*
ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นของคนกลุ่มหนึ่งก็ดังขึ้นจากหน้าประตูถ้ำ พร้อมกับแรงกดดันมหาศาลที่กดทับลงมาจนอากาศรอบข้างหนักอึ้ง
"ศิษย์พี่หลี่ ดูเหมือนท่านจะยังไม่ตายสินะ"
เสียงหวานใสแต่ทว่าเย็นเยียบดุจน้ำค้างแข็งท่ามกลางฤดูหนาวดังขึ้น หญิงสาวในชุดสีขาวบริสุทธิ์ก้าวเข้ามาในโถง กลิ่นอายของเธอนั้นสูงส่งและเปี่ยมด้วยจริตของนางเซียนผู้ตัดขาดจากกิเลส นางคือ 'มู่หรงเซียน' บุตรีแห่งสำนักเมฆาจันทร์ ผู้ที่ทุกคนต่างเกรงขาม
นางมองหลี่มู่เฉินด้วยสายตาที่เรียบเฉย ทว่าลึกๆ ในแววตานั้นกลับมีความสั่นไหวบางอย่างที่แม้แต่นางเองก็ไม่อาจนิยามได้
"เจ้าทำร้ายศิษย์ร่วมสำนัก ถือว่าผิดกฎร้ายแรง" มู่หรงเซียนกล่าวพลางชักกระบี่โปร่งแสงของนางออกมา กลิ่นอายสังหารแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ "ข้ามาเพื่อทำตามหน้าที่... ลงทัณฑ์เจ้าด้วยมือของข้าเอง"
หลี่มู่เฉินเงยหน้าขึ้น สบตากับนางเซียนผู้สง่างาม เขาไม่ได้แสดงอาการสะทกสะท้าน ตรงกันข้าม เขากลับเหยียดยิ้มที่มุมปากอย่างท้าทาย
"หน้าที่? หรือว่า... กลัวข้าจะจดจำ 'ความลับ' ที่เจ้าพยายามซ่อนเอาไว้ได้กันแน่, มู่หรงเซียน?"
บรรยากาศในโถงถ้ำเย็นยะเยือกขึ้นในทันที กระบี่ในมือของนางสั่นระริกราวกับตอบรับกับบางสิ่งในตัวของเด็กหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้า
หวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินไปกับบทแรกแห่งมหากาพย์การฟื้นคืนชีพครั้งนี้ หากมีสิ่งใดขาดตกบกพร่อง "เซียนสุราเมามาย" พร้อมน้อมรับและจะพัฒนาปลายพู่กันให้แหลมคมยิ่งขึ้นในตอนถัดไปครับ
วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ สลักนามเหนือกาลเวลา•ตอนที่ 1
ศิษย์สวะกับประกายกระบี่บรรพกาล
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ สลักนามเหนือกาลเวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
