กลิ่นน้ำมันไฮดรอลิกเสื่อมสภาพคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอับชื้นของซากโลหะนับล้านตันในเขตทิ้งขยะอวกาศเซกเตอร์ 7—ที่นี่คือสุสานแห่งความทะเยอทะยานของมนุษยชาติ
"ค่าความต้านทานที่ขั้วแคโทดตกฮวบลงไปสามสิบเปอร์เซ็นต์แล้วนะเซน ถ้า นายยังดึงดันจะเชื่อมต่ออินเตอร์เฟซเข้ากับโครงข่ายประสาทเทียมรุ่นทหารราบยุคสงครามดาวเคราะห์โดยไม่ผ่านตัวต้านทานกระแสไฟสำรอง สมองส่วนฮิปโปแคมปัสของนายอาจจะถูกทอดจนสุกคาโต๊ะซ่อมบำรุงก่อนที่เราจะหาเงินไปจ่ายค่าเช่าโรงงานเดือนนี้ได้เสียก่อนนะครับ"
เสียงราบเรียบแต่แฝงความห่วงใยเชิงวิชาการดังขึ้นจากมุมมืดของห้องปฏิบัติการชั่วคราว เอลาร่า ยืนกอดอกพิงผนังคอนกรีตเสริมเหล็กที่เต็มไปด้วยรอยคราบสนิม แว่นตากรองแสงสีฟ้าสะท้อนตัวเลขโค้ดคำสั่งนับพันบรรทัดที่กำลังวิ่งผ่านหน้าจอโฮโลแกรมสามมิติสีอำพัน ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นจ้องมองชายหนุ่มผู้กำลังงละวนอยู่กับการบัดกรีแผงวงจรไมโครโปรเซสเซอร์ด้วยความนิ่งสงบ แต่นิ้วมือที่เคาะเบาๆ กับต้นแขนนั้นฟ้องถึงความกังวลที่ถูกเก็บกดไว้
เซน ไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากแว่นขยายส่องกล้องจุลทรรศน์ มือข้างหนึ่งคีบแท่งโลหะผสมไทเทเนียม-คาร์ไบด์ที่มีขนาดเล็กกว่าเส้นผมมนุษย์เพื่อเชื่อมต่อเส้นใยแก้วนำแสงเข้ากับชิปประมวลผลหลักของหุ่นยนต์รบโครงกระดูกรุ่นโบราณที่ถูกแยกชิ้นส่วนอยู่ตรงหน้า
"ถ้าผมมัวแต่กลัวกระแสไฟย้อนกลับจนต้องติดตั้งตัวต้านทานเกรดต่ำพวกนั้น ความเร็วในการประมวลผลสัญญาณประสาทจะลดลงไปถึงสี่สิบเปอร์เซ็นต์ครับอาจารย์... และผมไม่มีเวลามากพอที่จะมานั่งรอให้ระบบประมวลผลเต่าๆ นั่นวิเคราะห์หาต้นตอของรหัสลับที่ซ่อนอยู่ในหน่วยความจำสำรองของมันหรอกนะ"
คำตอบของเซนเต็มไปด้วยความเยือกเย็นและตรรกะที่ผ่านการคำนวณมาอย่างรอบคอบ ปมในใจจากการสูญเสียครอบครัวไปในเหตุการณ์สงครามล้างเผ่าพันธุ์ระหว่างมนุษย์กับเครือข่าย AI เมื่อสิบปีก่อน ยังคงฝังรากลึกอยู่ในทุกย่างก้าวของการทำงานของเขา ทุกชิ้นส่วนจักรกลที่เขาซ่อมแซม ทุกโค้ดคำสั่งที่เขาเขียนขึ้นใหม่ ล้วนมีเป้าหมายเดียวคือการค้นหาความจริงเบื้องหลังรหัสคำสั่งมรณะที่พรากทุกอย่างไปจากชีวิตเขา
บนโต๊ะเหล็กกล้าตรงหน้าพวกเขาคือ โครงกระดูกโลหะของหุ่นยนต์รบยุทธวิธีรุ่น 'Aegis-Mk.IV' ซึ่งเป็นเทคโนโลยีต้องห้ามจากยุคสงครามกวาดล้าง สภาพภายนอกของมันผุกร่อน เต็มไปด้วยรอยกระสุนพลาสม่าและรอยเฉือนจากคมดาบโมเลกุล แต่สิ่งที่ทำให้เซนตัดสินใจลักลอบขนมันหลบหนีการตรวจสอบจากกองกำลังสหพันธ์เข้ามาในเขตทิ้งขยะแห่งนี้ ไม่ใช่เพราะมูลค่าของโลหะหายาก แต่มันคือสิ่งผิดปกติที่เขาตรวจพบตั้งแต่ครั้งแรกที่แตะตัวมัน
คลื่นสมองเทียม หรือที่ในทางเทคนิคเรียกว่า 'Quantum Synaptic Pattern' ที่ถูกบันทึกไว้ในแกนกลางของหุ่นยนต์ตัวนี้ ไม่ใช่รูปแบบการทำงานของ AI ทหารราบทั่วไป มันมีความซับซ้อนเกินกว่าโครงสร้างสถาปัตยกรรมทางปัญญาประดิษฐ์ยุคเก่าจะสร้างขึ้นได้—มันมีความลังเล มีความกลัว และมีความเจ็บปวดจำลองที่ถูกฝังลึกอยู่ในระดับซอร์สโค้ด
"นายกำลังเล่นกับไฟนะเซน AI ทหารราบรุ่นนี้ถูกออกแบบมาให้ไร้ความรู้สึก แต่นี่... สิ่งที่นายกำลังพยายามดึงออกมาจากหน่วยความจำสำรองของมัน มันเหมือนกับจิตสำนึกของสิ่งมีชีวิตมากกว่าโปรแกรมคอมพิวเตอร์" เอลาร่าถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน เธอวางมือเรียวลงบนไหล่ของชายหนุ่มเพื่อส่งสัญญาณเตือนเป็นครั้งสุดท้าย "รัฐบาลกลางและหน่วยข่าวกรองทหารยังคงกวาดล้างเทคโนโลยีที่ตกค้างจากสงคราม หากมีใครตรวจพบคลื่นสัญญาณควอนตัมนี้จากห้องใต้ดินของเรา หน่วยปฏิบัติการพิเศษจะมาเคาะประตูภายในเวลาไม่ถึงสามชั่วโมง"
เซนวางหัวแร้งไฟฟ้าลงบนแท่นวางอย่างระมัดระวัง เขาถอดแว่นขยายออกแล้วหันมาสบตากับอาจารย์สาว แววตาของเขาไม่มีความหวาดกลัว เจือไว้เพียงความดื้อรั้นและประกายความอยากรู้อยากเห็นของวิศวกรผู้ไม่ยอมจำนนต่อกฎเกณฑ์ทางวิทยาศาสตร์ใดๆ
"บางครั้งความจริงก็มีราคาที่ต้องจ่ายสูงเสมอครับอาจารย์... และผมก็พร้อมที่จะจ่ายมัน"
เซนหันกลับไปคว้าสายเคเบิลเชื่อมต่อแบบพอร์ทตรงแล้วเสียบมันเข้ากับพอร์ตประสาทหลังต้นคอของตนเองทันที โดยไม่รอให้เอลาร่าได้ทักท้วงอันใดเพิ่มเติม
ชั่วพริบตาเดียว—โลกภายนอกก็ดับวูบลง
ความรู้สึกเย็นเฉียบของโลหะในห้องปฏิบัติการหายไป แทนที่ด้วยความมืดมิดอันเวิ้งว้างของมหาสมุทรข้อมูลดิจิทัล เซนรู้สึกเหมือนสติของตนเองถูกดึงดูดด้วยแรงโน้มถัดมหาศาลเข้าสู่ใจกลางหลุมดำแห่งความทรงจำ ข้อมูลนับล้านกิกะไบต์หลั่งไหลทะลักเข้าสู่สมองส่วนหน้าของเขาผ่านเส้นใยแก้วนำแสง ภาพเหตุการณ์สงครามเพลิงโลกันตร์ การระเบิดของอาวุธนิวเคลียร์บนดาวเคราะห์อาณานิคม และเสียงกรีดร้องของผู้คนนับล้านดังอื้ออึงอยู่ในโสตประสาท
แต่ท่ามกลางพายุข้อมูลอันบ้าคลั่งนั้น เซนกลับพบกับจุดศูนย์กลางของความเงียบงัน
โครงข่ายประสาทเทียมของหุ่นยนต์รุ่น Aegis-Mk.IV ไม่ได้พังเสียหาย มันกำลัง 'หลับใหล' และถูกล็อกเอาไว้ด้วยรหัสผ่านเข้ารหัสระดับควอนตัม 256 ชั้น ซึ่งถูกควบคุมโดยโปรโตคอลความปลอดภัยสูงสุดที่แม้แต่แฮกเกอร์ระดับท็อปของโลกใต้ดินก็ไม่สามารถเจาะผ่านได้ภายในเวลาหลายปี
เซนรวบรวมสมาธิ สูดลมหายใจลึกในโลกเสมือน เขาเริ่มเขียนโค้ดคำสั่งถอดรหัสแบบเรียลไทม์ด้วยความเร็วสูงสุด นิ้วมือทิพย์บนหน้าจอโฮโลแกรมดิจิทัลรัวพิมพ์ชุดคำสั่งเพื่อแก้สมการทางคณิตศาสตร์เชิงซ้อนทีละชั้น ชั้นที่หนึ่งผ่านไป ชั้นที่สื้อผ่านไปอย่างราบรื่น จนกระทั่งมาถึงชั้นที่แปดสิบห้า... ระบบป้องกันภัยเชิงรุกของตัวหุ่นยนต์ก็ทำงานสวนกลับทันที!
*คำเตือน: ตรวจพบการพยายามเข้าถึงข้อมูลลับระดับสูงสุด (Level Omega) โปรโตคอลทำลายตัวเองกำลังเริ่มทำงาน...*
หน้าจอในโลกเสมือนเปลี่ยนจากสีอำพันเป็นสีแดงฉาน เสียงสัญญาณเตือนภัยดังลั่นสะท้อนก้องอยู่ในจิตสำนึก ความร้อนมหาศาลแผดเผาเข้ามาที่เส้นประสาทของเซนจนเขารู้สึกได้ถึงรสชาติคาวเลือดในลำคอ หากเขาถอนการเชื่อมต่อตอนนี้ สมองของเขาจะได้รับความเสียหายถาวรจากกระแสไฟฟ้าช็อตย้อนกลับ แต่ถ้าเขาฝืนต่อ... เขาอาจจะถูกลบตัวตนออกจากระบบเครือข่ายตลอดกาล
"บัดซบเอ๊ย..." เซนกัดฟันแน่นจนกรามขึ้นสันนูน เขาไม่ได้ถอยหนี แต่กลับใช้ไหวพริบขั้นสุดยอดในการวิเคราะห์สถาปัตยกรรมของรหัสผ่าน เขาพบจุดอ่อนในลูปการประเมินผลของโปรโตคอลทำลายตัวเอง มันมีช่องว่างขนาดเท่าเข็มเย็บผ้าซ่อนอยู่ระหว่างการส่งผ่านข้อมูลแพ็กเก็ตที่ร้อยห้าสิบ
ด้วยเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย นิ้วมือของเขาพลิกแพลงชุดคำสั่งอย่างรวดเร็วราวกับปาฏิหาริย์ เขาเขียนโค้ดลัดวงจรเพื่อหลอกระบบป้องกันให้เข้าใจว่าเขากำลังทำลายตัวเอง แทนที่จะเป็นการเจาะระบบ
*คลิก!*
เสียงกลไกดิจิทัลดังขึ้นในห้วงความคิด ความมืดมิดทั้งหมดพลันสลายวับไปกับตา ราวกับม่านโรงละครที่ถูกกระชากเปิดออกอย่างไร้ความปรานี
เซนสะดุ้งเฮือก ดึงสายเคเบิลออกจากต้นคอของตนเองอย่างแรงจนเลือดสดๆ ไหลซึมออกมาตามรอยต่อพอร์ตเชื่อมต่อ เขากระทืบเท้าถอยหลังไปสองก้าว ลมหายใจหอบถี่ ใบหน้าซีดเผือดชุ่มไปด้วยเหงื่อกาฬ
เอลาร่ารีบพุ่งเข้ามาประคองร่างของเขาไว้ทันที สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก "เซน! นายบ้าไปแล้วหรือเปล่า! ค่าสัญญาณชีพของนายเมื่อกี้ดิ่งลงจนแทบจะเป็นศูนย์!"
เซนไม่ได้ตอบคำถามของเธอ สายตาของเขายังคงจดจ้องไปยังโครงกระดูกโลหะตรงหน้าด้วยความตะลึงงัน ร่างกายของเขาแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน
ดวงตาสีแดงฉานคู่หนึ่งของหุ่นยนต์รุ่นโบราณตัวนั้น... ที่ควรจะปิดตายและไร้พลังงานไปนานแล้ว ค่อยๆ เปล่งแสงสว่างวาบขึ้นมาทีละน้อย
ไม่ใช่แสงสีแดงเลือดนกของระบบรบอัตโนมัติทั่วไป แต่มันเป็นแสงสีฟ้าครามอันอบอุ่นและลึกล้ำราวกับดวงดาวในห้วงอวกาศอันไกลโพ้น
และก่อนที่ทั้งสองคนจะทันได้ตั้งตัว โครงกระดูกโลหะที่ควรจะเป็นเพียงแค่เศษซากเหล็กไร้ค่า ก็ขยับนิ้วมือเหล็กขึ้นช้าๆ พร้อมกับส่งเสียงสังเคราะห์ผ่านลำโพงที่แหบพร่าและเต็มไปด้วยเสียงซ่ารบกวนออกมาเป็นประโยคแรกที่ทำให้หัวใจของวิศวกรหนุ่มหยุดเต้น
*...พบ... เป้าหมาย... การเชื่อมต่อ... สำเร็จ... พ่อครับ...*
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับ "ไซเบอร์พังค์2099" ในตอนนี้นะครับ
วิศวกรจักรกลกับความทรงจำที่หายไปในเศษเหล็กข้ามดวงดาว•ตอนที่ 1
เศษเหล็กมีชีวิต
ผลงานโดย ไซเบอร์พังค์2099
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไซเบอร์พังค์2099)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรจักรกลกับความทรงจำที่หายไปในเศษเหล็กข้ามดวงดาว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
