“ค่าความต้านทานแรงดึงที่เปลี่ยนไปเพียง 0.05 มิลลิเมตรในแบบแปลนของคุณ คือหายนะที่กำลังรอวันพังทลายลงมาทับคนงานทั้งไซต์งานนะ รวี”
เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบราวกับใบมีดโกนที่กรีดผ่านอากาศเย็นเยียบในพื้นที่ก่อสร้างชั้นที่สิบสองดังขึ้น รวีชะงักมือที่กำลังวาดเส้นลงบนพิมพ์เขียว สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นเลื่อนไปมองชายที่ยืนพิงเสาปูนเปลือยอยู่ไม่ไกล ศิลาไม่ได้ขยับเขยื้อน ราวกับเขากลายเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างเหล็กกล้าที่ไร้วิญญาณไปแล้ว
รวีวางดินสอในมือลงช้าๆ พยายามคุมลมหายใจให้เป็นปกติ แม้หัวใจจะเต้นผิดจังหวะด้วยความโกรธที่ถูกจู่โจมด้วยตรรกะแบบวิศวกรผู้เย็นชา “ฉันคำนวณตามมาตรฐานสากลทุกประการ ศิลา และถ้านายไม่มีธุระอะไรนอกจากมาตอกย้ำเรื่องทฤษฎีที่นายเองก็รู้ว่ามันเป็นไปได้ยาก ก็เชิญกลับไปที่ออฟฟิศนายเถอะ งานของฉันยังไม่เสร็จ”
ศิลาก้าวเท้าเข้ามาใกล้ กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นความชื้นของปูนที่ยังไม่แห้งสนิททำให้รวีรู้สึกอึดอัดจนต้องขยับตัวถอยหลัง “มาตรฐานสากลเหรอ? สำหรับคุณ ความผิดพลาดคือบาปกรรมสินะ แต่สำหรับผม... ความผิดพลาดคือเครื่องบ่งชี้ว่าใครกำลังจงใจโกงความตาย”
“นายหมายความว่ายังไง” รวีเงยหน้าสบตากับชายตรงหน้า สายตาของศิลาว่างเปล่า แต่กลับมีประกายบางอย่างที่ทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกอ่านทะลุเข้าไปถึงมวลกระดูก
ศิลาไม่ตอบ เขาเดินเลี่ยงผ่านรวีไปทางโถงที่กำลังอยู่ในระหว่างการเทพื้นคอนกรีตเสริมเหล็ก ทันใดนั้น เขาก็หยุดฝีเท้าลง ก้มลงมองบางอย่างที่กองอยู่หลังเสาต้นยักษ์ที่ถูกหุ้มด้วยนั่งร้านเหล็กนับร้อย
“คุณบอกว่าคุณตรวจไซต์งานนี้ทุกตารางนิ้วเมื่อตอนหกโมงเย็นใช่ไหม รวี?”
น้ำเสียงของศิลาเปลี่ยนไป มันไม่มีความเย้ยหยันเหลืออยู่ มีเพียงความเย็นเยียบที่แผ่ซ่าน รวีเดินตามไปสมทบ หัวใจของเขาสั่นสะท้านอย่างหาสาเหตุไม่ได้ จนกระทั่งสายตาปะทะกับภาพตรงหน้า
“พระเจ้า...” รวีอุทาน มือที่สั่นเทาเผลอไปคว้าขอบเสื้อของศิลาโดยไม่รู้ตัว
ร่างของหัวหน้าคนงานใหญ่ ‘ลุงสม’ นอนพาดอยู่บนกองเหล็กเส้นที่ตัดเหลือเศษซาก ดวงตาเบิกโพลงจ้องมองขึ้นไปบนเพดานที่ไร้ฝ้าปิดกั้น เลือดสีเข้มไหลซึมออกจากบาดแผลฉกรรจ์ที่ท้ายทอย ย้อมพื้นปูนหมาดๆ ให้กลายเป็นสีดำสนิทในความมืดสลัวของไซต์งานที่ไร้แสงไฟ
“นี่มันอุบัติเหตุ...” รวีพึมพำ น้ำเสียงขาดห้วง ภาพในอดีตที่เขาเคยพยายามฝังกลบเริ่มฉายชัดขึ้นมาในหัว เสียงอาคารถล่มในวันวาน เสียงกรีดร้องของคนที่ไม่ได้รับโอกาสให้รอดชีวิต
“อุบัติเหตุที่เกิดจากการถูกกระแทกด้วยค้อนปอนด์หรือ?” ศิลาเอ่ยเบาๆ ก่อนจะนั่งยองลงข้างศพ มือสวมถุงมือหนังแตะไปที่ขมับของร่างไร้วิญญาณอย่างแผ่วเบา “ดูนี่สิ รวี... รอยร้าวบนพื้นปูนตรงนี้ ไม่ได้เกิดจากการรับน้ำหนักเกิน แต่มันเกิดจากการล้มลงกระแทกหลังจากที่มีการต่อสู้”
รวีพยายามตั้งสติ พยายามมองผ่านเลนส์ของสถาปนิกที่ต้องเห็นโครงสร้างความจริงมากกว่าแค่เปลือกนอก เขาสังเกตเห็นมือขวาของลุงสมที่กำแน่น ราวกับกำลังพยายามรักษาความลับอะไรบางอย่างไว้จนวาระสุดท้าย
“มีอะไรอยู่ในมือเขา” รวีขยับเข้าไปใกล้ แม้ขาทั้งสองข้างจะแทบหมดแรง
ศิลาค่อยๆ แบมือที่แข็งทื่อของศพออก สิ่งที่ร่วงหล่นลงมาบนพื้นปูนไม่ใช่ชิ้นส่วนเหล็กหรืออุปกรณ์ก่อสร้าง แต่มันคือแผ่นบันทึกข้อมูลขนาดเล็ก (Micro SD Card) ที่มีคราบเลือดเปรอะเปื้อน และรอยจารึกชื่อย่อบางอย่างที่คุ้นตาเกินไป
รวีหยิบมันขึ้นมา หัวใจของเขาแทบหยุดเต้น เมื่อแสงจากไฟฉายของศิลาวูบผ่านหน้าปัดของ SD Card นั้น มันเผยให้เห็นสัญลักษณ์ที่เขาไม่คิดว่าจะได้เห็นในไซต์งานของตัวเอง... สัญลักษณ์เดียวกับที่ถูกใช้ในโครงการที่เขาเคยพ่ายแพ้และสูญเสียทุกอย่างเมื่อห้าปีก่อน
“นั่นคือหลักฐานว่าไซต์งานนี้ ไม่ใช่แค่สถานที่ก่อสร้างอาคารหรู แต่มันคือสุสาน” ศิลายืนขึ้นเต็มความสูง จ้องลึกเข้ามาในดวงตาของรวี “และตอนนี้... คนที่ฆ่าเขา ยังคงอยู่บนตึกนี้ ไม่ได้ไปไหนไกล”
เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเชื่องช้าดังขึ้นมาจากทางบันไดหนีไฟที่เพิ่งถูกปิดตายไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อน มันหยุดกึกอยู่ที่โถงทางเดินด้านหลังของทั้งคู่ ความเงียบงันเข้าปกคลุมบรรยากาศจนได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเองที่หอบถี่
รวีหันไปมองข้างหลังพร้อมกับศิลา เงาสูงใหญ่ทาบทับลงมาบนผนังปูนดิบ เสียงโลหะกระทบกันดังแกรกกรากคล้ายเสียงปลดล็อกปืนพกสั้น รวีสัมผัสได้ถึงไอเย็นของความตายที่ลอยมาปะทะผิวหน้า
“ศิลา... นายบอกว่านายมีกลไกแก้ไขความผิดพลาดได้ทุกอย่างใช่ไหม” รวีเอ่ยถามท่ามกลางความเงียบที่บีบคั้น ร่างนั้นในความมืดเริ่มขยับใกล้เข้ามาพร้อมกับเสียงกดขี่ที่น่าสะพรึงกลัว
“แน่นอน” ศิลาตอบพลางถอยมาประชิดแผ่นหลังของรวี เสียงกระซิบของเขาแผ่วเบาจนแทบหลอมรวมไปกับความมืด “แต่ครั้งนี้... เราอาจจะต้องกลายเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างเสียเอง หากเราเดินผิดเพียงก้าวเดียว”
เงาที่อยู่ตรงหน้าหยุดนิ่ง ก่อนจะเริ่มหัวเราะแผ่วเบาที่ชวนให้ขนลุกซู่ พร้อมกับการปรากฏตัวของใครบางคนที่ถือพิมพ์เขียวเล่มเดียวกับที่รวีวางทิ้งไว้เมื่อครู่ แต่หน้ากระดาษนั้น... กลับเต็มไปด้วยตัวเลขการคำนวณที่รวีไม่เคยเขียนมันขึ้นมา
รวีตระหนักได้ทันทีว่า ความผิดพลาดที่เขากลัวที่สุด ไม่ใช่การคำนวณโครงสร้างที่ผิดพลาด แต่มันคือการที่เขาเป็นคนเดียวที่รู้ว่า... แบบแปลนที่กำลังถูกใช้ก่อสร้างจริง ไม่ใช่สิ่งที่เขาวาดขึ้นมาตั้งแต่ต้น
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางเข้าสู่เขาวงกตแห่งความลับนี้ไปกับแบล็กเวลเวตนะคะ
สถาปนิกไร้เงา กับวิศวกรผู้ถือหางเสือความตาย•ตอนที่ 1
รอยร้าวที่มองไม่เห็น
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้เงา กับวิศวกรผู้ถือหางเสือความตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
