เศษปูนและฝุ่นควันตลบอบอวลจนแทบมองไม่เห็นทางเบื้องหน้า แรงระเบิดเมื่อครู่ทำเอาหูอื้ออึง แต่สติของอาคเนย์กลับตื่นตัวถึงขีดสุด ดวงตาหลังกรอบแว่นกวาดมองกลุ่มควันหนาทึบอย่างรวดเร็ว สมองประมวลผลคำนวณความน่าจะเป็นของวิถีกระสุนและน้ำหนักแรงกระแทกของสิ่งมีชีวิตจักรกลตรงหน้าด้วยความเร็วสูงยิ่งกว่าพัดลมระบายความร้อนที่กำลังหมุนวนจนส่งเสียงครางฮือ
"หมอบลงค่ะอาคเนย์!"
เสียงตะโกนของจันทร์เจ้าดังแข่งกับเสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานที่กะพริบถี่รัว มือเรียวของเธอไม่ได้ว่างเปล่า ในขณะที่ตัวเธอเองกลิ้งหลบเศษเหล็กที่กระเด็นมาตามแรงระเบิด เธอกลับไม่ลืมที่จะคว้ากระเป๋าอุปกรณ์สำรวจและแผ่นยันต์โลหะจารอักขระโบราณที่ส่องแสงเรืองรองสีครามขึ้นมาป้องกันเบื้องหน้า พลังงานจากศาสตร์ลี้ลับไหลเวียนผสานกับโครงสร้างตึกเก่า สร้างเป็นม่านพลังงานโปร่งใสที่ช่วยรับแรงกระแทกจากสะเก็ดระเบิดได้อย่างเฉียดฉิว
อาคเนย์กัดฟันกรอด นิ้วมือรัวแป้นพิมพ์โฮโลแกรมกลางอากาศอย่างดุเดือด โค้ดดิ้งนับพันบรรทัดถูกรuunขึ้นเพื่อเจาะระบบของเจ้าหุ่นยนต์เงาดำปริศนาตัวนั้น ดวงตาของเขาฉายแววเคร่งเครียด "ระบบป้องกันของมันไม่ใช่เทคโนโลยีของมนุษย์ปัจจุบัน... โครงสร้างโครงข่ายประสาทเทียม (Neural Network) ของมันถูกควบคุมด้วยคลื่นความถี่พลังงานต่ำที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน มันกำลังอ่านค่าการเคลื่อนไหวของเรา!"
"อย่ามัวแต่วิเคราะห์อย่างเดียวค่ะคุณโปรแกรมเมอร์! ดูที่พื้นดินใต้เท้าเราสิคะ!" จันทร์เจ้าส่งเสียงเตือนด้วยใบหน้าซีดเผือดแต่แววตากลับมุ่งมั่นอย่างยิ่งยวด เธอกวาดสายตามองรอยแยกของพื้นคอนกรีตที่สั่นสะเทือนเป็นจังหวะ "พลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าใต้ตึกนี้กำลังปั่นป่วน... มันไม่ใช่แค่หุ่นยนต์ธรรมดา แต่มันถูกปลุกขึ้นมาด้วย 'ชีพจร' ของเมืองร้างแห่งนี้!"
เงาดำในชุดเกราะล้ำสมัยก้าวทะลุกลุ่มควันเข้ามาอย่างเชื่องช้า ทว่าทุกย่างก้าวกลับสร้างแรงกดดันมหาศาลจนอากาศรอบตัวแทบจะกลายเป็นสุญญากาศ ดวงตาสีแดงฉานของมันจ้องตรงมาที่ทั้งคู่ราวกับนักล่าที่กำลังจดจ้องเหยื่อในกรง ดร.วรินทร์คงไม่ได้แค่ต้องการขโมยงานวิจัยของพวกเขา แต่เขาตั้งใจจะใช้สถานที่แห่งนี้เป็น "ห้องทดลองจริง" เพื่อสังเวยพวกเขากับบางสิ่งที่หลับใหลอยู่ใต้ซากปรักหักพัง
อาคเนย์สูดหายใจเข้าลึก ภายในอกมีความรู้สึกบางอย่างตีรวนขึ้นมา—ความกลัวในความไร้ระเบียบและความไม่แน่นอนที่เขาเกลียดชังมาตลอดชีวิต แต่เมื่อเหลือบไปเห็นแผ่นหลังของหญิงสาวที่ยืนหยัดอยู่ข้างกาย พร้อมกับรอยยิ้มสู้เสือที่ส่งมาให้ ความเย็นชาในใจเขากลับถูกหลอมละลายลงด้วยความเชื่อมั่นอันหนักแน่นของเธอ
"ถ้าตรรกะปกติใช้กับมันไม่ได้..." อาคเนย์แค่นยิ้มที่มุมปาก แววตาหลังเลนส์แว่นฉายประกายความอัจฉริยะออกมาอย่างเฉียบคม นิ้วมือหยุดชะงักจากการพิมพ์โค้ดแบบเดิม หันมาปัดหน้าจอโฮโลแกรมสลับโหมดการทำงานทั้งหมดในพริบตา "เราก็ต้องเขียนกฎข้อใหม่ขึ้นมาเอง!"
"ยอดเยี่ยมมากค่ะ! งั้นฉันจะเปิดทางให้คุณเจาะเข้าสู่แกนกลางของมันเอง!" จันทร์เจ้าประสานมือเข้าหากัน ท่องคาถาเบาๆ พร้อมกับสะบัดยันต์โลหะพุ่งตรงเข้าใส่ข้อต่อของหุ่นยนต์จักรกล เกิดเป็นประกายไฟสีทองสว่างวาบขัดขวางการเคลื่อนไหวของมันชั่วขณะ เปิดช่องว่างให้อาคเนย์พุ่งทะยานเข้าไปประชิดตัวเป้าหมาย
ทว่า ในวินาทีที่ปลายนิ้วของอาคเนย์กำลังจะแตะลงบนแผงควบคุมหลักที่หน้าอกของหุ่นยนต์ จู่ๆ หน้าจอระบบทั้งหมดก็ดับวูบลงพร้อมกันอย่างไร้สาเหตุ ความมืดมิดเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามจากใต้พิภพจะดังสะท้อนก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของทุกคน
[ตรวจพบพิกัดเป้าหมาย: เขตต้องห้ามลึก 0 (Sector Zero)]
[เงื่อนไขภารกิจสำรวจพื้นที่ลึกลับของเมืองร้าง: ปลดล็อกระดับ SSS สำเร็จ]
[คำเตือน: สิ่งที่กำลังตื่นขึ้นเบื้องล่าง ไม่ใช่จักรกล... แต่คือผู้ดูแลระบบตัวจริงของโลกใบนี้]
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอัปเลเวลความตื่นเต้นไปพร้อมกับพวกเขานะคะ!
อัลกอริทึมรักฉบับอัจฉริยะกับวิศวกรสายมู•ตอนที่ 15
จุดเริ่มต้นการผจญภัยจริง
ผลงานโดย ดาริกาส่องแสง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาริกาส่องแสง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมรักฉบับอัจฉริยะกับวิศวกรสายมู นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!