กลิ่นอายของสนิมเหล็กและกลิ่นอับชื้นของเรือนไม้สักทองอายุหลายร้อยปีโชยปะทะนาสิกทันทีที่บานประตูแกะสลักถูกผลักให้เปิดออก เสียงเอี๊ยดอ๊าดบาดหูราวกับเสียงกรีดร้องของดวงวิญญาณที่ถูกจองจำในขุมนรกโลกันตร์ดังสะท้อนก้องกังวานในความเงียบสงบยามราตรี
"ท่านอ๋อง... หม่อมฉันทูลเตือนแล้วว่าสถานที่แห่งนี้มิใช่ที่ที่พระองค์ควรย่างกรายเข้ามาด้วยพระองค์เอง"
เสียงทุ้มต่ำขององครักษ์เงาคนสนิทเอ่ยเตือนด้วยความระแวงระวัง พร้อมกับมือที่กุมด้ามกระบี่แน่นจนข้อพระกรปูดโปน แต่หลี่จื้อหยวนหาได้ใส่ใจไม่ พระเนตรคมกริบดั่งพญาอินทรีทอดพระเนตรกวาดไปทั่วห้องโถงใหญ่ที่บัดนี้ถูกปกคลุมด้วยม่านฝุ่นหนาทึบและหยากไย่ที่เกาะกุมตามมุมเพดาน ความเยือกเย็นและดุร้ายแผ่ออกมาจากพระวรกายสูงสง่าจนทำให้อากาศรอบกายราวกับลดต่ำลงจนกลายเป็นน้ำแข็ง
สำหรับบุรุษผู้กุมอำนาจครึ่งหนึ่งของราชสำนักต้าจิ้นอย่างเขา ความตายและวิญญาณอาฆาตเป็นเพียงเรื่องไร้สาระที่พวกสตรีในเรือนหลังใช้ขู่เด็กอมมือ ยิ่งเมื่อเขาต้องเดินทางไกลข้ามน้ำข้ามทะเลมายังดินแดนสยามอันร้อนชื้นเพื่อตามหา "พญานาคราชโลหิต" วัตถุโบราณล้ำค่าที่จะพลิกเกมอำนาจในราชสำนักกลับมาอยู่ในกำมือ การเหยียบย่างเข้ามาในเรือนไทยหลังงามริมแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งนี้ จึงเป็นเพียงหมากตาหนึ่งบนกระดานเชือดเฉือนที่เขาต้องเดิมพันด้วยลมหายใจ
"หึ... วิญญาณบรรพบุรุษที่ตายอย่างอยุติธรรมงั้นหรือ?" หลี่จื้อหยวนแย้มสรุปมุมพระโอษฐ์ด้วยรอยยิ้มเยาะหยัน ดวงเนตรสีนิลสะท้อนแสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านช่องหน้าต่างไม้ระแนง "ต่อให้พวกมันมีจริง ก็เป็นได้แค่ผีสางที่ข้าเคยเหยียบย่ำมาแล้วนับร้อยนับพันในสมรภูมิรบ"
ก้าวพระบาทแรกเหยียบย่างลงบนพื้นกระดานไม้ตะเคียน เสียงลั่นเปรี๊ยะราวกับมีใครบางคนกำลังเดินตามหลังฝ่าพระบาทมาติดๆ พระองค์ทรงหยุดชะงัก ทอดพระเนตรไปยังความมืดสลัวเบื้องหน้า
ที่ปลายระเบียงทางเดินทอดยาวสู่ศาลาริมน้ำโบราณ... แสงไฟสีนวลตาจากตะเกียงโบราณวับแวมขึ้นเองอย่างไร้สาเหตุ พร้อมกับเสียงซออู้ที่แว่วกังวานมาตามสายลมยามดึก บทเพลงไทยโบราณโหยหวนเศร้าสร้อย บาดลึกเข้าสู่ขั้วหัวใจ ราจะสื่อความนัยบางอย่างที่ถูกฝังกลบไว้ใต้ผืนปฐพีมานานแสนนาน
หลี่จื้อหยวนขมวดพระขนู่เข้าหากันเล็กน้อย ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างพวยพุ่งขึ้นในอก หัวใจที่ด้านชามานานนับปีจากการฆ่าฟันกลับเต้นรำผิดจังหวะเมื่อได้ยินสำเนียงเสียงดนตรีนั้น มันไม่ใช่เสียงเพลงของคนเป็น... แต่มันคือเสียงร่ำไห้ของสตรีผู้กำลังรอคอยการชำระแค้น
"ใครอยู่ที่นั่น!" พระองค์ทรงตวาดก้อง เสียงทรงอำนาจสั่นสะเทือนไปทั่วเรือนไม้โบราณ
สิ้นเสียงตวาดนั้น เสียงซออู้พลันเงียบกริบลงฉับพลัน ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมอีกครา ทว่าสิ่งที่ปรากฏต่อพระเนตรคือเงาร่างระหงของสตรีในชุดไทยสิมفอนีโบราณ ห่มสไบเฉียงสีนวลตา นางยืนหันหลังให้อยู่ที่ศาลาริมน้ำ เส้นผมยาวสลวยคลอเคลียแผ่นหลังบอบบาง แม้จะเห็นเพียงด้านหลังแต่มันกลับงดงามตรึงตาตรึงใจราวกับภาพวาดของศิลปินเอก
หลี่จื้อหยวนไม่รอช้า พระองค์ทรงสาวพระบาทก้าวตรงไปยังศาลาริมน้ำแห่งนั้นโดยไม่ฟังเสียงทัดทานขององครักษ์ ความสงสัยใคร่รู้และสัญชาตญาณนักล่ากระตุ้นให้พระองค์ต้องการกระชากหน้ากากของความลับที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังอาถรรพ์นี้
"บังAอาจนัก กล้าดีอย่างไรมาเล่นละครตบตาข้า!"
เมื่อพระองค์เสด็จมาถึงใจกลางศาลาริมน้ำ พระหัตถ์หนาเอื้อมไปคว้าหัวไหล่ของสตรีร่างบางนางนั้นไว้มั่น พร้อมกับกระชากให้หันกลับมาเผชิญหน้ากันอย่างแรง!
ทว่า... สัมผัสที่ปลายนิ้วกลับมิใช่เนื้อหนังมังสาของมนุษย์ แต่มันเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก และทันทีที่ดวงพักตร์งดงามล้ำเลิศไร้ที่ติของนางหันกลับมาสบพระเนตร ดวงตาคู่นั้น... เต็มไปด้วยเลือดสีชาดที่ไหลรินออกจากเบ้าตาแทนหยาดน้ำตา ผิวพรรณขาวซีดราวกับศพ และริมฝีปากที่แย้มยิ้มเหี้ยมเกรียมส่งเสียงกระซิบแผ่วเบาข้างพระ कर्ण
*“ท่านอ๋อง... หม่อมฉันรอคอยการกลับมาของพระองค์... มาชดใช้หนี้เลือดที่พระองค์ติดค้างไว้เมื่อชาติภพก่อนเสียทีเถอะเพคะ”*
ร่างระหงนั้นสลายกลายเป็นกลุ่มควันสีดำสนิทพร้อมกับกลิ่นอายความตายที่พวยพุ่งเข้าโอบล้อมพระวรกาย หลี่จื้อหยวนผงถอยหลังด้วยความตกพระทัยเป็นครั้งแรกในชีวิต แต่ก่อนที่พระองค์จะได้ทรงตั้งสติ ประตูทางเข้าเรือนไทยถูกกระแทกปิดลงอย่างแรงจากแรงลมปริศนา พร้อมกับกลอนประตูเหล็กขึ้นสนิมที่ถูกลงกลอนจากด้านนอกโดยไม่มีมนุษย์สัมผัส!
และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง... แสงเทียนทั่วทั้งเรือนก็ดับวูบลงพร้อมกัน เหลือไว้เพียงความมืดมิดสนิท พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยคู่ที่กำลังเดินวนเวียนอยู่รอบพระวรกายของพระองค์ คล้ายกับมีกองทัพผีไร้หัวกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้เพื่อทวงคืนวิญญาณ
บนโต๊ะน้ำชาโบราณกลางห้องโถงที่ว่างเปล่าเมื่อครู่ บัดนี้... กลับมีถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวบริสุทธิ์ส่งควันกรุ่น พร้อมกับน้ำชาสีแดงฉานดั่งโลหิตถูกรินขึ้นใหม่โดยมองไม่เห็นมือถือ กลิ่นหอมหวานอันตลบอบอวลด้วยพิษร้ายลอยแตะจมูก และที่ก้นถ้วยนั้น... มีจดหมายผนึกด้วยครั่งรูปตราประทับราชสำนักต้าจิ้นวางอยู่ ซึ่งเป็นตราประทับขององค์รัชทายาทผู้เป็นพระเชษฐาต่างมารดาผู้ต้องการปลิดชีพพระองค์มาโดยตลอด!
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางข้ามภพมาด้วยกัน ณ ศาลาริมน้ำแห่งนี้นะครับ
เงาเรือนไทยรำพันรักข้ามภพ•ตอนที่ 1
เสียงร่ำไห้จากศาลาริมน้ำ
ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาเรือนไทยรำพันรักข้ามภพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
