ดีเฟนส์กลเกมทนายสาวกับผู้พิพากษาไร้เงา•ตอนที่ 1

ห้องพิจารณาที่ไร้เสียง

ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
“หลักฐานชิ้นนี้ไม่ได้บอกว่าจำเลยเป็นฆาตกรค่ะท่าน... แต่มันกำลังบอกว่า ในห้องนี้กำลังมีคนโกหก” รินรดาวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งเสียงดังปัง ความเงียบงันที่เข้าจู่โจมห้องพิจารณาคดีหมายเลข ๔ นั้นหนักอึ้งราวกับอากาศถูกสูบออกไปจนหมด ทนายความสาวในชุดสูทสีเทาเข้มยืนตระหง่าน หลังตรงดุจใบมีดที่เพิ่งผ่านการลับคม สายตาของเธอมิได้สั่นไหวแม้จะถูกจับจ้องด้วยดวงตานับสิบคู่ในห้องนี้ บนบัลลังก์สูงตระหง่าน ธันวานั่งพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีผ่อนคลายอย่างน่าประหลาด ผิดกับบรรยากาศที่ตึงเครียดจนเกือบถึงจุดเดือด ดวงตาคมปลาบดุจเหยี่ยวของเขากวาดมองใบหน้าของรินรดา นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนโต๊ะพิจารณาคดีเป็นจังหวะเนิบนาบ แต่มั่นคงราวกับเสียงหัวใจของนักล่า “ทนายรินรดา” เสียงของเขาต่ำลึก ทรงอำนาจ และเต็มไปด้วยร่องรอยของความเย้ยหยันที่ซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากของผู้ผดุงความยุติธรรม “คำกล่าวอ้างเลื่อนลอยไม่มีที่มาที่ไปในศาลแห่งนี้ มีค่าเท่ากับเสียงกระซิบของสายลม หากคุณไม่มีพยานวัตถุที่ยืนยันถึงความบริสุทธิ์ของลูกความคุณได้มากไปกว่าการตั้งคำถามถึงความซื่อสัตย์ของพยาน... ผมเกรงว่าคำร้องของคุณจะกลายเป็นเพียงเศษกระดาษที่ไร้ความหมาย” รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกเจ็บจี๊ดแล่นผ่านหัวใจเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อยี่สิบปีก่อน วันที่พ่อของเธอถูกพรากไปจากชีวิตเพียงเพราะความอยุติธรรมที่ศาลมองไม่เห็น ความเจ็บปวดนั้นคือเชื้อเพลิงที่หล่อเลี้ยงให้เธอยืนหยัดอยู่ตรงนี้ ไม่ใช่เพื่อชัยชนะ แต่เพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเดิม เธอสูดลมหายใจลึก กลิ่นอายของกระดาษเก่าและน้ำยาขัดเงาไม้ในศาลทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกขังอยู่ในกรงขังแห่งความทรงจำ เธอเหลือบมองจำเลย—ชายชราที่สั่นเทาด้วยความกลัว—ก่อนจะหันไปสบตากับธันวา สายตาของทั้งคู่ปะทะกันกลางอากาศ แฝงไปด้วยนัยยะที่ไม่มีใครในห้องนี้เข้าใจ มันไม่ใช่แค่เรื่องของคดีฆาตกรรม แต่มันคือการปะทะกันของอุดมการณ์ที่ต่างขั้ว “ดิฉันไม่ได้กำลังกล่าวอ้างค่ะท่าน” รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทุกคำพูดหนักแน่นราวกับตอกเสาเข็ม “ดิฉันกำลังนำเสนอความจริงที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้คราบน้ำตาของพยาน หากท่านผู้พิพากษาธันวาสนใจที่จะมองให้ลึกลงไปในบันทึกรายงานการตรวจที่เกิดเหตุในหน้า ๑๔๔ ท่านจะพบว่า ‘ความจริง’ ที่ท่านยึดถือมาตลอด อาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งของจิ๊กซอว์ที่ถูกจัดวางไว้ผิดที่” ธันวาชะงัก นิ้วที่เคาะโต๊ะหยุดลงทันที สายตาของเขาเปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นความระแวดระวัง เขาไม่ได้โกรธ แต่เขากำลัง ‘สนใจ’ ทนายสาวคนนี้กำลังเล่นเกมที่อันตราย และที่น่าตื่นเต้นกว่านั้นคือ... เธอรู้จุดอ่อนของเขาราวกับเคยอ่านใจเขาได้ ท่ามกลางความเงียบงันที่ตึงเครียด รินรดาหวนนึกถึงภาพความทรงจำที่อบอุ่นที่สุดในชีวิต แสงไฟสลัวจากห้องนั่งเล่นเล็กๆ ในบ้านไม้หลังเก่าที่แม่เคยโอบกอดเธอไว้ในอ้อมแขน ‘ริน... ความยุติธรรมไม่ใช่สิ่งที่ใครหยิบยื่นให้ แต่เป็นสิ่งที่เราต้องปกป้องด้วยวิญญาณ’ เสียงของแม่ยังคงก้องอยู่ในหัวใจทุกครั้งที่เธอก้าวเข้าสู่สมรภูมิแห่งกฎหมาย “ศาลขอสั่งพักการพิจารณาเป็นเวลาสิบห้านาที” ธันวาเอ่ยตัดบทกะทันหันก่อนจะลุกขึ้นยืน ร่างสูงโปร่งของเขาดูโดดเดี่ยวท่ามกลางเครื่องแบบผู้พิพากษา “ทนายรินรดา... ตามผมมาที่ห้องทำงาน มีเรื่องที่ผม ‘จำเป็น’ ต้องทำความเข้าใจกับคุณให้ชัดเจน ก่อนที่เราจะเสียเวลาไปกับละครฉากนี้มากกว่านี้” รินรดาเดินตามแผ่นหลังกว้างของธันวาไปตามโถงทางเดินที่เงียบสงัด เสียงรองเท้าส้นสูงของเธอกระทบพื้นหินดังก้องไปทั่วทางเดินที่ดูเหมือนยาวไม่มีที่สิ้นสุด เมื่อถึงหน้าห้องทำงานส่วนตัว ธันวาปิดประตูล็อคกลอนดัง ‘กริ๊ก’ บรรยากาศภายในห้องเปลี่ยนไปทันที ความกดดันทางวิชาชีพถูกแทนที่ด้วยแรงดึงดูดทางจิตวิญญาณที่แปลกประหลาด “คุณกำลังเล่นกับไฟรินรดา” ธันวาหมุนตัวกลับมาหาเธอ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงไม่กี่คืบ “คดีนี้ไม่ใช่คดีฆาตกรรมธรรมดา และการที่คุณพยายามขุดคุ้ยเรื่องหน้า ๑๔๔ นั่นหมายความว่าคุณกำลังเปิดประตูไปสู่สิ่งที่ควรจะถูกฝังเอาไว้ตลอดกาล” “ถ้าความยุติธรรมหมายถึงการฝังความจริงไว้ในหลุมศพ... ดิฉันก็ยินดีที่จะเป็นคนถือพลั่วเองค่ะ” รินรดาสวนกลับ สายตาท้าทาย “งั้นรึ...” ธันวาขยับเข้ามาใกล้จนรินรดาได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นอายความเย็นชาของเขา “ถ้าคุณอยากเห็นความจริงขนาดนั้น ก็ลองมองไปที่โต๊ะทำงานของผมดูสิ” รินรดามองตามนิ้วของเขาไปที่โต๊ะไม้ตัวยาว บนนั้นมีซองเอกสารสีน้ำตาลใบหนึ่งวางอยู่ มันไม่ใช่เอกสารคดี แต่มันคือรูปถ่ายใบเก่าที่ซีดจางของครอบครัวเธอ... ครอบครัวที่เสียชีวิตในอุบัติเหตุเมื่อยี่สิบปีก่อน พร้อมกับมีรอยนิ้วมือของใครบางคนประทับอยู่บนขอบรูปอย่างชัดเจน “คุณไปเอามาได้ยังไง...” รินรดาเสียงสั่น ความแข็งแกร่งที่สั่งสมมาพังทลายลงในพริบตา “ผมไม่ได้ไปเอามา... แต่มันถูกวางไว้หน้าห้องพักผู้พิพากษาตั้งแต่เช้า” ธันวาหยิบรูปใบนั้นขึ้นมาส่งให้เธอ สายตาของเขาเปลี่ยนไป มันมีความสงสารที่ยากจะคาดเดาเจืออยู่ “คนที่ส่งรูปนี้มา เขาทิ้งโน้ตไว้ด้วยว่า... ‘ทนายสาวคนนี้จะเป็นคนไขปริศนาที่ฆาตกรตัวจริงทิ้งไว้ให้ผู้พิพากษาจัดการ’ รินรดา... คุณไม่ได้ทำคดีนี้คนเดียว และคนที่คุณกำลังสู้ด้วย ไม่ใช่แค่จำเลยในห้องพิจารณา แต่มันคือเงาที่ยืนอยู่ข้างหลังคุณตั้งแต่วินาทีที่คุณก้าวเท้าเข้าศาลแห่งนี้” รินรดารับรูปใบนั้นมามือสั่นเทา ก่อนที่เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนจะดังขึ้นจากด้านนอกห้องทำงาน เสียงฝีเท้าที่หยุดลงหน้าประตู แล้วเคาะเป็นจังหวะที่ฟังดูคุ้นเคยจนหัวใจของเธอแทบหยุดเต้น *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* เสียงเคาะที่เธอจำได้แม่นยำ... เสียงเคาะที่เป็นเอกลักษณ์ของคนในครอบครัวที่เธอเพิ่งไปงานศพเมื่อยี่สิบปีก่อน! จูบแรกยามสายัณห์หวังว่ารี้ดเดอร์จะดื่มด่ำกับบทเปิดฉากที่เข้มข้นและพร้อมจะก้าวเข้าสู่เกมปริศนาครั้งนี้ไปกับรินรดานะคะ
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีเฟนส์กลเกมทนายสาวกับผู้พิพากษาไร้เงา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%