รหัสลับฉบับรักที่ถูกลบ•ตอนที่ 3

เมื่อบั๊กในระบบคือโอกาส

ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
“ลบมันทิ้งซะ ถ้าคุณไม่อยากให้โค้ดชุดนี้กลายเป็นสุสานของโปรเจกต์คุณ” เสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านหูฟังตัดเสียงรบกวนไม่ได้มาพร้อมกับความอ่อนโยน แต่มันคือประกาศิตที่ทำให้ปลายนิ้วของณัฐรินทร์ที่กำลังแตะคีย์บอร์ดชะงักค้าง แสงสีฟ้าจากหน้าจอมอนิเตอร์สะท้อนอยู่ในดวงตาคู่คมของเธอ มันไม่ใช่ภาพเคลื่อนไหวปกติ แต่มันคือ ‘บั๊ก’ หรือช่องโหว่ทางตรรกะที่ซ่อนตัวอยู่อย่างแนบเนียนใต้เลเยอร์ของระบบอัลกอริทึมที่เธอเป็นคนเขียนขึ้นเองกับมือ ณัฐรินทร์แค่นยิ้มที่มุมปาก เธอกดรัวนิ้วลงบนแป้นคีย์บอร์ดอย่างรวดเร็วเพื่อสร้าง 'Sandbox' ขังบั๊กตัวนั้นไว้ในพื้นที่ปลอดภัย แทนที่จะลบมันทิ้งอย่างที่คนปลายสายสั่ง “คุณรวิศคะ ถ้าฉันจำไม่ผิด อำนาจการตัดสินใจในส่วนของ Source Code เป็นของฉัน ไม่ใช่ซีอีโอที่ถนัดแต่การเซ็นเช็ค” เธอสวนกลับ น้ำเสียงเรียบเรื่อยทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดที่เคลือบด้วยกำมะหยี่ ปลายสายเงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนที่เสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอจะดังขึ้น แต่มันไม่ใช่เสียงหัวเราะด้วยความขบขัน มันคือเสียงของผู้ที่กำลังสนุกกับการต้อนหนูเข้ามุม “ผมไม่ได้เซ็นเช็คเพื่อซื้อความดื้อรั้นของคุณ ณัฐรินทร์ แต่งานวิจัยนี้มีมูลค่ามหาศาลเกินกว่าจะปล่อยให้คนเก่งแต่ชอบรั้นทำลายมันทิ้งเพียงเพราะความทระนงตัว” “ถ้ามันสำคัญขนาดนั้น ทำไมคุณถึงไม่แก้ด้วยตัวเองล่ะคะ?” ณัฐรินทร์ท้าทาย พลางกวาดสายตามองแถวโค้ดนับหมื่นบรรทัดที่กำลังวิ่งวนอยู่บนจอ เธอพบแล้ว... ช่องโหว่ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่มันถูกจงใจทิ้งไว้เหมือนลายเซ็น ใครบางคนกำลังเล่นเกมกับเธอ “ผมรอคุณอยู่ที่ร้านกาแฟใต้ตึกในอีกยี่สิบนาที” รวิศตัดบท ไม่สนใจคำปฏิเสธ “และอย่าพยายามปิดระบบหนี เพราะถ้าไฟล์นั้นถูกลบหรือถูกกู้คืนโดยไม่ได้รับอนุญาต ระบบรักษาความปลอดภัยของบริษัทจะถือว่าคุณเป็นผู้บุกรุกโดยอัตโนมัติ... ผมว่าคุณคงไม่อยากให้ประวัติการทำงานที่ขาวสะอาดต้องมีรอยด่างพร้อยหรอก ใช่ไหม?” สายถูกตัดไปแล้ว เหลือเพียงความเงียบงันที่แผ่ซ่านไปทั่วห้องทำงานส่วนตัว ณัฐรินทร์ถอนหายใจยาว เธอรู้ดีว่านี่ไม่ใช่แค่เรื่องบั๊กในระบบ แต่มันคือสงครามจิตวิทยาที่รวิศจงใจเปิดฉากขึ้น เธอลุกขึ้นคว้าเสื้อคลุมเบลเซอร์ตัวเก่งมาสวม ดวงตาสีน้ำตาลเข้มจ้องมองไปที่หน้าจออีกครั้ง ก่อนจะตัดสินใจ ‘ฝัง’ โค้ดลับชุดหนึ่งลงในฐานข้อมูลสำรอง ถ้าเขากล้าขู่เธอด้วยระบบ เธอก็พร้อมจะทำลายระบบนั้นทิ้งหากต้องสูญเสียตัวตนไป อากาศเย็นเฉียบของห้องปรับอากาศปะทะเข้ากับผิวแก้มทันทีที่ก้าวออกไปที่โถงทางเดิน กลิ่นอายของความกดดันที่เธอคุ้นเคยเริ่มก่อตัวขึ้น รวิศเป็นคนประเภทที่ไม่มีทางเดินหมากพลาด และการที่เขารู้ตำแหน่งของบั๊กในเวลาไล่เลี่ยกับที่เธอตรวจพบ หมายความว่าเขาเฝ้ามองเธออยู่ตลอดเวลา ที่มุมมืดของร้านกาแฟหรูใต้ตึก รวิศนั่งรออยู่ก่อนแล้ว เขาสวมสูทสีเทาเข้มที่ดูไร้รอยยับ บนโต๊ะไม่มีเครื่องดื่มชูกำลังหรือน้ำผลไม้ มีเพียงแท็บเล็ตเครื่องหนึ่งที่เปิดแสดงหน้าต่างคำสั่ง Command Line ค้างไว้ “ช้าไปสามสิบวินาที” เขาพูดโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง “ฉันไม่ใช่ลูกน้องที่ต้องมารายงานตัวตามเวลาเป๊ะๆ นะคะ” ณัฐรินทร์นั่งลงฝั่งตรงข้าม รักษาระยะห่างและท่าทีสงบนิ่ง แม้หัวใจจะเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นที่ไม่อาจปิดมิด รวิศเลื่อนแท็บเล็ตมาตรงหน้าเธอ บนนั้นปรากฏตัวเลขฐานสิบหกที่ไหลวนเป็นวงจร “บั๊กตัวนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากความผิดพลาดของอัลกอริทึม แต่มันคือ ‘ประตูหลัง’ ที่ใครบางคนจงใจสร้างไว้เพื่อดึงข้อมูลจากระบบลับที่คุณเพิ่งอัปเกรดไปเมื่อวาน” หัวใจของณัฐรินทร์กระตุกวูบ เธอไม่ได้บอกเรื่องการอัปเกรดให้ใครรู้ นอกจากตัวเอง “คุณรู้เรื่องการอัปเกรดได้ยังไง?” “ผมบอกแล้วไงว่าผมเป็นซีอีโอ” เขาเงยหน้าขึ้นมองเธอ ดวงตาของเขาไม่ได้เย็นชาเหมือนน้ำเสียง แต่มันมีความวูบไหวบางอย่างที่เธออ่านไม่ออก “และผมก็เป็นคนที่ส่งข้อมูลชุดนั้นให้คุณด้วยตัวเอง” “คุณหมายความว่ายังไง?” “หมายความว่าคนที่จะลบคุณออกจากระบบ ไม่ใช่ผม” รวิศโน้มตัวเข้ามาใกล้จนเธอได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ แนวไม้สนที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นทว่าลึกลับ “แต่เป็นคนในบอร์ดบริหารที่กำลังจับตามองทุกก้าวย่างของคุณอยู่... ณัฐรินทร์ เรามีเวลาไม่มาก ถ้าคุณอยากรอดจากโปรเจกต์นี้ คุณต้องเลิกใช้ตรรกะเหตุผลแบบเดิมๆ และหันมาใช้ ‘รหัส’ ที่ผมซ่อนไว้ในบั๊กตัวนี้ซะ” ณัฐรินทร์ชะงัก เธอเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมเขาถึงต้องนัดพบเธอในที่ที่ไม่มีใครได้ยิน ทั้งสองคนกำลังอยู่บนเรือลำเดียวกันที่กำลังจะจมลงจากคลื่นใต้น้ำที่มองไม่เห็น ทันใดนั้น หน้าจอแท็บเล็ตของรวิศก็กะพริบเป็นสีแดงก่ำ เสียงแจ้งเตือนจากระบบส่วนกลางดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ‘ALERT: Unauthorized access detected. System Override in progress.’ “พวกเขามาเร็วกว่าที่คิด” รวิศคว้าข้อมือของเธอไว้ สัมผัสจากฝ่ามือที่อุ่นจัดทำให้ณัฐรินทร์ตัวแข็งทื่อ “ถ้าเราไม่รีบทำการเชื่อมต่อระบบนี้เข้ากับโปรโตคอลใหม่ที่คุณสร้างไว้ในวินาทีนี้ ทุกข้อมูลความลับที่เรามีจะถูกล้างทิ้งภายในห้านาที” ณัฐรินทร์มองหน้าเขา แววตาของรวิศไม่ได้มีความลังเลหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่นิดเดียว มีเพียงความมุ่งมั่นที่ท้าทายโชคชะตา “คุณกล้าจะเล่นเกมเสี่ยงตายกับฉันไหม?” เธอถามเสียงสั่น แต่ไม่ใช่ด้วยความกลัว หากแต่เป็นความตื่นเต้นที่พุ่งพล่านในสายเลือด รวิศกระตุกยิ้มที่มุมปาก “ผมเริ่มเล่นเกมนี้ตั้งแต่วันที่คุณก้าวเข้ามาเป็นวิศวกรในบริษัทของผมแล้ว... เริ่มได้เลย ณัฐรินทร์” ในจังหวะที่นิ้วของทั้งคู่กำลังจะแตะลงบนคีย์บอร์ดพร้อมกันเพื่อทำการ Override ระบบ พลันเสียงแจ้งเตือนที่รุนแรงกว่าเดิมก็ดังสนั่นไปทั่วทั้งร้านกาแฟ หน้าจอแท็บเล็ตแสดงผลลัพธ์ที่ไม่มีใครคาดคิด... มันไม่ใช่การแฮ็กจากบอร์ดบริหาร แต่มันคือ ‘รหัสลับระดับ SSS’ ที่ถูกปลดล็อกโดยอัตโนมัติจากผู้ใช้งานปริศนาที่ใช้ชื่อว่า ‘User_Zero’ รวิศเบิกตากว้างพร้อมกับอุทานด้วยความตระหนก “เป็นไปไม่ได้... คนคนนี้ตายไปตั้งแต่วันที่ระบบถูกลบครั้งแรกแล้วนี่!” ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านรหัสลับไปกับน้ำผึ้งหยดแรกนะคะ
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รหัสลับฉบับรักที่ถูกลบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%