เสียงเคาะกระจกสามครั้งบนความสูงยี่สิบเจ็ดชั้นไม่เคยเป็นเรื่องของปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ—นั่นคือสิ่งแรกที่พริมพรายบอกตัวเองในเสี้ยววินาทีที่ความมืดกลืนกินห้องทำงาน
ทว่า ในพื้นที่ปิดตายซึ่งถูกควบคุมด้วยระบบความปลอดภัยชีวมิติ ลมหายใจที่สะดุดกึกของคณินในความมืดกลับดังชัดเจนยิ่งกว่าเสียงฝนโปรยปรายด้านนอก แสงไฟสีแดงกะพริบจากพอร์ตเซิร์ฟเวอร์สาดส่องให้เห็นเงาทอดขยายของทั้งคู่บนผนังกระจก เงาร่างสองร่างที่ยืนประจันหน้ากันราวกับนักรบสองคนที่กำลังประเมินร่องรอยบาดแผลของฝ่ายตรงข้ามก่อนยกดาบขึ้นฟาดฟันอีกครา
"คุณจะอธิบายเสียงเมื่อครู่ว่าอย่างไรคะ, คุณวิศวกรผู้เชื่อมั่นในตรรกะร้อยเปอร์เซ็นต์"
พริมพรายเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่แฝงแรงสั่นสะเทือนของความท้าทาย เธอไม่ได้ถอยหลังหนีความมืดแม้แต่น้อย กลับก้าวเข้าไปประชิดขอบโต๊ะทำงานของเขา กลิ่นจางๆ ของกาแฟดำผสมกับความตึงเครียดลอยอวลอยู่ในอากาศรอบตัว
คณินไม่ขยับ เขายังคงนั่งอยู่หลังจอภาพที่ดับสนิท แสงสีแดงวาบวับสะท้อนในดวงตาคู่คมที่ยากจะคาดเดา ปลายนิ้วเรียวยาวของเขายังคงวางนิ่งอยู่บนแป้นพิมพ์ราวกับพร้อมจะรัวคำสั่งทำลายล้างได้ทุกเมื่อหากสถานการณ์บานปลาย
"มันไม่ใช่ผีสางหรือมนุษย์ต่างดาวอย่างที่พวกชอบเรื่องลี้ลับจินตนาการหรอกครับ... เอ่อ, ค่ะ" คณินชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเผลอใช้สรรพนามความคุ้นชิน แต่เขาก็แก้คำพูดได้อย่างรวดเร็วด้วยน้ำเสียงเย็นชา "มันคือแรงสั่นสะเทือนจากโครงสร้างเหล็กกล้าที่ขยายตัวตามอุณหภูมิความชื้น หรือไม่ก็โดรนทดสอบระบบของธันวา... คุณตื่นตูมเกินไปแล้ว พริมพราย"
"ตื่นตูม?" พริมพรายแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความหยันเย้ยระคนเหนื่อยหน่าย "มนุษย์ไม่ได้ถูกขับเคลื่อนด้วยอัลกอริทึมคำนวณแรงตึงผิวของเหล็กนะคะ, คณิน! และคุณเองก็รู้ดีแก่ใจว่าเสียงนั้นมันจังหวะเดียวกับรหัสเคาะประตูที่เราใช้ตกลงโปรเจกต์ 'Aria' ร่วมกันเมื่อสามเดือนก่อน"
บรรยากาศในห้องอึมครึมลงถนัดตา ความเงียบงันเข้ามาแทนที่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของระบบสำรองไฟฉุกเฉินที่ทำงานขึ้นอย่างเชื่องช้า ก่อนที่หลอดไฟ LED สีขาวนวลบนเพดานจะค่อยๆ สว่างไล่ระดับขึ้นจนเต็มพื้นที่ เผยให้เห็นใบหน้าตึงเครียดของทั้งสองคนอย่างชัดเจน
คณินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาสูงกว่าเธอเกือบหนึ่งช่วงศีรษะ ทว่าท่าทีนั้นไม่ได้ทำให้พริมพรายรู้สึกพ่ายแพ้ เธอกลับเงยหน้าสบตาเขาตรงๆ แววตาของนักจิตวิทยาที่ผ่านการวิเคราะห์ความเปราะบางของมนุษย์มานับไม่ถ้วนกำลังอ่านทะลุปรุโปร่งไปถึงปมในใจที่เขาพยายามซ่อนไว้ภายใต้มาดผู้ชายไร้หัวใจ
"คุณกำลังกลัว..." พริมพรายกระซิบ น้ำเสียงอ่อนลงแต่บาดลึก "คุณกลัวว่าโค้ดที่คุณเขียนขึ้นมาเพื่อประเมิน 'ความสุข' ของมนุษย์ มันจะกลายเป็นอาวุธที่สะท้อนความผิดพลาดในอดีตของคุณเอง... ความผิดพลาดที่คุณช่วยชีวิตใครไว้ไม่ได้สักคน"
คำพูดนั้นราวกับมีดผ่าตัดที่กรีดลงบนแผลเป็นที่ยังไม่ตกสะเก็ด คณินขบกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ดวงตาคมกริบวาวโรจน์ด้วยความโกรธกรำ ความเยือกเย็นที่เคยสร้างเป็นกำแพงป้องกันตัวพังทลายลงในชั่วพริบตา
"คุณรู้อะไรเกี่ยวกับผมพริมพราย!" เขาตวาดเสียงต่ำ มือหนากำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน "คุณรู้จักผมแค่ในฐานะตัวแปรในสมการจิตวิทยาที่คุณพยายามจะยัดเยียดให้มันเข้าที่เข้าทาง! คุณคิดว่าโค้ดทุกบรรทัดที่ผมพิมพ์มันไร้หัวใจงั้นเหรอ? คุณรู้ไหมว่าผมต้องแลกด้วยอะไรบ้างกว่าจะตระหนักได้ว่า... ความรู้สึกของมนุษย์มันเชื่อถือไม่ได้ยิ่งกว่าตัวเลขฐานสอง!"
"แต่มันเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เรายังเป็น 'มนุษย์' ค่ะ!" พริมพรายสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเธอสูงขึ้นด้วยความอัดอั้น ตาสองข้างวาววับด้วยหยาดน้ำใสแต่เธอปฏิเสธที่จะปล่อยให้มันไหลริน "คุณกำลังพยายามลบความเจ็บปวด ความลังเล และความผิดพลาดทิ้งไปจากสมการด้วยการสร้าง AI ที่สมบูรณ์แบบ แต่คุณกำลังลืมไปว่า... หัวใจที่ไร้รอยแผล มันก็เป็นเพียงแค่ก้อนเนื้อตายๆ ที่เต้นไปตามกลไกเท่านั้น!"
ทั้งคู่ยืนจ้องหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมใคร แรงดึงดูดทางจิตวิญญาณที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความขัดแย้งพุ่งทะยานถึงจุดสูงสุด รังสีความเร่าร้อนระหว่างความเย็นชาของตรรกะและความอบอุ่นเปราะบางของอารมณ์ความรู้สึกเข้าปะทะกันอย่างรุนแรงราวกับประจุไฟฟ้าขั้วบวกและขั้วลบที่ถูกบีบให้อยู่ในพื้นที่แคบๆ
ก่อนที่ใครจะได้เอื้อnวาจาเชือดเฉือนใดออกมาอีกครั้ง เสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากหน้าจอคอมพิวเตอร์หลักก็ดังขึ้น *'Ping!'* เสียงนั้นทำลายความเงียบงันลงอย่างสิ้นเชิง
คณินหันขวับกลับไปมองหน้าจอ แววตาสفสลัวด้วยความตกใจเมื่อเห็นข้อความที่เด้งขึ้นมาแบบเรียลไทม์ โค้ดต้นฉบับของโปรเจกต์ Aria ถูกแก้ไขจากภายนอก... และจุดเข้าสู่ระบบมาจากไอพีแอดเดรสที่ถูกลบทิ้งไปแล้วเมื่อสองปีก่อน—ไอพีแอดเดรสของห้องปฏิบัติการลับที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ ซึ่งคร่าชีวิตทีมวิศวกรชุดแรกไปทั้งหมด รวมถึงพี่ชายแท้ๆ ของเขาเอง!
พริมพรายสังเกตเห็นความซีดเผือดที่แล่นผ่านใบหน้าคมคายนั้น เธอก้าวเข้าไปใกล้แล้วชะโงกมองหน้าจอ
"นั่น... มันหมายความว่ายังไงคะ?" เธอกระซิบ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกเมื่อเห็นตัวอักษรวิ่งบนจอแสดงผลเป็นประโยคคำสั่งที่ถูกพิมพ์ขึ้นสดๆ ทีละตัว
*`Hello, little brother. Did you miss me?`*
(สวัสดีน้องชาย คิดถึงฉันไหม?)
และก่อนที่ทั้งคู่จะทันได้ตั้งตัว ประตูห้องทำงานกระจกนิรภัยก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของธันวาที่ก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก พร้อมกับแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลในมือที่เปลี่ยนสถานะของพวกเขาทั้งหมดไปตลอดกาล...
---
ติดตามตอนต่อไปใน "กำแพงกั้นภาษา" ตอนที่ 4 นะคะ
แสงดาวพร่างพราว
อัลกอริทึมหัวใจไม่รองรับความเงียบ•ตอนที่ 3
กำแพงกั้นภาษา
ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมหัวใจไม่รองรับความเงียบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!