“ถ้าคุณครูจะกรุณาถอดรองเท้าส้นสูงคู่แพงแล้วก้าวออกไปจากอาคารนี้ให้พ้น ฉันคิดว่าเราน่าจะคุยกันรู้เรื่องเร็วกว่านี้นะคะ”
เสียงถอนหายใจยาวเหยียดดังขึ้น พร้อมกับปลายนิ้วเรียวยาวที่กำลังเลื่อนปรับปุ่มโฟกัสกล้องโทรทรรศน์สะท้อนแสงขนาดใหญ่ รินรดาไม่ได้แม้แต่จะหันกลับไปมองผู้มาเยือนที่ยืนเท้าสะเอวอยู่หน้าประตูโดมสังเกตการณ์ แผ่นหลังบางในเสื้อเชิ้ตสีเข้มยังคงนิ่งสนิท ราวกับตัวตนของผู้หญิงที่เพิ่งบุกรุกเข้ามาในอาณาเขตส่วนตัวของเธอนั้น เป็นเพียงแค่อากาศธาตุที่น่ารำคาญเท่านั้น
กวินตา ครูสอนฟิสิกส์สาวมือหนึ่งประจำโรงเรียนมัธยมปลายชื่อดัง ขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นรอยนูน ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นสายตาทรงเหลี่ยมกวาดมองไปทั่วทั้งห้องสังเกตการณ์ที่เต็มไปด้วยแผนที่ดาว กล้องโทรทรรศน์ราคาแพง และกองเอกสารวิชาการที่วางระเกะระระกะ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับโทสะที่กำลังพุ่งพล่าน
“นี่มันตึกวิทยาศาสตร์นะคะคุณรินรดา ไม่ใช่พื้นที่ส่วนบุคคลที่คุณจะมาผูกขาดเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว! ผู้อำนวยการเซ็นอนุมัติให้ฉันใช้หอดูดาวนี้เป็นฐานปฏิบัติการสำหรับชมรมดาราศาสตร์และฟิสิกส์เชิงปฏิบัติการของนักเรียน ม.ปลาย ในเทอมนี้แล้วค่ะ และนั่นก็หมายความว่า...” กวินตาก้าวเท้าฉับๆ เข้ามาใกล้ ร่างเพรียวระหงหยุดยืนอยู่เบื้องหลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ โดยมีระยะห่างระหว่างกันเพียงแค่ก้าวเดียว “คุณจะต้องเคลียร์พื้นที่ส่วนตัวครึ่งหนึ่งออกไปให้เด็กๆ ของฉันได้ใช้ประโยชน์”
รินรดาชะงักมือที่กำลังหมุนปรับองศา เธอกดสวิตช์ปิดหน้าจอแสดงผลแผนที่ดาวดิจิทัล ก่อนจะค่อยๆ หมุนเก้าอี้ทรงสูงกลับมาเผชิญหน้ากับคู่กรณี
ดวงตากลมโตสีนิลคู่สวยฉายแววเยືือกเย็นและดื้อรั้น รินรดามองสำรวจร่างของผู้หญิงที่ยืนค้ำหัวเธออยู่ตั้งแต่หัวจรดเท้า เสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดรีดเรียบกริบเข้าชุดกับกระโปรงทรงสอบสีดำสนิท และรองเท้าส้นสูงที่ส่งเสียงน่ารำคาญตั้งแต่ก้าวเข้ามาในตึกนี้ ช่างดูขัดหูขัดตากับบรรยากาศหอดูดาวที่ควรจะมีแต่ฝุ่นผงของดวงดาวและกลิ่นอายของความเงียบสงบเสียจริง
“เด็กๆ ของคุณ?” รินรดาทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความเย้ยหยัน “เด็ก ม.ปลาย ที่ยังแยกไม่ออกด้วยซ้ำว่าดาวฤกษ์กับดาวเคราะห์ต่างกันตรงไหนเนี่ยนะคะ จะให้ฉันเอาอุปกรณ์ราคาหลายล้านบาทที่สั่งนำเข้าด้วยทุนวิจัยส่วนตัว ไปเสี่ยงให้เด็กพวกนั้นมาจับเล่นแก้เบื่ออย่างนั้นเหรอคะคุณกวินตา ฝันกลางวันอยู่หรือเปล่า”
“ปากคอเราะร้ายไม่เปลี่ยนเลยนะคะ” กวินตาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนักดาราศาสตร์สาว “ถึงอุปกรณ์พวกนั้นจะเป็นของคุณ แต่ตึกหลังนี้... และงบประมาณบำรุงรักษาทั้งหมด มาจากโรงเรียนค่ะ! ในเมื่อฉันได้รับคำสั่งจากเบื้องบนมาแล้ว หน้าที่ของคุณคือให้ความร่วมมือ ไม่ใช่มานั่งกอดกล้องโทรทรรศน์แล้วทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของแบบนี้”
“ถ้าคิดว่าเก่งนักทำไมไม่ไปสร้างหอดูดาวเป็นของตัวเองล่ะคะ หรือว่าไม่มีปัญญาหาทุนวิจัย ถึงได้ต้องมาคอยแย่งพื้นที่ทำมาหากินของคนอื่นเขาแบบนี้”
รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้ส่วนสูงจะน้อยกว่าอีกฝ่ายอยู่เล็กน้อย แต่รัศมีคุกคามและความดื้อดึงในแววตานั้นกลับทำให้กวินตาต้องชะงักไปชั่วขณะ ทั้งสองยืนเผชิญหน้ากันระยะประชิด กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ กลิ่นวานิลลาเจือความสดชื่นของดอกไม้ป่าจากตัวรินรดา ลอยมาปะทะจมูกของกวินตาอย่างจัง จนคนตัวสูงกว่าเผลอขยับถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
“นี่คุณรินรดา!” กวินตาขึ้นเสียงด้วยความเหลืออด เธอยื่นมือออกไปหมายจะคว้าแขนเสื้อของอีกฝ่ายเพื่อสั่งสอนให้หลาบจำ แต่รินรดากลับไวรัสเร็วกว่า เธอเอี้ยวตัวหลบพร้อมกับใช้มือปัดข้อมือเรียวนั้นออกอย่างไม่ไว้หน้า
“อย่ามาแตะต้องตัวฉันค่ะ!” รินรดากล่าวเสียงเข้ม ดวงตาสั่นระริกด้วยความไม่พอใจ “เราตกลงกันด้วยเหตุผลไม่ได้เหรอคะ ทำไมคุณถึงต้องใช้วิธีใช้อำนาจกดขี่แล้วก็บุกรุกเข้ามาในพื้นที่ของคนอื่นอย่างไรมารยาทแบบนี้ด้วย”
“ฉันมีมารยาทพอค่ะ! แต่กับคนหัวดื้อที่เอาแต่ใจตัวเองอย่างคุณ บางทีการใช้กฎเหล็กมันอาจจะได้ผลดีกว่าการคุยภาษาคนก็ได้!”
บรรยากาศในห้องสังเกตการณ์อึมครึมลงในพริบตา ไดอะล็อกเชือดเฉือนระຫວ່າງคนทั้งสองหยุดชะงักลงเมื่อเสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนกำลังก้าวขึ้นมาตามบันไดวนด้านนอก เสียงเหล็กกระทบกันดัง *ก๊อง... ก๊อง...* ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนหยุดอยู่ที่หน้าประตูโดมที่เปิดแง้มไว้
รินรดากับกวินตาหันขวับไปมองพร้อมกันโดยสัญชาตญาณ
เงาร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มในชุดสูทสากลเนี้ยบกริบปรากฏขึ้นที่กรอบประตู รอยยิ้มสุภาพแต่แฝงความเจ้าเล่ห์ประดับอยู่บนใบหน้าคมคาย เขากวาดสายตามองผู้หญิงสองคนที่ยืนหายใจหอบกระชั้นอยู่กลางห้อง ก่อนจะเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนฟัง
“ขอโทษที่รบกวนเวลาสวีท... เอ๊ย เวลาทำงานของอาจารย์ทั้งสองคนนะครับ พอดีผมได้รับมอบหมายจากท่านอธิการบดี ให้มาตรวจสอบความพร้อมของหอดูดาวแห่งนี้เป็นกรณีพิเศษ... และดูเหมือนว่า เราจะมีเรื่องต้องคุยกันยาวเลยล่ะครับ”
รินรดาสบถเบาๆ ในลำคอเมื่อเห็นใบหน้าของแขกไม่ได้รับเชิญคนนั้นชัดเจน ขณะที่กวินตาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย
“คุณเป็นใครคะ?” กวินตาเอ่ยถาม เสียงห้วน
ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอเบาๆ เขาก้าวลึกเข้ามาในห้อง ปลดกระดุมสูทออกหนึ่งเม็ด ก่อนจะหยิบบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพิเศษขึ้นมาโชว์ตรงหน้าพวกเธอ
“ผมกรณ์ครับ... ผู้อำนวยการคนใหม่ที่จะเข้ามาควบรวมกิจการของตึกวิทยาศาสตร์ทั้งหมด รวมถึงสิทธิ์ในการบริหารจัดการหอดูดาวแห่งนี้โดยเบ็ดเสร็จ ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไปครับ”
*ดอกเดซี่ริมทาง* ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาร่วมเดินทาง ท่องไปในห้วงดาราศาสตร์และหัวใจที่สั่นไหวของรินรดากับกวินตานะคะ
เซฟโซนยัยนักดาราศาสตร์กับคุณครูสอนฟิสิกส์สายหวง•ตอนที่ 1
ดาวตกกับรอยร้าว
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนยัยนักดาราศาสตร์กับคุณครูสอนฟิสิกส์สายหวง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
