กลิ่นอายของกำยานไม้กฤษณาผสมผสานกับความเย็นยะเยือกจากเครื่องปรับอากาศราคาแพง ลอยวนอยู่ในห้องประมูลลับชั้นใต้ดินที่ถูกซ่อนเร้นจากสายตาโลกภายนอก บรรยากาศภายในอวลไปด้วยแรงกดดันที่แทบจะบีบขั้วหัวใจ เสียงเคาะค้อนไม้ระลอกสุดท้ายยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสติของพิมพ์พิชชาให้หลุดลอยไป ไม่ใช่ตัวเลขอันมหาศาลบนจออิเล็กทรอนิกส์ หากแต่เป็นเงาร่างสูงใหญ่ที่ทาบทับลงมาจากด้านหลัง
"ประเมินต่ำไปเกือบสิบล้านนะ... คุณพิมพ์พิชชา"
เสียงทุ้มต่ำที่จงใจกระซิบชิดใบหู รดรินลมหายใจอุ่นจัดเข้ากับผิวเนื้ออ่อนจนขนลุกชัน เป็นน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจและความเย่อหยิ่ง ซึ่งเธอกลั่นกรองไว้ในความทรงจำอย่างแม่นยำ คณาธร... ผู้ชายที่ซื้อทุกอย่างได้ด้วยเงินตราและอำนาจดิบเถื่อนในมือ
พิมพ์พิชชาไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองทันที เธอยืดแผ่นหลังให้เหยียดตรงอย่างสง่างาม มือเรียวภายใต้ถุงมือหนังสีดำสนิทบรรจงปิดฝากล่องกำมะหยี่ที่บรรจุ 'เพชรโลหิต' อัญมณีต้องสาปที่เพิ่งตกเป็นกรรมสิทธิ์ของเขาอย่างเลือดเย็น ก่อนจะหมุนตัวเผชิญหน้ากับร่างสูงใหญ่ที่ยืนขวางทางออกอยู่เพียงคืบ
"ถ้าฉันประเมินตามมูลค่าทางธุรกิจ คุณคณาธรก็คงไม่สามารถเอาชนะการประมูลรอบนี้ด้วยเล่ห์เหลี่ยมสกปรกหรอกค่ะ" น้ำเสียงของเธอราบเรียบ เย็นชา และท้าทายไม่แพ้กัน ดวงตากลมโตคู่คมกริบมองสบกับนัยน์ตาดุดันสีนิลสนิทอย่างไร้ความหวาดกลัว
คณาธรหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นต่ำทุ้มและสั่นพร่าด้วยความเย้ยหยัน ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดจนเธอต้องถอยหลังไปชนกับผนังห้องกระจกนิรภัย ไหล่กว้างและแผงอกหนาภายใต้สูทสั่งตัดพิเศษแผ่ซ่านไอความร้อนที่คุกคามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด
"เล่ห์เหลี่ยมเหรอ?" นิ้วแกร่งเอื้อมขึ้นไล้กรอบหน้าผุดผ่องของเธออย่างถือวิสาสะ ปลายนิ้วหยาบกร้านจงใจกดเน้นตรงปลายคางมน บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นรับสัมผัสคุกคามนั้น "ในเกมของฉัน... ไม่มีคำว่าสกปรก มีแต่คำว่า 'อยากได้' และ 'ต้องได้' เท่านั้น... และตอนนี้ สิ่งที่ฉันอยากได้มากที่สุด ก็คือปากเก่งๆ ของเธอนี่แหละ"
พิมพ์พิชชาปัดมือเขาออกอย่างไม่ไยดี ดวงตาฉายแวววาวด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกหยามเกียรติ "ถอยไปค่ะ! อย่ามาทำรุ่มร่ามกับฉัน เราตกลงกันแค่เรื่องงานประมูล ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว"
"เรื่องส่วนตัวมันเพิ่งเริ่มต้นต่างหาก พิมพ์พิชชา..." คณาธรโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน กลิ่นกายบุรุษเพศที่ผสมผสานกับความดุดันและกลิ่นอายอันตรายแผ่ซ่านเข้าจู่โจมประสาทสัมผัสของเธอจนแทบหายใจไม่ออก "เธอกล้าดียังไงมาขัดขาฉันในตลาดมืดแห่งนี้ คิดเหรอว่าตระกูลเก่าแก่ที่กำลังจะล้มละลายของเธอ จะมีปัญญามาค้ำจุนศักดิ์ศรีจอมปลอมนี่ได้นานแค่ไหน"
คำพูดนั้นจี้เข้าจุดตาย เปลวเพลิงแห่งความคับแค้นพุ่งพล่านขึ้นมาในอก แต่วินาทีที่เธอกำลังจะสวนกลับด้วยถ้อยคำเชือดเฉือน ปลายนิ้วร้ายกาจคู่เดิมก็เลื่อนลงมาแตะที่ริมฝีปากอิ่ม สัมผัสนั้นทั้งร้อนรุ่มและหนักหน่วงจนคำพูดทุกคำติดอยู่แค่ลำคอ
"ชูส์... อย่าเพิ่งเถียง" เขากระซิบชิดริมฝีปาก แววตาคมกริบวาวโรจน์ด้วยประกายปรารถนาดิบเถื่อนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเยือกเย็น "เก็บเสียงหวานๆ ของเธอไว้ใช้ตอนที่เราอยู่กันตามลำพังดีกว่า... เพราะเกมระหว่างเรา เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ ในคืนนี้"
ก่อนที่เธอจะทันได้ขยับตัวหนี แขนแกร่งก็ตวัดรวบเอวคอดกิ่วเข้าประชิดแนบแน่น ล็อคตัวเธอไว้กับอ้อมกอดที่เปี่ยมด้วยพละกำลังอันเหนือกว่า ขณะที่ริมฝีปากหยักลึกก้มลงมาฉกฉวยความหอมหวานจากเรียวปากเธออย่างอุกอาจและรวดเร็ว สัมผัสร้อนผ่าวที่แนบชิดบดEบขยี้ความถือดีของเธอให้แหลกละเอียดในชั่วพริบตาเดียว
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมดำดิ่งไปกับความเร่าร้อนครั้งนี้นะคะ
ทัณฑ์สลักทราย บนรอยหยักสัญชาตญาณ•ตอนที่ 1
ประกายเพชรในความมืด
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์สลักทราย บนรอยหยักสัญชาตญาณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!