“งานดีไซน์ห่วยแตกแบบนี้ คุณเอาสมองส่วนไหนคิดคะ? หรือว่าแค่เอาไม้บรรทัดวางทาบแล้วลากเส้นส่งๆ ไปให้จบโปรเจกต์?”
เสียงวิจารณ์ฉะฉานของ ‘เพลิน’ ดังลั่นห้องประชุมหรูชั้น 45 ของนิตยสารไลฟ์สไตล์ชื่อดัง เธอไม่ได้แค่พูด แต่นัยน์ตาคู่สวยยังกรีดมองแบบร่างสถาปัตยกรรมที่วางอยู่บนโต๊ะราวกับเห็นขยะเปียก มือเรียวเคาะปากกาลูกลื่นลงบนพื้นโต๊ะเป็นจังหวะกดดัน เธอยืนหยัดในความเชื่อที่ว่า ‘ดีไซน์ที่ไม่มีจิตวิญญาณ ก็แค่พื้นที่ว่างเปล่าราคาแพง’
“คุณบรรณาธิการครับ... ถ้าคุณอ่านบรีฟให้แตกสักนิด แทนที่จะจ้องแต่จะหาช่องว่างมาด่าผม คุณจะเห็นว่ามุมนั้นถูกออกแบบมาเพื่อ ‘ฟังก์ชัน’ ไม่ใช่เอาไว้โชว์สวยไร้สาระแบบในนิตยสารเล่มโปรดของคุณ”
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจตอบกลับมาอย่างไม่สะทกสะท้าน น้ำเสียงที่คุ้นเคยนั้นทำให้เพลินชะงักไปครู่หนึ่ง เธอค่อยๆ เงยหน้าจากกระดาษร่างขึ้นมองเจ้าของเสียงที่ยืนพิงกรอบหน้าต่างอยู่ด้านหลังห้อง
ชายหนุ่มในชุดสูทสีเทาเนี้ยบกริบ เขายืนกอดอก ร่างสูงโปร่งนั้นดูภูมิฐานและทรงเสน่ห์อย่างร้ายกาจ ใบหน้าคมสันรับกับดวงตาเรียวรีที่แฝงความดุและเย็นชาในคราวเดียวกัน ธันวา... สถาปนิกดาวรุ่งที่ใครๆ ต่างก็หลงใหล แต่สำหรับเพลิน เขาคือฝันร้ายที่เธออุตส่าห์สะบัดทิ้งไปตั้งแต่เรียนจบ
“ธันวา?” เพลินหลุดปากเรียกชื่อเขาออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าด้วยความตกใจและไม่พอใจในเวลาเดียวกัน
“ยินดีที่ได้รู้จัก... อีกครั้งนะครับ เพลิน” ธันวาเหยียดยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ไม่ได้มีความยินดีเจือปนอยู่แม้แต่นิดเดียว มันเป็นยิ้มแบบเดียวกับที่เขาชอบใช้เวลาเอาชนะเธอในคลาสเรียนสมัยมหาวิทยาลัยไม่มีผิด
บรรยากาศในห้องประชุมเหมือนจะถูกสูบอากาศออกไปจนหมด เพลินรู้สึกเหมือนเลือดในกายพุ่งพล่านขึ้นมาที่ใบหน้า เธอจัดระเบียบความคิดอย่างรวดเร็ว พยายามดึงความมั่นใจกลับมา
“ฉันไม่คิดว่าทางบริษัทจะส่งคนที่ไร้ความเข้าใจในหัวใจของงานศิลปะอย่างคุณมาทำงานร่วมกับทีมเรา” เพลินเดินตรงเข้าไปหาเขา ระยะห่างที่เหลืออยู่ไม่ถึงคืบทำให้เธอได้กลิ่นน้ำหอมแนววู้ดดี้เย็นๆ จากตัวเขา มันเป็นกลิ่นที่เธอจำได้แม่น... กลิ่นที่มาพร้อมกับความทรงจำเรื่องการโต้เถียงไม่จบไม่สิ้น
“โลกมันกลม หรือคุณนั่นแหละที่พยายามวิ่งวนอยู่ในที่เดิมๆ จนหนีผมไม่พ้น?” ธันวาขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีก มือข้างหนึ่งของเขาเท้าลงบนโต๊ะประชุม ล้อมกักเธอไว้ในพื้นที่แคบๆ ระหว่างเขากับโต๊ะ
“อย่าสำคัญตัวผิดไปหน่อยเลยค่ะ ฉันแค่ต้องการมืออาชีพ ไม่ใช่เด็กเก่งแต่ปาก” เพลินเชิดหน้าสู้ สายตาของทั้งคู่ปะทะกันราวกับมีกระแสไฟฟ้าสถิตแผ่กระจายออกมา
“งั้นลองพิสูจน์ดูไหมล่ะ ว่าผมเป็นแค่มืออาชีพที่ปากดี หรือเป็นคนที่สามารถ ‘ออกแบบ’ ให้คุณยอมจำนนได้จริงๆ”
ธันวาโน้มใบหน้าลงมาจนชิดใบหูของเธอ ความร้อนจากลมหายใจทำให้เพลินต้องกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ มือของเขาเอื้อมมาหยิบสมุดบันทึกที่วางอยู่ข้างมือเธอออกไป ก่อนจะเปิดหน้าแรกแล้วเขียนบางอย่างลงไปด้วยความเร็วสูง
“นั่นคุณจะทำอะไร!” เพลินร้องถาม พยายามจะแย่งสมุดคืน แต่ธันวากลับรั้งข้อมือเธอไว้ด้วยแรงที่พอเหมาะ ไม่รุนแรงแต่ก็ทำให้เธอขยับไปไหนไม่ได้
“ผมเขียนนัดหมายไว้ให้แล้ว พรุ่งนี้สิบโมงที่ไซต์งาน ถ้าอยากให้งานออกมาเนี้ยบสมใจคุณ ก็กรุณาหุบปากแล้วไปให้ตรงเวลาด้วย” เขากระซิบเสียงพร่าพลางถอยห่างออกไปหนึ่งก้าว ทิ้งให้เพลินยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมอีกครั้ง มีเพียงเสียงหัวใจของเพลินที่เต้นรัวเหมือนกลองศึก เธอเหลือบมองในสมุดบันทึกที่เขาเพิ่งเขียนลงไป ลายมือหวัดๆ ของเขาทิ้งข้อความไว้สั้นๆ ว่า...
*‘เตรียมตัวให้พร้อม เพราะงานนี้ฉันไม่ปล่อยให้เธอรอดไปง่ายๆ เหมือนเมื่อก่อนแน่’*
ยังไม่ทันที่เธอจะได้สบถคำด่าตามหลัง ประตูห้องประชุมก็เปิดผางออกมาอย่างแรงพร้อมกับการปรากฏตัวของ 'กวิน' บรรณาธิการบริหารที่ดูหน้าตาตื่นตระหนก
“คุณเพลินครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว ทางโครงการแจ้งมาว่าที่ไซต์งานพังถล่มลงมาเมื่อครู่นี้... เราต้องไปที่นั่นเดี๋ยวนี้ครับ!”
เพลินหันไปมองธันวาที่ยืนนิ่งสนิท ดวงตาคู่คมของเขามืดมิดจนอ่านไม่ออก ราวกับเขารู้อยู่แล้วว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้น
เหมยฮวาแรกแย้มหวังว่าบทเปิดตัวที่เต็มไปด้วยแรงปะทะนี้จะทำให้นักอ่านทุกท่านตื่นเต้นไปกับความสัมพันธ์ของพวกเขานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
ขอพื้นที่ส่วนตัวให้คนจะมูฟออนหน่อยครับ•ตอนที่ 1
ยินดีที่ไม่รู้จัก (อีกครั้ง)
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอพื้นที่ส่วนตัวให้คนจะมูฟออนหน่อยครับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
