กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งผสมปนเปไปกับกลิ่นไอชื้นของดินโคลนหลังพายุฝน มิได้ทำให้มือนิ่งสงบของ ‘เฟยหลง’ สั่นไหวแม้เพียงปลายนิ้ว เขาประทับฝ่ามือลงบนด้ามกระบี่ข้างกาย แววตาคมกริบดุจพยัคฆ์ร้ายจดจ้องไปยังประตูเมืองหน้าด่าน ‘ผิงอาน’ ที่เงียบเชียบผิดปกติ ราวกับเมืองทั้งเมืองถูกสูบกลืนหายไปในความมืดมิดของหุบเขา
"ท่านอ๋อง กองทัพหน้าของเรารายงานว่า ประตูเมืองเปิดอ้าไว้ราวกับเชื้อเชิญ แต่ไม่มีทหารแม้แต่นายเดียวที่ปรากฏตัวบนเชิงเทินครับ" ฉีซวน องครักษ์คนสนิทกระซิบ รายงานด้วยน้ำเสียงแฝงความระแวดระวัง
เฟยหลงไม่ตอบในทันที เขาเพียงแค่นขยับยิ้มที่มุมปาก—ยิ้มที่ปราศจากความอบอุ่น แต่เต็มไปด้วยรังสีอำมหิตที่กดดันจนผู้คนรอบข้างแทบหยุดหายใจ "ไม่มีทหาร แต่มีค่ายกล... เมืองทั้งเมืองนี้กำลังกลายเป็นหลุมฝังศพขนาดใหญ่ที่ใครบางคนเตรียมไว้ต้อนรับข้า"
เขากระตุกบังเหียนอาชาศึก ก่อนจะควบตะบึงฝ่าความมืดมุ่งหน้าสู่ประตูเมืองที่ดูราวกับอ้าปากรอรับเหยื่อ ทุกย่างก้าวของม้าศึกดังก้องท่ามกลางความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัว ในใจของฉินอ๋องไม่ได้รู้สึกหวาดหวั่น แต่กลับเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นที่ไม่ได้สัมผัสมานาน... การประมือกับผู้ที่อยู่เบื้องหลังการวางแผนที่แยบยลเช่นนี้ คือสิ่งที่เขาถวิลหา
เมื่อเข้าสู่เขตตัวเมือง บรรยากาศกลับเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ไม่มีกับดักที่คาดการณ์ไว้ ไม่มีลูกธนูที่ปลิวว่อน แต่กลับมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ป่าที่อบอวลไปทั่วบริเวณ กระถางกำยานจำนวนมหาศาลถูกวางเรียงรายไว้กลางจัตุรัส ราวกับกำลังประกอบพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์บางอย่าง
"หยุด!" เฟยหลงชูมือขึ้น กองทัพเบื้องหลังหยุดชะงักลงทันทีด้วยความเป็นระเบียบ เขาลงจากหลังม้า เดินตรงไปยังโต๊ะไม้ตัวหนึ่งที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางถนน บนนั้นมีกระดานหมากรุกที่วางหมากไว้ในตำแหน่งที่เขาจำได้แม่นยำ... มันคือตำแหน่งการรบที่เขาเคยบันทึกไว้ในตำราพิชัยสงครามลับของตนเอง
"ผู้ใดที่บังอาจล่วงรู้ยุทธวิธีของข้า" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความเงียบ
"ยุทธวิธีที่ไร้ซึ่งความเมตตา ต่อให้บันทึกไว้ลึกสุดหุบเขา ก็ย่อมมีผู้ที่มองเห็นรอยแยกนั้นได้เสมอท่านอ๋อง"
เสียงหวานกังวานใสแต่เด็ดขาดดังขึ้นจากยอดหอคอยสูงเหนือประตูเมือง เฟยหลงเงยหน้าขึ้นมอง เพียงชั่วครู่ ร่างระหงในชุดสีดำสนิทดุจเงาจันทร์ที่ยืนอยู่เบื้องบนก็ขยับกาย เธอผู้นั้นมิได้สวมเกราะ แต่กลับสวมหน้ากากเงินปิดบังใบหน้าครึ่งล่าง เหลือเพียงดวงตาคู่สวยที่เรียบนิ่ง เย็นชา และเปี่ยมไปด้วยความเย่อหยิ่งดุจราชินีบนบัลลังก์น้ำแข็ง
"เจ้าเป็นใคร" เฟยหลงถาม สายตาจับจ้องไปที่ดวงตาคู่นั้นอย่างไม่วางตา
"ข้าก็คือศัสตราที่ไร้เสียง... ผู้ที่จะเปลี่ยนทิศทางลมในสนามรบนี้ไงล่ะท่านอ๋อง" ไป๋หลานตอบกลับเบาๆ ก่อนที่นางจะหยิบหมากสีดำขึ้นมาแล้วดีดออกไป หมากนั้นพุ่งผ่านอากาศด้วยความเร็วสูงจนเกิดเสียงแหวกอากาศแหลมคม มันปักลงบนกระดานหมากรุกตรงหน้าเฟยหลงอย่างแม่นยำ ราวกับเป็นการตบหน้าแม่ทัพผู้เกรียงไกร
ฉีซวนชักกระบี่ออกมาหมายจะพุ่งตัวขึ้นไป แต่เฟยหลงยกมือขึ้นห้ามไว้เสียก่อน เขาจ้องมองหมากบนกระดานด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป... แผนการรบที่วางไว้ซับซ้อนและงดงามราวกับงานศิลปะ แต่ในขณะเดียวกันก็โหดร้ายจนคาดไม่ถึง
"ฉลาดนัก" เฟยหลงแค่นเสียงหัวเราะ "เจ้าไม่ได้ต้องการยึดเมือง แต่เจ้าต้องการล่อให้ข้าเข้าสู่ ‘กรงขังที่มองไม่เห็น’... แล้วเจ้าจะทำอย่างไรต่อเมื่อข้าก้าวเข้าไปแล้ว"
ไป๋หลานลดตัวลงมานั่งยองๆ บนราวระเบียงหอคอย นางเอียงคอเล็กน้อยอย่างท้าทาย "หากท่านก้าวขาข้ามเส้นแบ่งเขตของกระดานนี้เพียงก้าวเดียว กองทัพของท่านทั้งหมื่นนายจะถูกปิดตายในทะเลเพลิงที่ข้าเตรียมไว้... สนใจจะเดิมพันด้วยบัลลังก์ของท่านดูสักครั้งไหม"
คำพูดของนางไม่ใช่คำขู่ แต่มันคือความเป็นจริงที่เขาสัมผัสได้ถึงไอสังหารเบื้องล่างใต้ฝ่าเท้า เฟยหลงเหยียดยิ้ม เขาขยับหมากสีขาวโต้กลับอย่างรวดเร็วและเด็ดเดี่ยว เป็นการเดิมพันที่บ้าคลั่งที่สุดในชีวิตนักรบของเขา
"ข้าเดิมพันด้วยชีวิต... แล้วเจ้าล่ะ จะเดิมพันด้วยสิ่งใดหากข้าชนะ?" เฟยหลงตะโกนถาม
ไป๋หลานนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ถอดหน้ากากเงินออกเผยให้เห็นใบหน้างดงามที่ดูเย็นชาดุจน้ำแข็ง แต่นัยน์ตากลับวาวโรจน์ด้วยความแค้นที่สั่งสมมานับสิบปี "ข้าเดิมพันด้วยหัวใจ... และวิญญาณที่ท่านเป็นคนพรากมันไปเมื่อหลายปีก่อน ท่านอ๋อง"
ทันใดนั้น เสียงระฆังเตือนภัยจากที่ไกลๆ ก็ดังขึ้นอย่างโหยหวน พื้นดินใต้เท้าของเฟยหลงเริ่มสั่นสะเทือนรุนแรง ราวกับมีบางอย่างกำลังจะพังทลายลงจากใต้พิภพ และในวินาทีที่แสงจันทร์สาดส่องลงมายังใบหน้าของนาง เฟยหลงถึงกับชะงักงัน... เพราะสตรีตรงหน้ามิใช่คนแปลกหน้า แต่เป็นคนที่เขาคิดว่าตายไปในกองเพลิงเมื่อหลายปีก่อน
หอคอยที่ไป๋หลานยืนอยู่เริ่มเอนเอียงเพราะแรงระเบิดที่ถูกวางไว้อย่างแยบยลจากภายใน นางไม่ได้หนี แต่กลับส่งยิ้มบางๆ ให้เขา—รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจที่เย็นชาของฉินอ๋องต้องกระตุกวูบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับ "พงศาวดารมีชีวิต" ในบทนำที่เข้มข้นนี้นะครับ
แม่ทัพผู้เหี้ยมหาญกับกุนซือหญิงผู้ไร้ใจ•ตอนที่ 1
ศัสตราที่ไร้เสียง
ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพผู้เหี้ยมหาญกับกุนซือหญิงผู้ไร้ใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
