“หากฝ่าบาทเสด็จสวรรคตก่อนกำหนด แผนการที่ข้าเตรียมไว้จะไร้ค่าทันที ขุนอินทร์... ท่านกำลังเล่นกับไฟที่อาจเผาเรือนตัวเองจนมอดไหม้”
เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความกังวลของชายวัยกลางคนดังลอดผ่านรอยแยกของแผ่นไม้กระดานเรือนไทยโบราณที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวท้ายสวน กล้าหมอบกายแนบชิดกับผืนดินที่เย็นชื้น กลิ่นสาบดินผสมกับกลิ่นธูปอบอวลอยู่ในอากาศ หัวใจของเขาเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก แต่เขายังคงนิ่งงันราวกับเป็นเพียงก้อนหินก้อนหนึ่งในเงามืด
“ความกลัวคือเครื่องมือของคนขลาดครับท่านเจ้าคุณ” เสียงตอบโต้ที่เยือกเย็นและแฝงความหยิ่งผยองนั้นคือ ‘ขุนอินทร์’ อย่างไม่ต้องสงสัย “รัชกาลนี้ยาวนานเกินไปจนพวกขุนนางเฒ่าหลงลืมว่าใครกันแน่ที่เป็นผู้คุมกลไกของแผ่นดิน หากเราไม่เร่งมือในคืนพระจันทร์เต็มดวงที่จะถึงนี้ เกรงว่าอำนาจที่ท่านถือครองอยู่จะกลายเป็นเพียงเศษกระดาษที่ไร้ความหมายในหน้าประวัติศาสตร์”
กล้ากลั้นหายใจ สายตาคมกริบกวาดมองผ่านช่องไม้เห็นเงาร่างสองร่างยืนอยู่กลางห้องโถงที่แสงเทียนริบหรี่เพียงเล่มเดียวขยับไหวไปตามแรงลม คนหนึ่งคือขุนอินทร์ที่นั่งเอนหลังอย่างถือดี อีกคนหนึ่งคือขุนนางชั้นผู้ใหญ่ที่เขารู้จักมักคุ้นในฐานะผู้มีเกียรติแห่งวังหลวง
“แล้วเรื่องหัวเมืองล่ะ? เจ้าพวกหัวเมืองเหนือเริ่มกระด้างกระเดื่อง ส่งสาส์นมาว่าไม่ยอมรับการจัดเก็บส่วยเพิ่ม” ท่านเจ้าคุณถามพลางขยับกาย
“หัวเมืองหรือครับ? ก็แค่หมาล่าเนื้อที่หิวโซ ถ้าเราป้อนกระดูกชิ้นโตให้ พวกมันก็พร้อมจะกระโจนกัดคอใครก็ตามที่ขวางทางเรา” ขุนอินทร์หัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเสียดแทงไปถึงโสตประสาทของกล้า “ข้าได้เตรียม ‘สาส์นปลอม’ ไว้แล้ว ประทับตราลัญจกรที่ข้าได้มาจากการ... ยืมมือช่างเขียนฝีมือดีมาเมื่อไม่กี่วันก่อน เพียงแค่แอบเปลี่ยนถ้อยคำในราชโองการให้เป็นคำสั่งประหารพวกเจ้าเมืองเสีย ใครจะไปรู้ว่านั่นไม่ใช่ลายพระหัตถ์จริง”
กล้ากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความแค้นพุ่งพล่านอยู่ในอกเมื่อตระหนักได้ว่า ช่างเขียนที่ขุนอินทร์กล่าวถึงอาจจะเป็นคนที่ถูกมันบังคับ หรือแย่กว่านั้นคือถูกฆ่าปิดปากไปแล้วเหมือนครอบครัวของเขา
“ท่านขุนอินทร์... หากเรื่องแดงขึ้นมา หัวของพวกเราจะไม่อยู่บนบ่า”
“ท่านเจ้าคุณครับ” ขุนอินทร์ลุกขึ้นยืนช้าๆ เดินเข้าไปใกล้ชายผู้นั้นจนเงาของเขาฉาบทับร่างของอีกฝ่ายจนมืดมิด “ประวัติศาสตร์เขียนโดยผู้ชนะเสมอ ไม่ใช่คนซื่อสัตย์ การล่มสลายของกรุงศรีอยุธยาไม่ได้เกิดจากข้าศึกหน้าด่าน แต่มันเกิดจากคนข้างในที่รุมทึ้งแผ่นดินตัวเองต่างหาก พรุ่งนี้รุ่งสาง ขบวนเสด็จจะออกไปทำพิธีตัดไม้ข่มนาม นั่นคือเวลาที่เราจะเริ่มปูทางไปสู่บัลลังก์ใหม่”
กล้าพยายามขยับกายถอยหลังอย่างเงียบเชียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ กิ่งไม้แห้งใต้ร่างส่งเสียงลั่นเบาๆ ในความเงียบสงัดราวกับเสียงฟ้าผ่า ทั้งสองคนในห้องหยุดชะงักทันที ขุนอินทร์หันขวับมาทางช่องไม้ที่กล้าซ่อนตัวอยู่ แววตาที่โหดเหี้ยมนั้นดุจดั่งสัตว์ป่าที่กำลังดมกลิ่นเหยื่อ
“ใครอยู่ตรงนั้น?”
กล้าแทบหยุดหายใจ เขาตัดสินใจทิ้งตัวลงกลิ้งไปกับความมืดใต้ถุนเรือน ในจังหวะนั้นเอง ฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนก็ดังขึ้นรอบตัวเขา เสียงดาบถูกชักออกจากฝักดังกังวานก้องหู ขุนอินทร์ก้าวออกมาจากบันไดเรือน แสงคบเพลิงที่ถูกจุดขึ้นพรึบพรับส่องให้เห็นใบหน้าเรียบเฉยที่มุมปากมีรอยยิ้มหยัน
“ออกมาเถอะเจ้าหนู... ข้าไม่ได้มีเวลาว่างมาเล่นซ่อนแอบกับสามัญชนไร้ค่าหรอกนะ แต่ถ้าเจ้าเห็นสิ่งที่ไม่ได้ควรเห็น...” ขุนอินทร์เว้นจังหวะพลางเงื้อดาบขึ้น “นั่นหมายความว่าเจ้ามีหน้าที่ใหม่ที่น่าสนใจกว่าการเป็นช่างเขียน นั่นคือการเป็นศพนิรนามในประวัติศาสตร์”
กล้าลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล มือคว้าก้อนหินข้างกายไว้มั่น แม้ใจจะสั่นไหวแต่แววตาของเขากลับนิ่งสนิทดั่งผิวน้ำที่ไร้คลื่น เขาไม่ได้กลัวตาย แต่เขากลัวว่าหากเขาตายที่นี่ แผนชั่วร้ายนี้จะไม่มีวันถูกเปิดเผย
ทันใดนั้น มีเงาร่างหนึ่งพุ่งตัวลงมาจากหลังคาเรือนด้วยความเร็วสูง! นางสวมชุดสีดำสนิท ใบหน้าปิดบังด้วยผ้าแพร แต่กลิ่นน้ำอบไทยอ่อนๆ ที่ลอยมาแตะจมูกทำให้กล้ารู้ได้ทันทีว่านางคือใคร นางชักมีดสั้นออกมาปัดป้องดาบของขุนอินทร์ได้อย่างแม่นยำก่อนจะคว้าแขนของกล้าแล้วฉุดให้วิ่งออกไปสู่ความมืดมิดของพงหญ้าข้างทาง
“แม่หญิงบัว!” กล้าอุทานอย่างตกใจ
“อย่าเพิ่งถามอะไรทั้งนั้น!” เสียงกระซิบที่หนักแน่นของนางแทรกผ่านเสียงฝีเท้าที่ไล่ตามมาติดๆ “ถ้าเจ้าอยากรู้ว่าทำไมข้าถึงมาอยู่ที่นี่ ก็จงวิ่งให้เร็วที่สุด เพราะคนที่อยู่ในเรือนนั้นไม่ใช่แค่ขุนอินทร์ แต่ยังมี... เขาคนนั้นอยู่ด้วย!”
กล้าชะงักฝีเท้าเมื่อได้ยินคำพูดนั้น ความสับสนพุ่งเข้าใส่สมอง ขุนอินทร์ยังไม่ใช่จุดสูงสุดของเรื่องนี้หรอกหรือ? เงาร่างปริศนาในเงามืดที่ค่อยๆ ก้าวออกมาจากเรือนพร้อมกับคบเพลิงในมือ เผยให้เห็นใบหน้าที่ทำให้กล้าต้องหยุดกึกและหัวใจแทบหยุดเต้น
ชายผู้นั้นคือคนที่เขาไว้ใจที่สุด... และเป็นคนที่ทุกคนในอยุธยาต่างเชื่อมั่นว่าเป็นผู้จงรักภักดีต่อแผ่นดินยิ่งกว่าใคร!
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาประวัติศาสตร์หน้ามืดนี้มาถึงครึ่งทางในตอนนี้นะครับ
รอยจารึกแห่งอยุธยา: ลิขิตชีวิตสามัญชน•ตอนที่ 51
การเจรจาลับ
ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกแห่งอยุธยา: ลิขิตชีวิตสามัญชน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!