รอยจารึกแห่งอยุธยา: ลิขิตชีวิตสามัญชน•ตอนที่ 1

วิถีช่างเขียน

ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
"ถ้าเจ้าเขียนเส้น ‘กนก’ ให้ตายด้านไร้วิญญาณเช่นนี้ ต่อให้เป็นอาลักษณ์หลวงก็อย่าหวังว่าจะได้รับความดีความชอบเลยไอ้กล้า" เสียงตวาดแหบพร่าของครูช่างเขียนวัยดึกดังก้องขึ้นเหนือโต๊ะไม้คุด ผสมกับเสียงฉ่าของน้ำมันที่กำลังเดือดพล่านจากร้านขายขนมเบื้องในตลาดป่าขนม กล้าไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองคู่สนทนา ปลายพู่กันขนหนูของเขายังคงบรรจงลากเส้นหมึกจีนลงบนสมุดข่อยอย่างมั่นคง เส้นสายที่อ่อนช้อยตวัดโค้งดุจเปลวไฟที่พลิ้วไหวในกระแสลม หากทว่าดวงตาของเขากลับนิ่งสนิทราวกับน้ำในบ่อที่ไม่เคยต้องลม "เส้นที่งามที่สุด ไม่ใช่เส้นที่ดูมีชีวิต แต่เป็นเส้นที่บอกว่าคนเขียน ‘ตายไปแล้ว’ กี่หนต่างหากขอรับครู" กล้าตอบเสียงเรียบ พลางวางพู่กันลง เขาปาดคราบหมึกที่เปื้อนนิ้วโป้งออกด้วยความเคยชิน ตลาดป่าขนมในยามสายคลาคล่ำไปด้วยผู้คน กลิ่นหอมหวานของน้ำตาลเคี่ยวลอยอบอวลปนกับกลิ่นคาวปลาจากท่าน้ำ ใกล้ๆ กันนั้น หญิงสาวในชุดสไบสีนวลที่ดูผิดแผกจากแม่ค้าทั่วไปกำลังยืนเลือกซื้อขนมทองหยิบด้วยท่าทีสุขุม เธอไม่ได้เพียงแค่ซื้อ แต่ดวงตาคมปลาบของเธอกำลังกวาดมองไปรอบตลาด ราวกับกำลังประเมินราคาทุกชีวิตที่เดินผ่านไปมา กล้ามองเห็นสตรีผู้นั้นผ่านช่องว่างระหว่างร้านค้า ความนิ่งสงบในแววตาของเขาไหววูบไปชั่วขณะเมื่อเห็น ‘แม่หญิงบัว’ สะบัดพัดเบาๆ ส่งสัญญาณให้คนรับใช้ก้าวหลบออกไป แล้วเดินตรงมาที่แผงของเขา "ลายมือของท่านงดงามถึงเพียงนี้ เหตุใดจึงต้องจำกัดตัวเองอยู่แค่ในตลาดที่อบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำตาลเล่า?" เสียงใสปนความกังขาของบัวดังขึ้นเหนือหัว กล้าเงยหน้าขึ้น สบตากับหญิงสาวที่เขาเฝ้าสังเกตมาหลายเดือน เขาเห็นเงาความกังวลเล็กๆ ซ่อนอยู่หลังม่านตาคู่นั้น "ที่นี่สงบดีขอรับแม่หญิง อย่างน้อยคนในตลาดก็ไม่มีใครสนใจว่าใครจะเขียนจดหมายลับถึงใคร หรือใครจะซ่องสุมกำลังกันในเงามืด" กล้าตอบพลางเก็บอุปกรณ์การเขียนลงหีบไม้ใบเก่า "คนทำมาหากินไม่มีเวลามานั่งตีความตัวอักษรของคนอื่นหรอก" บัวชะงักไปครู่หนึ่ง เธอขยับเข้าไปใกล้ขึ้นจนกล้าได้กลิ่นดอกมะลิจางๆ จากตัวเธอ "ถ้าเช่นนั้น ท่านคงไม่รู้ตัวสินะว่า ตัวอักษรที่ท่านเขียนลงในฎีกาถวายเมื่อสามวันก่อน กำลังทำให้ ‘ขุนอินทร์’ เริ่มไม่เป็นสุข" บรรยากาศรอบข้างที่เคยอึกทึกดูเหมือนจะเงียบลงฉับพลันในหูของกล้า ขุนอินทร์... ชื่อที่เปรียบดั่งหนามยอกใจ ชายผู้ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของอำนาจด้วยการถีบหัวผู้อื่นขึ้นไป และเป็นคนเดียวกันที่กล้าเชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการล่มสลายของครอบครัวเขาในคราวสงครามครั้งก่อน "ข้าเป็นเพียงช่างเขียนรับจ้าง ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับการเมืองในวังหลวง" กล้าโต้กลับ เสียงเริ่มแข็งขึ้น "ไม่มีใครเป็นกลางได้ในอยุธยาที่กำลังจะเปลี่ยนผ่าน" บัวกระซิบ เสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย "ขุนอินทร์ไม่ได้ต้องการแค่ช่างเขียน แต่เขาต้องการ ‘ตราประทับ’ ที่ท่านซ่อนไว้ในลายมือเหล่านั้น ท่านรู้อะไรบางอย่าง... สิ่งที่แม้แต่ขุนนางใหญ่ยังหวาดกลัว" กล้าเก็บหีบไม้จนเสร็จสิ้น เขาหมุนตัวเตรียมจะเดินจากไป แต่แล้วเขาก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นกลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดผ้าม่วงสีเข้มสามคนยืนขวางทางเดินอยู่ กลางวงนั้นคือชายร่างสูงใหญ่ ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจางๆ ที่มุมปาก เขากำลังหมุนแหวนหัวพิรอดที่นิ้วเล่นอย่างใจเย็น "ช่างเขียนที่เก่งกาจถึงเพียงนี้ จะกลับบ้านมือเปล่าได้อย่างไร" ชายผู้นั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลที่แฝงไปด้วยพิษ "ท่านขุนอินทร์ฝากบอกมาว่า อยากให้เจ้าไปสะสางงาน ‘ชิ้นสุดท้าย’ ที่ค้างคาให้เสร็จที่เรือนพักริมน้ำ... ก่อนที่พรุ่งนี้เช้า อยุธยาจะไม่ได้เห็นหน้าเจ้าอีก" กล้ามองไปรอบตัว ผู้คนในตลาดป่าขนมที่เคยเดินเบียดเสียดกลับหายไปอย่างน่าประหลาด ราวกับมีคนสั่งให้พวกเขาเร้นกายหายไปในม่านหมอกแห่งความกลัว แม่หญิงบัวยืนนิ่งสนิท มือที่ถือพัดกำแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เธอสบตากับเขาเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะก้มหน้าลงเหมือนยอมจำนน ชายฉกรรจ์ก้าวเข้ามาใกล้พร้อมกับดาบเล่มยาวที่ถูกชักออกมาเพียงครึ่งฝัก กล้ากระชับหีบไม้ในมือแน่น ในหีบนั้นไม่มีเครื่องมือช่างเขียนทั่วไป แต่มันมี ‘รอยจารึก’ ที่หากใครได้อ่าน มันจะทำลายบัลลังก์ของขุนอินทร์ลงได้ในพริบตา เขารู้ดีว่าหากก้าวเท้าตามคนพวกนี้ไป เขาอาจไม่มีวันได้กลับมาเขียนอักษรตัวไหนอีก แต่หากเขาวิ่งหนีตอนนี้ ความลับที่เขาแบกรับไว้จะถูกเผาทำลายไปพร้อมกับชีวิตของเขา กล้าเหลือบมองไปที่แม่หญิงบัวอีกครั้ง ครั้งนี้เขาเห็นเธอหยิบพัดขึ้นมาทำท่าทางแปลกๆ เป็นรหัสลับที่คนในราชสำนักเท่านั้นจะเข้าใจ... มันคือสัญญาณเตือนว่า 'คนของขุนอินทร์ไม่ได้มีแค่กลุ่มนี้' ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าของม้าศึกดังขึ้นจากปลายทางเข้าตลาด รถม้าสีดำสนิทที่ติดตราสัญลักษณ์ของกรมพระนครบาลพุ่งเข้ามาจอดสนิทเบื้องหน้ากลุ่มชายฉกรรจ์ ประตูรถม้าเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นรองเท้าปักดิ้นทองที่คุ้นตาของใครบางคนที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมาปรากฏตัวในที่แห่งนี้ กล้าเบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าที่โผล่ออกมาจากรถม้า... มันไม่ใช่ขุนอินทร์ แต่มันคือคนที่น่ากลัวยิ่งกว่า ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนเวลาไปกับรอยจารึกแห่งอยุธยาตอนแรกนี้ครับ - นักเล่าประวัติศาสตร์
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกแห่งอยุธยา: ลิขิตชีวิตสามัญชน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%