“ผมต้องการสถาปนิกฝีมือดีที่สุด ไม่จำกัดงบประมาณ ขอแค่คุณรื้อถอนโครงสร้างเก่าทิ้งทั้งหมด แล้วสร้างมันขึ้นมาใหม่จากซากปรักหักพัง… เหมือนกับชีวิตที่ผมเคยทำลายมันด้วยมือของตัวเอง”
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่คุ้นหูจนฝังรากลึกในความทรงจำดังขึ้น ท่าaning ความเงียบงันภายในห้องรับรองแขกวีไอพีของบริษัทสถาปัตยกรรม ‘Aethel Design’ ศตวรรษที่กำลังก้มหน้าตรวจสอบเอกสารแบบแปลนในมือถึงกับชะงัก ปลายนิ้วเรียวยาวที่ถือปากกาหมึกซึมราคาแพงเกร็งแน่นจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาวซีด กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ที่ลอยมาแตะจมูกพร้อมกับเงาร่างสูงใหญ่ที่ทาบทับลงบนโต๊ะทำงาน ไม่ใช่สิ่งที่เขาคาดว่าจะต้องเผชิญหน้าในบ่ายวันอังคารอันแสนสงบนี้
สามปี… สามปีเต็มๆ ที่กรงขังแห่งการแต่งงานไร้รักถูกทุบทำลายลงด้วยใบหย่าที่อีกฝ่ายเป็นคนยื่นคำขาด สามปีที่ศตวรรษต้องหอบเอาหัวใจที่แตกสละระเกะระกะมาประกอบร่างใหม่ด้วยหยาดเหงื่อและคราบน้ำตา จนกระทั่งเขาสามารถยืนหยัดขึ้นมาได้ด้วยลำแข้งของตัวเองในฐานะสถาปนิกมือหนึ่งของวงการ
แต่ในวันนี้… ผู้ชายคนที่เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเขาจนไม่เหลือชิ้นดี กลับก้าวเข้ามาในอาณาจักรที่เขาเพิ่งสร้างขึ้นด้วยรอยยิ้มหยันและแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อน
ศตวรรษสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความสั่นไหวในอก ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาผู้มาเยือนอย่างเชิดชู ดวงตาเรียวคมใต้กรอบแว่นสายตาราคาแพงฉายแววเยือกเย็นและห่างเหินอย่างชัดเจน รอยยิ้มทางการค้าถูกระบายขึ้นบนริมฝีปากบางเฉียบราวกับหน้ากากชั้นดี
“ยินดีต้อนรับครับ คุณภาคิน” ศตวรรษเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบและเป็นมืออาชีพที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้หัวใจข้างในจะกำลังเต้นระรัวราวกับกลองเพล “ไม่คิดว่าบริษัทอสังหาริมทรัพย์ระดับยักษ์ใหญ่ของคุณ จะให้เกียรติมาใช้บริการบริษัทเล็กๆ ของเรา”
ภาคินในวัยสามสิบห้าปีดูคมคายและทรงอำนาจขึ้นกว่าเดิม ชุดสูทตัดเย็บพิเศษเข้ารูปขับเน้นรูปร่างสูงสง่าและไหล่กว้างที่เคยเป็นที่พักพิงอันปลอดภัย (ก่อนที่มันจะกลายเป็นลานประหารความรู้สึก) ใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติประดับด้วยไรเคราจางๆ เพิ่มความดิบเถื่อนและความน่าเกรงขาม ดวงตาคมกริบสีนิลคู่นั้นไม่ได้กวาดมองไปที่ผลงานการออกแบบที่แปะอยู่บนผนังเลยแม้แต่น้อย ทว่ากลับจดจ้องอยู่ที่ใบหน้าของศตวรรษราวกับจะกลืนกิน
“บริษัทเล็กๆ งั้นหรือครับ เซนต์” ภาคินทวนคำ น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเจือความรู้สึกบางอย่างที่ศตวรรษไม่อยากจะแปลความหมาย “ถ้าบริษัทของคุณเรียกว่าเล็ก บริษัทอื่นคงเป็นแค่เพิงหมาแหงนแล้วล่ะครับ… อีกอย่าง ผมไม่ได้มาในฐานะลูกค้ารายใหญ่ทั่วไป แต่ผมมาในฐานะคนที่… อยากจ้างคุณมาซ่อมแซมสิ่งที่พัง”
“น่าเสียดายนะครับที่สถาปนิกอย่างผม รับออกแบบและสร้างอาคารใหม่บนพื้นที่ว่างเปล่าเท่านั้น…” ศตวรรษวางปากกาลงบนโต๊ะอย่างใจเย็น จงใจเน้นเสียงทุกคำเพื่อสร้างกำแพงกั้น “สิ่งปลูกสร้างไหนที่โครงสร้างภายในมันร้าวรากจนเกินเยียวยา หรือถูกสร้างขึ้นบนรากฐานของความหลอกลวง… ผมไม่มีนโยบายไปยุ่งเกี่ยวหรอกครับ เสียเวลาเปล่า”
บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองตึงเครียดจนแทบจะใช้มือตัดได้ ไอความเย็นจากเครื่องปรับอากาศดูเหมือนจะไร้ความหมายเมื่อเทียบกับกระแสอารมณ์เชือดเฉือนที่แผ่ออกมาจากสายตาของอดีตสามีภรรยาคู่นี้ ภาคินไม่โกรธ ไม่แสดงอาการเกรี้ยวกราดอย่างที่ควรจะเป็น ตรงกันข้าม เขากลับหัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาไหววูบไปชั่วขณะก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวและดื้อดึงตามเดิม
“แต่ผมได้ยินมาว่า คุณเซนต์คือมือหนึ่งที่ไม่เคยปฏิเสธงานมูลค่าสูงนี่ครับ” ภาคินก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานมากขึ้น มือหนาวางลงบนขอบโต๊ะ โน้มตัวลงมาเล็กน้อยจนศตวรรษต้องเอนหลังหนีตามสัญชาตญาณ “เงินทุนมหาศาล และอิสรภาพในการออกแบบที่คุณต้องการ… ผมเตรียมไว้ให้คุณหมดแล้ว แลกกับการที่คุณยอมรับงานนี้”
“ผมมีเงินพอใช้ครับ คุณภาคิน และที่สำคัญ… ผมรักอิสรภาพของตัวเองมากพอที่จะไม่เอาเท้ากลับเข้าไปเหยียบในหลุมพรางเดิมอีก” ศตวรรษสวนกลับทันควัน นัยน์ตาคู่สวยวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธที่ถูกสะกิดแผลเก่า “เชิญทางออกด้านนั้นครับ เลขาของผมคงจัดการเรื่องเอกสารให้คุณได้ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัว…”
ก่อนที่ศตวรรษจะได้กดอินเตอร์คอมเรียกเลขา ภาคินก็เอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของสถาปนิกหนุ่มเย็นเฉียบลงในพริบตา
“แล้วถ้าโปรเจกต์นี้… ไม่ใช่แค่เรื่องบ้านพักตากอากาศริมทะเล แต่เป็นบ้านหลังสุดท้ายที่ผมสร้างขึ้นเพื่อไถ่โทษ… ให้กับภรรยาและลูกที่ผมทอดทิ้งล่ะครับ”
มือที่กำลังจะเอื้อมไปกดปุ่มค้างเติ่ง ศตวรรษนิ่งง้ำไปชั่ววินาที ก่อนที่ความรู้สึกชาหนาจะแล่นริ้วขึ้นมาถึงขมับ ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านจนมือทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นใต้โต๊ะ เขารู้ดีว่าภาคินไม่มีทางรู้เรื่อง ‘เด็กชายโซนิค’ ลูกชายวัยสามขวบที่เขาซ่อนเอาไว้ราวกับไข่ในหิน เพราะในวันเซ็นใบหยส ศตวรรษยังไม่ได้ตั้งครรภ์ด้วยซ้ำ… หรือต่อให้ตั้งครรภ์ ภาคินก็ไม่มีสิทธิ์รับรู้!
“คุณกำลังพูดเรื่องเพ้อเจ้ออะไร คุณภาคิน?” ศตวรรษเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาฉายแววอันตราย “อย่ามาใช้มุกตื้นๆ นี้เพื่อบีบให้ผมรับงาน ถ้าไม่มีเรื่องงาน กรุณาออกไปจากห้องของผมด้วยครับ”
ภาคินหรี่ตาลง มองปฏิกิริยาที่ไวกว่าปกติของอดีตภรรยา ความสงสัยที่สุมอกมานานนับเดือนเริ่มก่อตัวเป็นรูปเป็นร่าง รอยยิ้มมุมปากของประธานหนุ่มไม่ได้มีความสนุกสนานเจืออยู่เลย มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่เริ่มได้กลิ่นเหยื่อ
“ผมจะถือว่าคุณยังไม่พร้อมคุยวันนี้ก็แล้วกัน เซนต์…” ภาคินผละตัวออกช้าๆ สายตายังคงไม่ละไปจากใบหน้าหวานที่ตอนนี้ซีดเผือดลงเล็กน้อย “แต่ผมจะส่งแบบแปลนร่างแรกมาให้คุณดูพรุ่งนี้… และเชื่อเถอะว่า คุณจะปฏิเสธผมไม่ลงแน่”
ร่างสูงหมุนตัวเดินกลับออกไปจากห้องทำงานอย่างสง่างาม ทิ้งให้ศตวรรษนั่งหายใจหอบถี่อยู่ลำพัง ความหวาดระแวงเกาะกุมขั้วหัวใจ
*เขารู้ความจริงอะไรหรือเปล่า? หรือแค่พูดไปเรื่อยเปื่อย?*
ศตวรรษยกมือขึ้นนวดขมับตัวเองอย่างแรงเพื่อไล่ความปวดตุบๆ ออกไป ก่อนจะตัดสินใจเก็บของบนโต๊ะแล้วรีบขับรถกลับคอนโดมิเนียมใจกลางเมือง เพื่อไปหาดวงใจเพียงดวงเดียวที่เขายอมแลกทุกอย่างเพื่อปกป้อง
ครึ่งชั่วโมงต่อมา รถยนต์คันหรูแล่นมาจอดที่ลานจอดรถของคอนโด ศตวรรษรีบสาวเท้าก้าวขึ้นลิฟต์อย่างร้อนรน ทันทีที่เปิดประตูห้องเข้าไป เสียงเจื้อยแจ้วคุ้นหูก็ลอยมาปะทะประสาทสัมผัส
“หม่าม้า! วันนี้คุณน้าใจดีซื้อเลโก้ชุดใหญ่ให้โซนิคด้วยล่ะฮะ!”
ร่างป้อมๆ ของเด็กชายวัยสามขวบในชุดเอี๊ยมสีฟ้าวิ่งเตาะแตะออกมาต้อนรับ ดวงตากลมโตเป็นประกายใสซื่อ แก้มป่องทั้งสองข้างขึ้นสีเลือดฝาดตามประสาเด็กสุขภาพดี ศตวรรษย่อตัวลงอ้าแขนรับร่างเล็กนั้นเข้าสู่อ้อมกอด สูดกลิ่นแป้งเด็กเข้าปอดลึกเพื่อบรรเทาความเหนื่อยล้าและหวาดระแวงจากเหตุการณ์เมื่อกลางวัน
“เก่งจังเลยครับไหนให้หม่าม้าดูซิ…” ศตวรรษลูบกลุ่มผมนุ่มนิ่มของลูกชายด้วยความรักท่วมท้น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองแขกผู้มาเยือนที่นั่งยิ้มแป้นอยู่บนโซฟาห้องรับแขก
“อ้าว เซนต์ กลับมาพอดีเลย พี่ซื้อขนมมาฝากหลานด้วยนะ”
รัญชิต คู่แข่งทางธุรกิจตัวฉกาจของภาคิน และชายหนุ่มผู้พยายามตามจีบศตวรรษมานานนับปี ก้าวเข้ามาทักทายพร้อมถุงขนมในมือ รอยยิ้มของรัญชิตดูอบอุ่นและเป็นมิตรเสมอ ต่างจากอดีตสามีคนนั้นลิบลับ
“ขอบคุณมากครับพี่รัญ… เกรงใจพี่จัง มาหาโซนิคบ่อยแบบนี้ทุกวันเลย” ศตวรรษฝืนยิ้มรับตามมารยาท แม้ในใจจะยังมีภาพของภาคินติดตา
“ไม่เห็นต้องเกรงใจเลยครับ พี่เอ็นดูน้องโซนิคเหมือนลูกแท้ๆ…” รัญชิตย่อตัวลงลูบหัวเด็กชายอย่างอ่อนโยน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับศตวรรษด้วยแววตาจริงจัง “ว่าแต่… วันนี้พี่ได้ข่าววงในมาเรื่องหนึ่ง ไม่รู้ว่าเซนต์รู้หรือยัง”
ศตวรรษขมวดคิ้วเล็กน้อย “ข่าวอะไรหรือครับ?”
“ภาคิน… ประธานค่ายอสังหาฯ ยักษ์ใหญ่คนนั้นน่ะสิ อยู่ๆ ก็ประกาศกว้านซื้อที่ดินแปลงใหญ่ริมทะเลตอนใต้ แถมยังประกาศกลางที่ประชุมผู้ถือหุ้นด้วยว่า จะให้สถาปนิกมือหนึ่งของประเทศออกแบบ ‘บ้านเรือนหอ’ หลังใหม่ให้ตัวเอง…” รัญชิตหรี่ตาลงเล็กน้อย สังเกตปฏิกิริยาของอีกฝ่าย “พี่ได้ยินมาว่า… เขาเจาะจงชื่อบริษัทของเซนต์โดยเฉพาะเลยนะ”
ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางกระหม่อม ศตวรรษชาวาบไปทั้งร่าง รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้าง ลมหายใจสะดุดกะทันหัน
เขายังไม่ทันได้ตั้งรับกับคำประกาศนั้น รัญชิตก็ยื่นสมาร์ตโฟนหน้าจอเปิดค้างไว้ที่หน้าข่าวสังคมออนไลน์ให้ศตวรรษดู ภาพข่าวหน้าหนึ่งคือภาพของภาคินที่กำลังก้าวออกจากบริษัทของเขาเมื่อบ่ายวันนี้ พร้อมพาดหัวข่าวตัวโตที่ทำให้ศตวรรษแทบหยุดหายใจ
*‘ประธานคิน ทุ่มงบหมื่นล้านสร้างวิมานรักต้อนรับอดีตภรรยาและทายาทลับที่ถูกซ่อนเร้น!’*
ศตวรรษเบิกตากว้าง จ้องมองพาดหัวข่าวนั้นด้วยความตื่นตระหนก เลือดในกายเย็นเฉียบจนปลายนิ้วชาดิก
ทายาทลับ…!? ภาคินรู้เรื่องโซนิคแล้วอย่างนั้นหรือ?!
ก่อนที่ศตวรรษจะได้ทันตั้งสติ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งที่หน้าห้อง… จังหวะการเคาะที่หนักแน่น เยือกเย็น และคุ้นเคยจนน่ากลัว
ก๊อก… ก๊อก… ก๊อก…
รัญชิตขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ “เอ๊ะ ดึกดื่นแบบนี้ใครมานะ เดี๋ยวพี่ไปเปิดให้…”
“อย่านะพี่รัญ!” ศตวรรษร้องห้ามเสียงหลงด้วยความตื่นตระหนก แต่ช้าไปเสียแล้ว เมื่อบานประตูห้องถูกผลักเปิดออกโดยผู้ชายที่เพิ่งประกาศสงครามประสาทกับเขาไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน
ภาคินยืนตระหง่านอยู่หน้าประตู ในชุดสูทสีดำสนิท ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาในห้องอย่างไร้ซึ่งมารยาท นัยน์ตาคมกริบกวาดมองไปทั่วห้อง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างเล็กป้อมของเด็กชายวัยสามขวบที่กำลังซบอยู่กับอกของศตวรรษ
ดวงตากลมโตของน้องโซนิคกะพริบปริบๆ มองผู้ชายแปลกหน้าตัวสูงใหญ่ที่เดินเข้ามาใหม่ด้วยความสงสัย
ทว่า… ในวินาทีที่สายตาของภาคินเคลื่อนมาสบเข้ากับใบหน้าจิ้มลิ้มและดวงตากลมโตคู่พิมพ์เดียวกับตนเอง ร่างสูงของประธานหนุ่มก็ชะงักกึกราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน ลมหายใจของภาคินขาดห้วง ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงระคนไม่อยากเชื่อ
ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วห้องชุดหรู
ภาคินกวาดสายตามองหน้าลูกชายสลับกับใบหน้าซีดเผือกของอดีตภรรยาที่กำลังสั่นเทา ก่อนที่ริมฝีปากหนาจะขยับเปล่งเสียงแหบพร่าออกมาแผ่วเบา
“…เด็กคนนี้… ทำไมถึงหน้าเหมือนผมตอนเด็กขนาดนี้ล่ะ เซนต์?”
— โปรดติดตามตอนต่อไป —
(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะมาร่วมเดินทางดิ่งลึกไปกับปมแค้นและหัวใจที่เจ็บปวดของเซนต์กับคินนะครับ ไว้พบกันใหม่ตอนหน้าครับ!)
สถาปนิกหนุ่มกับอดีตสามีที่ขอร้องให้สร้างบ้านให้ใหม่•ตอนที่ 1
รอยร้าวในพิมพ์เขียว
ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มกับอดีตสามีที่ขอร้องให้สร้างบ้านให้ใหม่ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!