กงล้อแห่งโชคชะตาหาได้มีความปรานีต่อผู้ใดไม่...
ไอปราณสีเพลิงที่ระเบิดออกมาจากร่างผอมบางของหลินฟาน มิได้เป็นเพียงแค่การตื่นรู้ของพลังธรรมดา หากแต่มันคือเปลวเพลิงแห่งบรรพกาลที่แผดเผาห้วงมิติรอบด้านจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าถล่ม เศษฝุ่นละอองและก้อนหินบนพื้นดินถูกแรงกดดันจากมหาพลังนี้บดขยี้จนกลายเป็นผุยผงในชั่วพริบตา
ดวงตาของเด็กหนุ่มที่เคยว่างเปล่า บัดนี้ทอประกายสีทองอร่ามลึกล้ำราวกับดวงเนตรของเทพเซียนผู้สูงส่ง ประกายแสงนั้นเต็มไปด้วยความเยือกเย็น ความเด็ดเดี่ยว และร่องรอยแห่งความแค้นฝังหุ่นที่ผ่านกาลเวลามานับพันปี
"หึ... พลังระดับนี้ ช่างอ่อนด้อยเสียจนน่าสมเพชยิ่งนัก"
เสียงพึมพำลอดออกมาจากริมฝีปากแห้งผากของหลินฟาน มันเป็นเสียงของเด็กหนุ่มวัยสิบห้าปี แต่กลับเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งจองหองและประสบการณ์อันโชกโชนของผู้ผ่านโลกมานับร้อยชาติ
ในอดีตชาติ เขาคือ 'หลินเทียนเฉิน' ราชันโอสถผู้ยิ่งใหญ่แห่งแดนสวรรค์ ผู้กุมความลับความเป็นความตายของสรรพชีวิต ทว่ากลับต้องมาดับสูญเพราะเงื้อมมือของศิษย์รักที่ตนฟูมฟักมากับมือ ทรยศหักหลังในคืนที่เขากำลังทะลวงขอบเขตขั้นสูงสุด ความเจ็บปวดจากการถูกแทงข้างหลังด้วยกระบี่เล่มโปรด ยังคงฝังแน่นอยู่ในดวงวิญญาณมิรู้ลืม
เมื่อเขาลืมตาตื่นขึ้นมาในร่างของ 'หลินฟาน' บุตรชายตระกูลตกยากผู้ไร้รากปราณและถูกตราหน้าว่าเป็นขยะแห่งเมืองหลิน เขากลับไม่รู้สึกตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มีเพียงรอยยิ้มเย้ยหยันโชคชะตาที่ปรากฏขึ้นที่มุมปาก
"ในเมื่อสวรรค์ยังเมตตาให้ข้าได้มีลมหายใจอีกครั้ง เช่นนั้นหนี้เลือดในอดีต... ข้าจะใช้เปลวเพลิงนี้แผดเผาพวกมันให้สิ้นซาก!"
หลินฟานสูดลมหายใจเข้าลึก ภายในตันเถียน (จุดรวมพลังปราณ) ที่เคยแห้งเหือดและตีบตัน บัดนี้กลับถูกชำระล้างด้วย 'เคล็ดวิชาเพลิงโลหิตผลาญสวรรค์' ซึ่งเป็นวิชาต้องห้ามระดับบรรพกาลที่แม้แต่เงาของมันในแดนสวรรค์ก็ยังไม่มีผู้ใดกล้าฝึกฝน วิชาชิ้นนี้มีข้อแลกเปลี่ยนที่น่าสะพรึงกลัว นั่นคือการใช้พลังชีวิตและจิตวิญญาณของตนเองเป็นเชื้อเพลิงในการแลกมาซึ่งพลังทำลายล้างอันไร้ขีดจำกัด
ทว่า สำหรับหลินฟาน ผู้ซึ่งไร้ซึ่งสิ่งใดจะสูญเสียไปมากกว่านี้แล้ว วิชาต้องห้ามนี้จึงเป็นเสมือนอาวุธชิ้นเอกที่ฟ้าประทานมาให้
ตูม!
เส้นชีพจรในร่างของหลินฟานสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เสียงคำรามทุ้มต่ำดังสะท้อนอยู่ในหูของเขา เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นเต็มแผ่นหลัง ทว่าสีหน้าของเขากลับไม่บ่งบอกถึงความเจ็บปวดแม้แต่น้อย มีเพียงความนิ่งงมงันดั่งหุบผาโบราณ พลังปราณสีเพลิงไหลเวียนไปตามจุดชีพจรทั้งเก้าสิบเก้าจุดที่ถูกปิดตายอย่างดุดัน มันทำหน้าที่ราวกับสิ่วเหล็กกล้าที่กำลังเจาะสลายกำแพงน้ำแข็งอันหนาทึบ
นี่ไม่ใช่การบำเพ็ญเพียรตามวิถีปกติ แต่มันคือการ "ฝืนลิขิต" อย่างแท้จริง!
ในขณะเดียวกัน ที่เรือนรับรองไกลออกไปหลายลี้ ไป๋หลิน นางเซียนผู้เย็นชาแห่งยอดเขาเมฆาหิมะ ซึ่งกำลังนั่งหลับตาทำสมาธิอยู่บนเตียงหยกเย็น สัมผัสได้ถึงความผิดปกติของห้วงมิติ นางลืมตาขึ้นทันที นัยน์ตาสีครามคู่สวยฉายแววประหลาดใจอย่างลึกซึ้ง
ไอปราณอันร้อนแรงสายนั้น... แม้จะอยู่ห่างไกล แต่มันกลับทำให้กระบี่น้ำแข็งข้างกายของนางสั่นระริกด้วยความหวาดกลัว ราวกับมันกำลังก้มหัวคารวะต่อผู้เป็นนายเหนือหัวที่เพิ่งตื่นจากการหลับใหล
"ความรู้สึกนี้... มันคือสิ่งใดกัน?" ไป๋หลินพึมพำเบาๆ น้ำเสียงของนางราบเรียบดั่งสายน้ำนิ่งสนิท ทว่าหัวใจกลับเต้นผิดจังหวะอย่างควบคุมไม่ได้
นางผู้ซึ่งฝึกฝนเคล็ดวิชาใจไร้ลักษณ์มาตลอดชีวิต ไม่เคยรู้สึกถึงความสั่นไหวเช่นนี้มาก่อน ไอปราณที่แผ่ซ่านออกมาจากทิศทางของตระกูลหลินนั้นเต็มไปด้วยกลิ่นอายโบราณกาลอันน่าสะพรึงกลัว มันไม่ใช่พลังของเด็กหนุ่มผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไปอย่างแน่นอน แต่มันคือพลังที่สามารถสั่นคลอนรากฐานของยุทธภพได้ทั้งแผ่นดิน
"หรือว่า... จะมีจอมมารจากแดนลับแลหลุดรอดเข้ามาในดินแดนรกร้างแห่งนี้?" ไป๋หลินคว้าด้ามกระบี่น้ำแข็ง ร่างระหงลุกขึ้นยืนช้าๆ ก่อนจะหายลับไปจากห้องราวกับภูตผี
ตัดกลับมาที่ห้องพักโทรมๆ ของหลินฟาน
ในเวลานี้ ร่างกายของเด็กหนุ่มปกคลุมไปด้วยคราบโลหิตสีดำสนิท ซึ่งขับออกมาจากรูขุมขน มันคือสิ่งสกปรกและพิษร้ายที่สะสมอยู่ในร่างของเจ้าของร่างเดิมมานานปี พลังปราณในร่างสงบลงแล้ว ทว่าความผันผวนรอบตัวกลับยิ่งทวีความเข้มข้นขึ้นจนน่าอึดอัด
หลินฟานลืมตาขึ้น ชั่วพริบตานั้น ประกายแสงสีทองแดงวาบผ่านนัยน์ตาของเขา มวลพลังงานมหาศาลไหลเวียนอยู่ทั่วร่าง เขากำหมัดแน่นจนเกิดเสียงกระดูกลั่นเปรี๊ยะ
*ขอบเขตหลอมรวมลมปราณ ขั้นที่สาม...*
ใช้เวลาเพียงแค่ชั่วก้านธูปเดียว เขาก็สามารถทะลวงขอบเขตที่คนธรรมดาต้องใช้เวลาฝึกฝนอย่างยากลำบากถึงสามปีได้สำเร็จ! ความเร็วระดับนี้หากแพร่งพรายออกไป ย่อมทำให้เหล่าผู้อาวุโสของนิกายใหญ่ๆ ต้องกระอักเลือดด้วยความอิจฉาริษยาอย่างแน่นอน
ทว่า หลินฟานหาได้มีความยินดีปรีดาไม่ เขากลับขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้าเคร่งเครียดขึ้นเล็กน้อย
"ร่างกายนี้อ่อนแอเกินไป... เส้นชีพจรเปราะบางราวกับกิ่งไม้แห้ง หากใช้พลังเกินห้าส่วน เกรงว่าร่างนี้คงแหลกสลายก่อนจะได้ชำระแค้น" เขาวิเคราะห์สถานการณ์ด้วยความสุขุม
ขณะที่หลินฟานกำลังจะโคจรโคจรลมปราณรอบใหม่เพื่อปรับเสถียรภาพของพลังในตันเถียนนั้นเอง ประตูไม้ผุพังของห้องพักก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยฝ่ามืออันทรงพลัง!
โครม!
เศษไม้กระเด็นว่อนไปทั่วบริเวณ พร้อมกับร่างของชายชราในชุดคลุมสีเทาเข้มผู้หนึ่งที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าถมึงทึง แววตาทอประกายอำมหิตและเหยียดหยามอย่างไม่ปิดบัง
"ไอ้สวะหลินฟาน! เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงส่งเสียงดังรบกวนการพักผ่อนของผู้อาวุโสรองเช่นข้า!"
หลินฟานเงยหน้าขึ้นช้าๆ สายตาคมกริบราวกับใบมีดกวาดมองผู้มาเยือน ชายชราผู้นี้คือ 'หลินป้า' ผู้มีอำนาจเป็นรองเพียงแค่ประมุขตระกูล และเป็นหนึ่งในคนที่เคยร่วมมือกับตระกูลสาขาอื่นในการขับไล่บิดาของเขาจนต้องจบชีวิตลงอย่างอนาถ
หลินฟานไม่เอ่ยคำใด เขายังคงนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียง มุมปากหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและจิตสังหารอันเย็นเยียบที่แผ่ซ่านออกไปจนหลินป้าถึงกับชะงักฝีเท้าโดยไม่รู้ตัว
"เจ้า... สายตาของเจ้ามันคืออะไรกัน?" หลินป้าขมวดคิ้วด้วยความรู้สึกประหลาดใจแกแกมหวาดหวั่น เด็กหนุ่มตรงหน้าดูเปลี่ยนไปราวกับคนละคน ไม่มีแววตาหวาดกลัวหรือสั่นเทาเหมือนเช่นเคยอีกต่อไป
หลินฟานค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นยืนช้าๆ ไอปราณสีเพลิงจางๆ ที่ยังคงหลงเหลืออยู่รอบกายสะท้อนกับแสงไฟริบหรี่ในห้อง ราวกับมัจจุราชที่ก้าวออกมาจากขุมนรก
"ข้ากำลังรอเจ้ามาพอดี..." หลินฟานเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าดังก้องกังวานบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "หลินป้า... ถึงเวลาที่พวกเราต้องสะสางบัญชีเลือดเมื่อสิบปีก่อนกันเสียที"
สิ้นเสียงคำกล่าวนั้น บรรยากาศภายในห้องก็พลันเย็นเยียบลงจนถึงขีดสุด ราวกับอุณหภูมิลดลงต่ำกว่าจุดเยือกแข็งในพริบตา และก่อนที่หลินป้าจะทันได้ตั้งตัว ประตูห้องด้านหลังของหลินฟานก็ถูกพังทลายลงอีกครั้งด้วยพลังลมปราณน้ำแข็งอันทรงอำนาจ!
ร่างระหงในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ราวกับเทพธิดาก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหลังเด็กหนุ่ม โดยที่กระบี่น้ำแข็งในมือยังคงเปล่งประกายแสงสีฟ้าเจิดจ้า และเป้าหมายของนาง... หาใช่หลินป้าไม่ แต่กลับเป็นสายตาคู่คมที่กำลังจ้องมองตรงมาที่หลินฟานด้วยความรู้สึกซับซ้อนยากจะหยั่งถึง!
ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในวิถีแห่งเต๋าอันยาวนานนี้ด้วยกันนะครับ
- เพลิงโอสถสวรรค์ -
ดาราสวรรค์ร่วงหล่น กับคนธรรมดาผู้ฝืนลิขิต•ตอนที่ 2
วิถีแห่งเต๋าที่สาบสูญ
ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดาราสวรรค์ร่วงหล่น กับคนธรรมดาผู้ฝืนลิขิต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
