"เซ็นซะ"
กระดาษแผ่นบางถูกผลักข้ามโต๊ะกาแฟราคาถูกในร้านสะดวกซื้อ เสียงกระดาษเสียบสีกับพื้นผิวพลาสติกดังแกรกกราด มันคือใบหย่า... อ้อ ไม่สิทธิ์ ต้องเรียกว่า "ใบประกาศอิสรภาพจากความจน" ต่างหาก เพราะเขากับเธอไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน แค่คบหาดูใจและใช้ชีวิตร่วมกันในห้องเช่ารูหนูมาสามปีเต็ม
วินเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวตรงหน้า รินรดา—ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าจะเป็นคนสุดท้ายในชีวิต เธอยามนี้สวมเสื้อผ้าแบรนด์เนมที่เขาไม่มีปัญญาแม้แต่จะชายตามอง กระเป๋าถือชาแนลรุ่นล่าสุดวางอยู่บนตัก ท่าทางของเธอเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงจากสาวออฟฟิศหน้าตาเหนื่อยล้าในอดีต กลายเป็นคุณหนูผู้สูงส่งที่กำลังมองสิ่งปฏิกูลบนพื้น
"เราเลิกกันเถอะวิน" เสียงหวานนั้นราบเรียบ ไร้ซึ่งเยื่อใย "คุณให้สิ่งที่ฉันต้องการไม่ได้ ชีวิตแบบนี้... ฉันอยู่ต่อไม่ไหวแล้ว สามปีที่ผ่านมา ฉันอดทนมากพอแล้วนะ"
วินไม่โกรธ เขาแค่หัวسในลำคอเบาๆ "อ้อ ที่ผ่านมาลำบากคุณแย่เลยสินะครับ ที่ต้องทนกินข้าวแกงถุงละสี่สิบบาทกับผม"
"รู้ตัวก็ดี!" เสียงทุ้มหรูหราดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลัง ชายหนุ่มในชุดสูทตัดเย็บพิเศษปักตราโลโก้รถสปอร์ตหรูเดินเข้ามาโอบไหล่รินรดาอย่างถือสิทธิ์ กวินทร์ ทายาทมหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของเมืองหลวง เขายิ้มเยาะด้วยสายตารังเกียจ "อย่าไปถือสาคนจนที่ไม่มีอนาคตเลยริน เขาเกิดมาเพื่อเป็นฐานพีระมิดให้คนอย่างพวกเราเหยียบย่ำอยู่แล้ว วิน แกควรจะขอบคุณรินด้วยซ้ำที่เธอทิ้งแกไป ไม่งั้นชาตินี้แกก็คงไม่มีปัญญาแม้แต่จะซื้อเศษขนมกิน"
รินรดาหลบสายตาเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธความใกล้ชิดนั้น เธอเชิดหน้าขึ้นราวกับจะบอกว่านี่คือการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดในชีวิต
วินลอบถอนหายใจยาวนาน เขามองหน้าอดีตคนรักด้วยแววตานิ่ง3งัน ไม่มีความโกรธเกรี้ยว มีเพียงความเวทนา... และความรำคาญใจอย่างที่สุด
รำคาญจริงๆ ครับ ชีวิตของเขาอุตส่าห์สงบสุขดีแท้ๆ ทำไมต้องมาเจอตัวละครน่ารำคาญพวกนี้ในวันที่อากาศกำลังดีด้วยก็ไม่รู้
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงจักรกลประหลาดก็ดังขึ้นในหัวของวิน
[ติ๊ง! ตรวจพบความกดดันขั้นขีดสุดจาก 'พวกเหลือขอสังคม' ระบบ 'เศรษฐีรำคาญเงิน' ทำการปลดล็อกสมบูรณ์แบบ!]
[ยินดีด้วยท่านวิน ท่านได้รับการจัดสรรทรัพย์สินเริ่มต้น: เงินสดในบัญชีธนาคาร 10,000,000,000 บาท (สพอร์ตไลท์ส่องสว่าง, ไม่มีที่มาที่ไป ถูกกฎหมาย 100%)]
[ภารกิจฉุกเฉิน: จงใช้เงินตบหน้าพวกมันให้สำนึกว่า 'ความจน' มันน่ารำคาญแค่ไหน หากใช้เงินไม่หมดภายใน 1 ชั่วโมง ระบบจะริบทรัพย์สินและส่งท่านไปเป็นภารโรง!]
วินกะพริบตาปริบๆ สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว หมื่นล้าน? เงินสด? แถมมีเวลาแค่หนึ่งชั่วโมง?
ให้ตายเถอะ... นี่มันเรื่องตลกอะไรกันเนี่ย เขาแค่อยากจะกินกาแฟเงียบๆ แท้ๆ ทำไมต้องมาภาระเรื่องเงินกองโตจนรกกระเป๋าเพิ่มขึ้นมาอีก
กวินทร์เห็นวินเงียบไปก็นึกว่าอีกฝ่ายกำลังช็อกจนพูดไม่ออก จึงหัวเราะลั่นร้าน "ฮ่าๆๆๆ ดูหน้ามันสิ คงช็อกจนสมองพังไปแล้วมั้ง ริน ผมบอกแล้วว่าคนระดับเราคุยกับคนชั้นต่ำมันเสียเวลา ไปกันเถอะ ไปฉลองกันที่โรงแรมหรูดีกว่า ปล่อยให้ไอ้ขี้แพ้นี่นั่งจมปลักกับความจนต่อไปเถอะ"
รินรดาพยักหน้ารับเบาๆ เธอหยิบกระเป๋าขึ้นสะพายเตรียมลุกขึ้นเดินจากไป โดยไม่แม้แต่จะชายตากลับมามองคนที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา
แต่วินกลับยกมือขึ้นขวางไว้
"เดี๋ยวก่อนสิครับ จะรีบไปไหนกันล่ะ" วินยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้กวินทร์รู้สึกหนสันหลังวาบอย่างประหลาด
"อะไรอีกวะไอ้กระจอก แกจะร้องไห้ขอร้องให้รินอยู่ต่อรึไง น่าสมเพชสิ้นดี!" กวินทร์แสยะยิ้ม
วินไม่ได้สนใจเสียงเห่าหอนของลูกเศรษฐีสมองกลวง เขานำมือล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตเก่าๆ ควานหาโทรศัพท์มือถือราคาถูกหน้าจอแตก เปิดแอปพลิเคชันธนาคารขึ้นมา
หน้าจอแสดงยอดเงินคงเหลือ...
*10,000,000,000.00 บาท*
วินถอนหายใจเฮือกใหญ่ สีหน้าบ่งบอกถึงความเบื่อหน่ายอย่างชัดเจน "เฮ้อ... มีเงินเยอะเกินไปนี่มันเป็นภาระทางจิตใจจริงๆ นะครับเนี่ย เงินหมื่นล้านเนี่ย จะเอาไปถมที่ตรงไหนหมด ช่างน่ารำคาญเสียจริง"
กวินทร์และรินรดาชะงัก หัวเราะพรืดออกมาพร้อมกัน รินรดาส่ายหัวด้วยความสมเพช "วิน คุณเพ้อเจ้ออะไรเนี่ย บ้าไปแล้วเหรอ ถึงกับต้องกุเรื่องมโนว่าตัวเองมีเงินหมื่นล้านเพื่อรักษาศักดิ์ศรีปลอมๆ ของตัวเองเนี่ยนะ น่าสมเพชที่สุด!"
"นั่นสิ มึงบ้าหรือเปล่าไอ้วิน!" กวินทร์หัวเราะจนน้ำตาเล็ด "ถ้ามึงมีหมื่นล้านจริง กูยอมกินขี้โชว์กลางร้านสะดวกซื้อนี่เลยเอ้า!"
วินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับด้วยความสนุกสนาน เขาไม่ได้ตอบโต้ด้วยวาจา แต่กลับกดโทรศัพท์โทรหาผู้จัดการสาขาธนาคารระดับประเทศทันที
"สวัสดีครับ ผมวินนะ... พอดีผมรู้สึกรำคาญลูกตา ยอดเงินในบัญชีมันรกหูรกตามาก ช่วยโอนเงินเข้าบัญชีสาธารณะของร้านสะดวกซื้อสาขานี้ สักห้าสิบล้านบาท เป็นค่าทำความสะอาดพื้นหน่อยสิครับ... อ๋อ ไม่ต้องถามมาก จัดการให้เสร็จภายในสามวินาที ไม่งั้นผมจะถอนเงินออกให้หมดธนาคารพวกคุณซะ"
ตู๊ด... วินตัดสายทันที
กวินทร์และรินรดายืนอ้าปากค้าง ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่นร้าน "ฮ่าๆๆๆๆๆๆ! โคตรตลกเลยวะ! โทรศัพท์พังๆ แบบนั้นโทรหาใครวะ? ธนาคารเหรอ? ฮ่าๆๆๆ มึงนี่มันตัวตลกประจำปีจริงๆ!"
ทว่า ในวินาทีต่อมา เสียงแจ้งเตือนจากระบบเสียงตามสายของร้านสะดวกซื้อและโทรศัพท์มือถือของพนักงานแคชเชียร์ก็ดังขึ้นพร้อมกันอย่างกึกก้อง
*ติ๊ง!*
*มียอดเงินโอนเข้าบัญชีสาธารณะ จำนวน 50,000,000.00 บาท จากท่านวิน*
พนักงานแคชเชียร์หน้าซีดเผือด มือไม้สั่นเทาจนทำเครื่องสแกนร่วงหล่นลงพื้น รินรดาหุบยิ้มทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง ส่วนกวินทร์... รอยยิ้มเยาะบนใบหน้าแข็งค้าง ราวกับถูกสายฟ้าฟาดผ่ากลางวันแสกๆ
วินเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋า เดินเข้าไปใกล้กวินทร์ที่กำลังยืนตัวสั่นเป็นเจ้าเข้า ก่อนจะตบไหล่อีกฝ่ายเบาๆ สองทีด้วยความสุภาพ
"คุณกวินทร์ครับ ไหนๆ เมื่อกี้คุณก็พูดเองแล้วนี่นา..."
วินยิ้มกว้าง ดวงตาคู่นั้นพราวระยับด้วยความสะใจขั้นสุด
"คำพูดเป็นนายนะครับ... เชิญรับประทานอาหารตามที่คุณสัญญาไว้ได้เลยนะครับ ผมใจดี สั่งอาหารพิเศษให้คุณเรียบร้อยแล้ว!"
[คลิฟฮังเกอร์: ทันใดนั้น เสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำยักษ์นับสิบลำก็บินแหวกนภามาจอดสนิทบนดาดฟ้าตึก พร้อมกับกลุ่มบอดี้การ์ดแต่งชุดสูทดำนับร้อยคนที่วิ่งกรูเข้ามาคุกเข่าตะโกนเรียกชื่อวินเสียงดังลั่นพร้อมเพรียงกัน...!]
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนแรกด้วยความสนุกสนานนี้นะครับ
ขอโทษทีครับ พอดีผมมีเงินล้นกระเป๋าจนรำคาญ•ตอนที่ 1
ถูกบอกเลิกเพราะจน เลยโดนระบบสั่งสอน
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษทีครับ พอดีผมมีเงินล้นกระเป๋าจนรำคาญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!