กลิ่นอับชื้นของอิฐมอญโบราณผสมผสานกับกลิ่นฉุนของฝุ่นคอนกรีตคละคลุ้งไปทั่วบริเวณชั้นใต้ดินของอาคารเก่าแก่ รินรดายืนนิ่งอยู่หลังเสาเข็มต้นใหญ่ ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นใสจดจ้องร่างสูงโปรดของธาม วิศวกรหนุ่มที่เธอกำลังร่วมงานด้วยอย่างไม่วางตา เขากำลังยืนอยู่หน้าแนวผนังรับน้ำหนักที่มีรอยร้าวเฉียงเป็นเส้นตรงราวกับสายฟ้าฟาด—รอยร้าวที่บ่งบอกถึงความวิกฤตของโครงสร้าง แต่น่าแปลกที่ในมือของเขากลับถือค้อนปอนด์ด้ามเหล็กแทนที่จะเป็นแท็บเล็ตแสดงผลการวิเคราะห์
"คุณกำลังจะทำอะไรครับ, คุณธาม"
เสียงของรินรดาดังแทรกความเงียบขึ้นมา ทุ้มต่ำแต่มั่นคงพอที่จะทำให้ชายหนุ่มชะงักมือที่กำลังเงื้อขึ้น ธามค่อยๆ ลดค้อนลง หันกลับมามองเธอด้วยแววตาเรียบนิ่งไร้ระลอกคลื่น ราวกับคาดไว้อยู่แล้วว่าเธอต้องตามลงมาถึงที่นี่
"สิ่งที่วิศวกรทุกคนควรทำเมื่อโครงสร้างมันหมดอายุขัยครับ... รื้อถอนมันเสีย เพื่อไม่ให้มันพังลงมาทับใครเข้าอีก" ธามตอบเสียงเรียบ น้ำเสียงของเขามีความเย็นชาที่ผ่านการคำนวณมาอย่างดี เช่นเดียวกับตัวเลขบนกระดาษคำนวณสถิติกรรมโครงสร้างที่เขาเชื่อมั่น
"แต่ตึกหลังนี้คือประวัติศาสตร์ มันคือร่องรอยเดียวที่บอกว่าที่นี่เคยมีชีวิต" รินรดาก้าวเท้าเข้าไปใกล้ทีละน้อย ส้นรองเท้าคัทชูของเธอเหยียบลงบนเศษปูนที่หลุดร่วง ส่งเสียงกรอบแกรบในความสลัว "คุณมองเห็นแค่อายุขัยของปูนกับเหล็ก แต่คุณมองไม่เห็นเรื่องราวที่ถูกฝังอยู่ใต้พื้นคอนกรีตพวกนี้เลยสินะครับ... อ้อ ขอโทษที ผมหมายถึง 'คุณ'"
เธอเผลอใช้น้ำเสียงประชดประชันออกไปโดยไม่รู้ตัว ธามเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก—รอยยิ้มที่ไม่ได้สื่อถึงความขบขัน หากแต่เป็นการเย้ยหยันความอ่อนแอของมนุษย์ที่ยึดติดกับอดีต
"ประวัติศาสตร์กินไม่ได้หรอกครับ คุณรินรดา" ธามก้าวเข้าไปใกล้เธอเช่นกัน ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนเหลือเพียงก้าวเดียว กลิ่นบุหรี่จางๆ เจือปนกับกลิ่นกายสะอาดของผู้ชายคนนี้ลอยเข้าจมูก "ความทรงจำของคุณไม่ได้ช่วยค้ำจุนคานคอนกรีตเสริมเหล็กที่กำลังรับน้ำหนักแปดชั้นข้างบนนี้ แรงโน้มถ่วงไม่สนใจหว่านล้อมด้วยความอาลัยอาวรณ์ มันดึงทุกอย่างลงสู่พื้นดินเหมือนกันหมด... ไม่เว้นแม้แต่บ้านเก่าของคุณที่ถูกทุบCทิ้งไปเมื่อห้าปีก่อน"
คำพูดนั้นพุ่งเข้าชนกลางใจของรินรดาอย่างจัง เปลือกตาของเธอไหววูบไปชั่วขณะ ปมในใจที่เธอพยายามซ่อนไว้ภายใต้มาตรMฐานทางวิชาชีพและการอนุรักษ์ ถูกเขาขุดขึ้นมาใช้เป็นเครื่องมือต่อรองอย่างเลือดเย็น
"คุณไม่มีสิทธิ์เอาเรื่องนั้นมาพูด" เธอกัดริมฝีปากแน่น ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธ
"ผมไม่ได้เอามาพูดเล่นๆ ครับ ผมแค่กำลังเตือนสติว่า... สิ่งที่พังไปแล้ว ก็ควรปล่อยให้มันพังไป การพยายามยื้อโครงสร้างที่ผุกร่อน มีแต่จะทำให้คนที่พยายามปกป้องมันถูกทับตายไปด้วย" ธามโน้มตัวลงมาเล็กน้อย สายตาของเขาคมกริบราวกับใบมีดที่กรีดผ่านชั้นป้องกันความรู้สึกของเธอ "เช่นเดียวกับที่คุณกำลังดื้อดึงจะรักษาตึกนี้ไว้ ทั้งๆ ที่ใต้ฐานรากของมัน... กำลังทรุดตัวลงทุกวินาที"
รินรดาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน เธอเป็นสถาปนิกที่ต้องใช้เหตุผล ไม่ใช่อารมณ์ แต่วิธีการพูดของธามมักจะดึงด้านที่เปราะบางที่สุดของเธอออกมาท้าทายอยู่เสมอ
"ถ้าฐานรากมันทรุดจริง อย่างน้อยเราก็ต้องหาทางซ่อมแซมและเสริมกำลัง ไม่ใช่ถือค้อนมาทุบทำลายมันตามอำเภอใจแบบที่คุณกำลังทำ!" เธอก้าวเลี่ยงเขาไปยืนขวางหน้าแนวผนังร้าว พร้อมกับใช้มือแตะลงบนพื้นผิวปูนเย็นเฉียบ "ถ้าคุณจะทุบตึกนี้ คุณต้องผ่านร่างผมไปก่อน"
ธามมองท่าทางดื้อรั้นนั้นด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา ในความรู้สึกของเขา รินรดาช่างเปราะบางและดื้อรั้นในเวลาเดียวกัน ราวกับกระจกเงาที่สะท้อนความผิดพลาดในอดีตของเขาเอง—อดีตที่เขาเคยคำนวณพลาดจนทำให้ตึกถล่มและคร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์ไป
เขากำด้ามค้อนในมือแน่นขึ้น กำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่างเพื่อตัดบทความดื้อรั้นของเธอ แต่ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำนั้นจะได้เอื้อnนเอ่ย...
*ครืน... แกร๊ก!*
เสียงแปลกประหลาดดังขึ้นจากเพดานเหนือศีรษะ ตามด้วยเสียงโลหะบิดตัวลั่นเอี๊ยดอาร์ดอย่างรุนแรง ฝุ่นผงปริมาณมหาศาลร่วงหล่นลงมาจากรอยต่อของคานคอนกรีตราวกับหิมะสีเทา
ธามเบิกตากว้าง สัญชาตญาณความเป็นวิศวกรทำงานเร็วกว่าความคิด เขาพุ่งตัวเข้าไปคว้าเอวบางของรินรดากระชากหลบจากจุดยืนเดิมในเสี้ยววินาที
*โครม!*
ก้อนคอนกรีตขนาดใหญ่เท่าโต๊ะทำงานหล่นลงมากระแทกพื้นตรงจุดที่รินรดายืนอยู่เมื่อครู่เสียงดังสนั่นหวั่นไหว แรงกระแทกส่งผลให้พื้นห้องสั่นสะเทือน ฝุ่นตลบอบอวลจนมองไม่เห็นแม้แต่ปลายนิ้วมือ ทั้งคู่วิ่งล้มกลิ้งไปกระแทกกับเสาเข็มอีกต้นอย่างแรง
ความเงียบงันกลับมาเยือนอีกครั้ง ท่ามกลางกลุ่มควันและฝุ่นหนาทึบ รินรดานอนหอบหายใจถี่กระชั้นอยู่บนพื้น โดยมีร่างหนาของธามทาบทับปกป้องเธอไว้อีกชั้น มือข้างหนึ่งของเขาค้ำยันพื้นปูนไว้แน่นเพื่อไม่ให้ทับน้ำหนักลงบนตัวเธอ ขณะที่ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงไม่กี่คืบ จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่ข้างแก้ม
"คุณ... บ้าหรือเปล่า" รินรดาเอ่ยเสียงสั่นด้วยความตกใจ ปนความตื่นตระหนกที่ยังไม่จางหาย
ธามไม่ได้ตอบทันที เขากวาดสายตามองผ่านความมืดและฝุ่นควันไปยังซากคอนกรีตที่เพิ่งร่วงหล่นลงมา ก่อนที่ดวงตาคู่คมจะหันกลับมาสบกับดวงตาของเธอที่สะท้อนภาพเขาอยู่ในนั้น
"ผมบอกคุณแล้ว..." เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาข้างใบหูของเธอ ใกล้ชิดจนน่าใจหาย "ว่าตึกนี้มันรอเวลาพัง... แต่ดูเหมือนว่า นอกจากโครงสร้างข้างบนจะแย่แล้ว พื้นดินที่เรายืนอยู่ตอนนี้... มันกำลังเปิดทางให้เราลงไปเจอ 'ความลับ' ที่ถูกฝังไว้ข้างล่างจริงๆเสียที"
พูดจบ ธามก็เหลือบสายตาลงมองที่รอยแยกของพื้นที่เพิ่งปริแตกออกจากการพ่นทับของแรงกระแทก เผยให้เห็นช่องว่างมืดสนิทเบื้องล่าง—และประกายสะท้อนของวัตถุโลหะบางอย่างที่ฝังอยู่ใต้ดินลึก ซึ่งไม่ควรจะอยู่ที่นั่นตั้งแต่แรก!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านรอยร้าวของความจริงไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
สถาปนิกไร้เงา กับวิศวกรผู้ลบหลู่แรงโน้มถ่วง•ตอนที่ 3
ความลับใต้ฐานราก
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้เงา กับวิศวกรผู้ลบหลู่แรงโน้มถ่วง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
