รสชาติของความตายนั้นมิใช่ความว่างเปล่า... หากแต่เป็นความขมปร่าของสารหนูที่แผดเผาหลอดลม ราวกับมีคมมีดนับพันเล่มกรีดแทะเนื้อหนังจากภายใน
ไป๋จูหลานยังคงจำสัมผัสสุดท้ายแห่งลมหายใจรวยรินบนเตียงมังกรอันเย็นเยียบได้แม่นยำ จำแววตาสสมเพชเวทนาขององค์รัชทายาทเซียวเหวินผู้เป็นสวามี และรอยยิ้มเย้ยหยันของน้องสาวต่างมารดาอย่างไป๋ฮวาซือ ผู้สวมชุดคลุมหงส์ทองที่ควรเป็นของนาง เหยียบย่ำศักดิ์ศรีของตระกูลไป๋จนจมดิน ก่อนที่นางจะถูกกรอกยาพิษสังหารอย่างไร้ความปรานี
*หากสวรรค์มีตา เหตุใดจึงปล่อยให้คนชั่วลอยนวล เหตุใดจึงปล่อยให้ข้าต้องตายอย่างอนาถเช่นนั้น!*
"คุณหนูรอง... คุณหนูรองเจ้าคะ ได้สติเถอะเจ้าค่ะ อย่าทำให้บ่าวตกใจกลัวเลยนะเจ้าคะ!"
เสียงร้องไห้ระงมของ 'ชุนฮวา' สาวรับใช้คนสนิทดังแว่วเข้ามาในโสตประสาท รบกวนความเงียบงันแห่งปรโลกที่นางควรจะได้พักผ่อน
ไป๋จูหลานขมวดคิ้วมุ่น ความเจ็บปวดที่ลำคอหายไปแล้ว แทนที่ด้วยความรู้สึกอึดอัดแน่นหน้าอก กลิ่นอายอันคุ้นเคยของเครื่องหอมกลิ่นดอกเหมยและกลิ่นอายอับชื้นของเรือนพักเก่าคร่ำคร่าลอยเข้าจมูก ภาพตรงหน้าค่อยๆ ปรับโฟกัสจากความมืดมิดกลายเป็นม่านมุ้งผ้าแพรสีซีด คานไม้แกะสลักลวดลายดอกไม้ที่บิดเบี้ยวตามกาลเวลา และโต๊ะเครื่องแป้งทองเหลืองขึ้นสนิมเขียวเล็กน้อย
นี่มิใช่ตำหนักเย็นอันหนาเหน็บในวังหลวง...
ไป๋จูหลานกวาดสายตาคมปลาบมองมือเรียวบางของตนเอง มือคู่นี้ปราศจากรอยแผลเป็นจากการถูกทรมาน ผิวเนียนละเอียดดึงดูดสายตา ราวกับเด็กสาววัยสิบห้าปีที่ยังไม่เคยแปดเปื้อนคราบเลือดแห่งการแย่งชิงอำนาจ
นางรีบพลิกกายลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว หัวใจเต้นระรัวดั่งกลองศึก สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องอย่างพิจารณา ปฏิทินแขวนผนังและป้ายหยกประจำตัวที่วางอยู่บนโต๊ะตอกย้ำความจริงอันน่าตกตะลึง
ปีต้าเฉิงที่ยี่สิบห้า... ช่วงเวลาสามปีก่อนที่นางจะตบเท้าก้าวเข้าสู่วังวนแห่งการแต่งงานอันเป็นหายนะ!
*ข้า... ย้อนเวลากลับมาแล้วอย่างนั้นหรือ?*
รอยยิ้มเยือกเย็นผุดขึ้นที่มุมปากของสตรีผู้ผ่านความตายมาแล้วครั้งหนึ่ง ดวงตาดอกท้อคู่สวยฉายแวววาวโรจน์ด้วยเพลิงแห่งการแก้แค้น ในเมื่อสวรรค์เมตตาประทานชีวิตใหม่ให้ นางจะไม่ยอมเป็นหมากให้ผู้ใดเหยียบย่ำอีกต่อไป ใครก็ตามที่เคยชิมเลือดเนื้อของนางในชาติก่อน ชาตินี้... นางจะทวงคืนมันเป็นร้อยเท่าพันทวี!
"คุณหนู... ท่านฟื้นแล้วจริงๆ ด้วย ข้าจะไปตามท่านหมอ..." ชุนฮวาละล่ำละลักด้วยความดีใจ น้ำตาคลอเบ้า
"ไม่ต้อง" ไป๋จูหลานเอ่ยขัดขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงอำนาจอย่างประหลาด จนสาวรับใช้ตัวน้อยชะงักงันไปชั่วขณะ นางก้าวลงจากเตียง สัมผัสแรกจากพื้นไม้เย็นเฉียบส่งตรงถึงขั้วหัวใจ "ข้าไม่ได้เป็นอะไร แค่ฝันร้ายไปเท่านั้น"
ทว่า ก่อนที่นางจะได้ไตร่ตรองถึงหมากตานต่อไป เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเสียงเอะอะโวยวายก็ดังขึ้นที่หน้าประตูเรือนเสียก่อน
*ปัง!*
ประตูไม้เก่าถูกถีบเปิดออกอย่างไร้ความเกรงใจ ร่างระหงของไป๋ฮวาซือในชุดผ้าไหมปักลายดอกโบตั๋นสีชมพูสดใส ก้าวเข้ามาด้วยท่าทีเย่อหยิ่ง ใบหน้างดงามที่ดูอ่อนหวานราวกับบุปผาแรกแย้ม แต่แววตากลับซ่อนความอิจฉาริษยาและประกายความสะใจเอาไว้อย่างมิดชิด ด้านหลังมีสาวใช้ถือสำรับยาเดินตามเข้ามาติดๆ
"โอ้ พี่หญิงรอง เหตุใดท่านจึงนอนซมอยู่แต่ในห้องเล่าเจ้าคะ?" เสียงหวานหยดเอ่ยเยาะเย้ย "วันนี้เป็นวันคัดเลือกคุณหนูตระกูลสูงส่งเพื่อเข้าไปถวายงานในจวนองค์รัชทายาทเชียวนะเจ้าคะ ท่านพ่อกำลังรอท่านอยู่ที่ห้องโถงใหญ่ หากท่านยังทำตัวเกียจคร้านเช่นนี้ เกรงว่าตระกูลไป๋ของเราคงต้องอับอายขายขี้หน้าชาวเมืองหลวงแย่แล้ว!"
ไป๋จูหลานปรายตามองน้องสาวต่างมารดาผู้เสแสร้งแสดงละครตบตา นางจำรอยยิ้มนี้ได้แม่นยำ... รอยยิ้มเดียวกับวันที่ไป๋ฮวาซือแอบใส่ยาพิษลงในสำรับอาหารของนางเมื่อสามปีก่อน เพื่อให้นางพลาดโอกาสสำคัญ และสับPเปลี่ยนตัวนางกับหญิงรับใช้เพื่อทำลายชื่อเสียง!
ในอดีต นางผู้โง่เขลาคงจะลนลานร้องไห้ขอความเห็นใจจากบิดาและน้องสาวผู้นี้ไปแล้ว
แต่วันนี้... ไป๋จูหลานเพียงแค่ยกยิ้มมุมปาก ช้าๆ ทว่าเยือกเย็นจนคนมองรู้สึกสันหลังวาบ ร่างบางก้าวเดินเข้าไปหาไป๋ฮวาซือทีละก้าวอย่างสง่างาม ราวกับพญาหงส์ที่กำลังกางปีกแผ่ไอสังหารโดยไม่ต้องเปล่งเสียง
"เจ้าว่าอย่างไรนะ... น้องหญิงสาม?" ไป๋จูหลานเอ่ยเสียงพร่า ทว่าแฝงความกดดันมหาศาล "เจ้ากลัวว่าตระกูลไป๋จะอับอาย หรือว่าเจ้า... ร้อนรนอยากจะสวมรอยแทนข้ากันแน่?"
ไป๋ฮวาซือชะงักไปชั่วขณะ รู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่างในตัวพี่สาวผู้เคยอ่อนแอ นางเม้มริมฝีปากแน่นอย่างไม่พอใจที่อีกฝ่ายไม่ยอมตกหลุมพรางทางอารมณ์เช่นเคย ก่อนจะสะบัดหน้าส่งสัญญาณให้สาวใช้ยกถ้วยยาในมือเข้ามาใกล้
"พี่หญิงพูดจาเหลวไหลอันใดกัน เจ้าค่ะ! นี่คือยาบำรุงที่ท่านพ่อเมตตาให้บ่าวต้มมาให้ท่านดื่มเพื่อเรียกสติ ท่านรีบดื่มเสียเถอะ... มิฉะนั้น หากท่านพ่อมาเห็นเข้า ท่านคงไม่แคล้วถูกลงโทษฐานไม่รักดีอีกเป็นแน่"
ไป๋ฮวาซือยื่นถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวลายครามเข้ามาจ่อตรงหน้าไป๋จูหลาน กลิ่นฉุนแปลกประหลาดโชยออกมาจากของเหลวสีดำสนิทภายในถ้วย... กลิ่นอายของยาพิษชนิดเดียวกับที่คร่าชีวิตนางในความฝันอันยาวนาน
ไป๋จูหลานก้มลงมองถ้วยยาในมือของน้องสาว รอยยิ้มลึกล้ำประดับอยู่บนเรียวปากงาม นางค่อยๆ ยื่นมือเรียวขาวดั่งหยกไปรับถ้วยใบนั้นมาถือไว้ ปลายนิ้วสัมผัสกับผิวเซรามิกที่ยังหลงเหลือไอความร้อนจางๆ
บรรยากาศภายในห้องเงียบงันลงทันตาเห็น ชุนฮวายืนตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว ขณะที่ไป๋ฮวาซียืนลอบยิ้มด้วยความสมเพชอยู่ในใจ รอคอยเวลาที่พี่สาวโง่เขลานี้จะดื่มมันลงไป
ไป๋จูหลานเงยหน้าขึ้นสบตาบิดเบือนของน้องสาวต่างมารดา แววตาดอกท้อคู่สวยฉายประกายอำมหิตระaยิบระยับ นางยกถ้วยยาขึ้นจ่อริมฝีปาก ก่อนจะชะงักฝีปากไว้เพียงนิด แล้วเอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่ได้ยินกันเพียงสองคน
"ยานี้... รสชาติดีไม่เปลี่ยนเลยนะเจ้าคะ... น้องสาว"
ขอบคุณสำหรับการติดตามค่ะ หวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะร่วมเดินทางพลิกชะตากรรมไปกับไป๋จูหลานในตอนต่อไปนะคะ!
สลักหงส์เคียงบัลลังก์โลหิต•ตอนที่ 1
หวนคืนสวรรค์หรือขุมนรก
ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สลักหงส์เคียงบัลลังก์โลหิต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
