กลิ่นอายของความอัปยศยังคงคละคลุ้งอยู่บนปลายนิ้ว เรียวเล็บที่เคยได้รับการปรนนิบัติอย่างประณีตบัดนี้มีคราบเขม่าสีดำและรอยแผลพุพองจากการลวกของน้ำตาลเคี่ยว ร่างกายที่เคยสวมชุดกระโปรงซาตินปักดิ้นทองหนักอึ้ง บัดนี้ถูกห่อหุ้มด้วยผ้าลินินเนื้อหยาบกระด้างที่เสียดสีผิวเนื้อจนแสบแปลบ
เอเลน่า วาเลนไทน์ ลืมตาโพลงท่ามกลางความมืดมิดของห้องใต้หลังคาแคบๆ กลิ่นอับชื้นของฝุ่นผงและกลิ่นหืนของน้ำมันตะเกียงเก่าๆ กระแทกเข้าจมูกจนเธอต้องสำลักออกมาเสียงดัง
ภาพสุดท้ายที่เธอจำได้ก่อนจะหมดสติไปในค่ำคืนแห่งการเนรเทศ... คือเสียงหัวเราะเยาะหยันขององค์ชายลูคัสและใบหน้าอันเสแสร้งน่าสมเพชของน้องสาวต่างแม่ผู้แสนดีอย่าง ‘ไอรีน’ ที่ก้าวเหยียบชายกระโปรงของเธอให้ล้มลงต่อหน้าแขกเหรื่อหลายร้อยชีวิตในงานเลี้ยงฉลองวันคล้ายวันประสูติ
*“สตรีที่แม้แต่ขนมเค้กในงานวันเกิดยังทำออกมาได้รสชาติเหมือนโคลนตม ไร้ซึ่งความสง่างามและไร้ประโยชน์เช่นเธอ สมควรแล้วที่จะถูกขับไล่ออกจากตระกูลวาเลนไทน์!”*
เสียงประกาศิตอันเย็นชาของบิดาบังเกิดเกล้ายังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท มันไม่ใช่เสียงของความโศกเศร้า แต่เป็นเสียงเพรียกหาการล้างแค้นที่กำลังเดือดพล่านอยู่ใต้ผิวหนังของเธอ เอเลน่าแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ริมฝีปากแห้งผากจนปริแตกมีเลือดซึมออกมาเล็กน้อย
ทว่า... นี่ไม่ใช่ร่างของเอเลน่า หญิงสาวผู้เอาแต่ใจและโง่เขลาคนเดิมอีกต่อไปแล้ว
ในเสี้ยววินาทีที่ความทรงจำของชาติภพก่อนหลั่งไหลเข้ามาบรรจบกับความทรงจำของร่างนี้ เอเลน่าคนใหม่ก็ลืมตาขึ้นด้วยแววตาที่คมกริบดุจใบมีดโกนที่ซ่อนอยู่ภายใต้แพขนตางอนงาม เธอมันคือเชฟขนมหวานระดับตำนานผู้กุมสถิติยอดขายอันดับหนึ่งติดต่อกันห้าปีซ้อนในโลกยุคปัจจุบัน ผู้หญิงที่สามารถเนรมิตน้ำตาลก้อนเดียวให้กลายเป็นอาณาจักรธุรกิจมูลค่าหมื่นล้านได้ด้วยสมองและสองมือ... จะมาตกอับตายอนาถในกระท่อมร้างท้ายอาณาจักรเช่นนี้ได้อย่างไรกันคะ?
“หึ... ขับไล่ฉันงั้นเหรอคะ? ช่างเป็นการตัดสินใจที่โง่เง่าที่สุดในชีวิตของพวกคุณเลยล่ะค่ะ”
เอเลน่าพยุงร่างอันสะินสะท้านของตนเองลุกขึ้นยืน ท่ามกลางความมืดที่โรยตัวลงมา เธอกวาดสายตาสำรวจรอบห้องใต้หลังคาอย่างรวดเร็ว มีเพียงเตียงไม้เก่าๆ โต๊ะทำงานโยกเยกตัวหนึ่ง และเตาผิงขนาดเล็กที่ดับสนิท ไม่มีแม้แต่อาหารแห้งสักชิ้น ไม่มีเงินติดตัวแม้แต่เหรียญทองแดงเดียว
ตระกูลวาเลนไทน์ตั้งใจจะให้เธอ ‘อดอยากตาย’ ไปอย่างเงียบๆ เพื่อไม่ให้เสื่อมเสียชื่อเสียงของวงศ์ตระกูล แต่น่าเสียดาย... ที่ความตายไม่ใช่ทางเลือกของคนอย่างเอเลน่า วาเลนไทน์ค่ะ
เสียงท้องร้องโกรกกรากดังขึ้นประท้วงความหิวโหย แต่สมองของเธอกลับทำงานด้วยความเร็วสูงยิ่งกว่าเครื่องจักร เธอก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้โต๊ะไม้เก่าๆ ที่มีเศษแป้งสาลีขึ้นราหลงเหลืออยู่ก้นถุงกระดาษ และขวดโหลใส่ผลไม้หมักที่ส่งกลิ่นเปรี้ยวอมหวานจางๆ
มือเรียวยาวที่เคยจับแต่แปรงแต่งหน้าและมีดปาดครีมราคาแพง เอื้อมไปหยิบขวดโหลนั้นขึ้นมาเปิด สัญชาตญาณเชฟระดับโลกตื่นตัวขึ้นทันที ดวงตาคู่สวยเปล่งประกายระยิบระยับในความมืด
“ในเมื่อพวกมันถีบฉันลงมาในนรกแห่งความยากจน... ฉันนี่แหละค่ะ จะใช้เศษขยะเหล่านี้สร้างอาณาจักรขนมหวานที่จะมากวาดล้างตระกูลวาเลนไทน์ให้ราบคาบจนไม่เหลือแม้แต่ซาก!”
ย่างก้าวแรกที่เธอตัดสินใจเดินไปที่หน้าต่างเพื่อรับลมยามค่ำคืน ทันใดนั้นเอง... แสงไฟสีทองสว่างวาบขึ้นในอากาศราวกับปาฏิหาริย์ หน้าต่างใสไร้รอยต่อปรากฏขึ้นตรงหน้า พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่ดังก้องอยู่ในหัวของเธอราวกับระบบนำทางแห่งโชคชะตา
*[ระบบสร้างอาณาจักรขนมหวานระดับตำนาน ทำการเชื่อมต่อสำเร็จ]*
*[ภารกิจแรก: สร้างสรรค์เมนูสูตรลับชิ้นแรกภายในเวลาพระอาทิตย์ขึ้น เพื่อปลดล็อกเงินทุนเริ่มต้นจำนวน 10,000,000 เหรียญทอง]*
เอเลน่ายกย่องมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มพึงพอใจ รอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มแต่กลับแฝงไปด้วยความเยือกเย็นจนน่าขนลุก
ทว่า ในขณะที่เธอกำลังจะลงมือหยิบจับแป้งสาลีขึ้นมานั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังขึ้นที่บริเวณหน้าประตูกระท่อมร้าง เสียงเหล็กกระทบกันบ่งบอกถึงการมาเยือนของกลุ่มคนที่ไม่ได้มาดีอย่างแน่นอน
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะประตูสามครั้งดังขึ้นอย่างหยาบคาย ตามมาด้วยเสียงทุบกระแทกและเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของผู้ชายที่ยืนอยู่ด้านนอก
“คุณหนูตกอับ... นายท่านส่งพวกเรามาดูใจเธอเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่พรุ่งนี้เช้าข่าวการตายของเธอจะแพร่สะพัดออกไป เปิดประตูรับความตายซะดีๆ!”
เอเลน่ายืนนิ่งสงบ ไม่มีความหวาดกลัวฉายชัดบนใบหน้าแม้แต่น้อย เธอกลับค่อยๆ วางขวดโหลผลไม้หมักลงบนโต๊ะอย่างใจเย็น หยิบมีดปาดเค้กเล่มเล็กขึ้นมาถือไว้มั่น แล้วหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับประตูไม้เก่าๆ ที่กำลังจะถูกพังลงมาในไม่ช้า
มือเรียวเอื้อมไปปลดกลอนประตูออกช้าๆ พร้อมกับเสียงกระซิบแผ่วเบาที่ลอดผ่านริมฝีปากสีเชอร์รี่ออกไปอย่างท้าทาย
“ตายเหรอคะ? น่าเสียดายจัง... พอดีว่าฉันยังไม่ได้เริ่มฆ่าใครคืนเลยนะคะ”
พลั่ก!
ประตูไม้ถูกพังกระเด็นเปิดออก เผยให้เห็นเงาร่างของชายฉกรรจ์ร่างยักษ์สามคนในชุดเกราะทหารรับจ้าง พร้อมกับแสงจันทร์ที่สาดส่องกระทบกับใบหน้าของใครอีกคนหนึ่งที่ก้าวพ้นเงาไม้เข้ามาด้านหลัง...
ชายหนุ่มผู้สวมเสื้อคลุมสีดำสนิท ดวงตาสีฟ้าประกายเงินคมกริบคู่นั้นจ้องมองตรงมาที่เธอด้วยความสนใจระคนแปลกใจ
และที่สำคัญที่สุด... บนปกเสื้อของเขามีตราสัญลักษณ์กางเขนคู่แห่ง ‘กลุ่มทุนดาร์คเนส’ กลุ่มธุรกิจข้ามชาติที่ทรงอิทธิพลที่สุดในทวีป ซึ่งไม่เคยปรากฏตัวในงานเลี้ยงกระจอกๆ ของตระกูลวาเลนไทน์มาก่อนเลยแม้แต่ครั้งเดียว!
ม่านหมอกโรแมนซ์ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่โลกแห่งความหอมหวานและการล้างแค้นนี้นะคะ
คุณหนูผู้โชคร้ายกับแผนการยึดครองอาณาจักรขนมหวาน•ตอนที่ 1
ฟื้นคืนชีพในร่างนางร้ายที่รอวันดับ
ผลงานโดย ม่านหมอกโรแมนซ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ม่านหมอกโรแมนซ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูผู้โชคร้ายกับแผนการยึดครองอาณาจักรขนมหวาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!