"ถ้าพวกท่านคิดว่าห้องเก็บของท้ายคฤหาสน์ตระกูลวาเลนไทน์แห่งนี้ จะเป็นได้แค่สุสานฝังขยะเก่าๆ ละก็... คงต้องเชิญเปิดตาดูให้ชัดๆ แล้วล่ะค่ะ"
เอเลน่า วาเลนไทน์ สะบัดข้อพระหัตถ์เรียวงามเบาๆ กลิ่นอายเวทมนตร์ธาตุไฟอ่อนโยนถูกปลดปล่อยออกมาจากปลายนิ้ว เปลวเพลิงสีฟ้าครามลุกโชนขึ้นบนเชิงเทียนโบราณรอบห้อง ส่องประกายขับไล่ความอับชื้นและหยากไย่ที่สะสมมานานนับทศวรรษให้มลายหายไปในพริบตา เผยให้เห็นโครงสร้างหินอ่อนชั้นดีที่ถูกซ่อนอยู่เบื้องหลังฝุ่นหนาเตอะ
ห้องเก็บของใต้ดินที่คนในตระกูลจงใจเนรเทศเธอให้มาอยู่อย่างโดดเดี่ยว บัดนี้ถูกเนรมิตรให้กลายเป็นห้องครัวลับสไตล์ปารีสวินเทจ เคาน์เตอร์หินแกรนิตสีดำสนิทเงาวับ เครื่องตีแป้งนำเข้าจากต่างประเทศ และชั้นวางวัตถุดิบเวทมนตร์ส่งตรงจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ท่ามกลางกลิ่นหอมหวานละมุนของวานิลลาและเนสดาร์กช็อกโกแลตที่เริ่มฟุ้งกระจาย
"คุณหนูคะ... วัตถุดิบชุดสุดท้ายที่สั่งผ่านตลาดมืดเวทมนตร์มาส่งแล้วค่ะ" เสียงกระซิบแหบพร่าแต่นอบน้อมของสาวใช้คนสนิทดังขึ้น พร้อมกับร่างเล็กที่ก้าวเข้ามาพร้อมรถเข็นไม้บรรจุกล่องสมบัติ—ไม่ใช่สิ กล่องใส่เมล็ดโกโก้หายากและนมสดจากวัวยูนิคอร์นพันธุ์แท้
เอเลน่าแย้มรอยยิ้มพึงพอใจ ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววเจ้าเล่ห์และเด็ดขาด "ดีมาก... ข่าวลือเรื่องที่ฉันถูกตัดออกจากกองมรดกและกลายเป็นขอทานไร้ค่า คงกำลังทำให้พวกคุณป้าและญาติๆ จอมปลอมพวกนั้นนอนหลับฝันดีสินะคะ? น่าเสียดายจัง... ที่ความสุขของพวกเขาใกล้จะหมดลงแล้วล่ะค่ะ"
นิ้วเรียวสวยหยิบแป้งโดว์ขึ้นมานวดด้วยความคล่องแคล่ว ท่วงท่าในการทำขนมของเธองดงามราวกับศิลปินกำลังรังสรรค์ภาพวาดชิ้นเอก ทุกจังหวะการตีไข่ การร่อนแป้ง และการควบคุมอุณหภูมิด้วยเวทมนตร์ระดับสูง ผสมผสานกันอย่างลงตัวจนเกิดเป็น "มิลเฟยชาไทยพรีเมียม" ที่มีชั้นแป้งบางกรอบถึงพันชั้น ส่งกลิ่นหอมอบอวลยวนใจจนแม้แต่ภูตแห่งลมยังต้องแอบลอยมาดม
ในขณะเดียวกัน ที่ห้องรับแขกใหญ่ชั้นบนของคฤหาสน์...
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของเลดี้มาทิลดาและบรรดาญาติสนิทมิตรสหายกำลังดังระเบม พวกเขากำลังเฉลิมฉลองการล่มสลายของอดีตคุณหนูผู้เคยค้ำจุนตระกูล โดยหารู้ไม่ว่า กลิ่นหอมเย้ายวนที่โชยขึ้นมาจากพื้นดินเบื้องล่างนั้น คือสัญญาณเตือนภัยของราชินีแห่งวงการขนมหวานที่กำลังจะกลับมาทวงบัลลังก์
ก๊อกๆ!
เสียงเคาะประตูลึกลับดังขึ้นสามครั้งที่ประตูไม้บานใหญ่ของห้องครัวใต้ดิน เอเลน่าชะงักมือเล็กน้อย เธอมองหน้าสาวใช้ด้วยความประหลาดใจ เพราะเวลานี้ไม่ควรมีใครล่วงรู้ทางลับเข้ามาได้ นอกจาก...
"เปิดเถอะครับ กลิ่นหอมนี่ลอยไปไกลถึงหน้าประตูคฤหาสน์ จนผมเกรงว่าพวกสุนัขล่าเนื้อข้างนอกจะตามกลิ่นมาเจอเข้าเสียก่อน"
น้ำเสียงทุ้มต่ำ นุ่มลึก และเปี่ยมด้วยอำนาจอันคุ้นเคยดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดสีดำสนิท คาร์ลอส ดาร์คเนส ประธานกลุ่มทุนข้ามชาติผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในอาณาจักร ก้าวเข้ามาในห้องครัวลับด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่ดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับจ้องมองถาดขนมตรงหน้าเอเลน่าด้วยประกายระยิบระยับที่ปิดไม่มิด
"คุณคาร์ลอส? นี่คุณแอบเข้ามาทางสวนหลังบ้านอีกแล้วเหรอคะ?" เอเลน่าเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย พลางใช้ผ้ากันเปื้อนเช็ดมือที่เลอะแป้งเบาๆ "ระวังหน่อยสคะ ถ้าองครักษ์ตระกูลวาเลนไทน์มาเห็น ท่านประธานผู้ยิ่งใหญ่อาจจะต้องตกเป็นข่าวหน้าหนึ่งว่าแอบย่องเบาเข้าบ้านผู้หญิงตอนดึกๆ นะคะ"
คาร์ลอสยกย่องมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มหายากที่มอบให้เธอเพียงคนเดียว เขาเดินเข้ามาประชิดร่างบางจนได้กลิ่นหอมหวานจากตัวเธอชัดเจนยิ่งขึ้น ปลายนิ้วแข็งแกร่งเอื้อมไปปัดเศษแป้งสีขาวที่ติดอยู่ข้างแก้มเนียนใสของเธออย่างเบามือ ชวนให้หัวใจของเอเลน่าเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ
"ข่าวลือคงไม่น่าสนใจเท่ากับการได้มาพิสูจน์ฝีมือของเชฟส่วนตัวคนนี้หรอกครับ..." คาร์ลอสโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมฝีปากอิ่ม "อีกอย่าง... ผมจัดการกว้านซื้อหุ้นทั้งหมดของตระกูลวาเลนไทน์ที่กำลังจะล้มละลายไว้หมดแล้วนะ เอเลน่า... ตอนนี้พวกเขาไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะไล่คุณออกจากห้องเก็บของแห่งนี้ด้วยซ้ำ"
เอเลน่าเบิกตากว้างเล็กน้อย ความตื่นตะลึงฉายชัดในแววตา ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มพึงพอใจขั้นสุด แผนการยึดครองอาณาจักรขนมหวานและล้างแค้นพวก18มงกุฎในตระกูลกำลังดำเนินไปเร็วกว่าที่คิด และเขาก็คือผู้ร่วมมือที่ทรงพลังที่สุดที่สวรรค์ส่งมา
"รวดเร็วจริงนะคะ... สมกับเป็นคุณคาร์ลอสเลยค่ะ" เอเลน่าหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะหยิบชิ้นมิลเฟยที่เพิ่งทำเสร็จป้อนให้ชายหนุ่มตรงหน้า "ถ้าอย่างนั้น... ช่วยชิมผลงานชิ้นแรกของ 'ร้านขนมหวานม่านหมอก' ให้หน่อยสคะ ว่ามันหวานพอที่จะซื้อใจประธานดาร์คเนสได้หรือยัง?"
คาร์ลอสรับขนมเข้าปาก รสชาติความหวานกลมกล่อมที่ละลายในปากผสานกับความกรอบละมุน ทำให้ดวงตาคมเข้มทอประกายลึกล้ำ เขากำลังจะเอ่ยปากชม แต่ทว่า...
ปัง!
เสียงประตูลับด้านบนถูกถีบกระเด็นเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงกรีดแหลมสูงของเลดี้มาทิลดาที่ตะโกนก้องลงมาด้วยความโกรธเกรี้ยว "เอเลน่า! นังตัวดี! แกแอบทำอะไรในห้องเก็บของ กลิ่นหอมนี่มันอะไรกัน ยึดทรัพย์มันให้หมด อย่าให้เหลือแม้แต่เศษแป้งเด็ดขาด!"
เงาร่างของทหารยามนับสิบชีวิตพรูพรั่งกรูลงมาตามบันได พร้อมอาวุธครบมือ บรรยากาศในห้องครัวลับตึงเครียดขึ้นถึงขีดสุดในพริบตาเดียว!
เอเลน่าหันไปสบตากับคาร์ลอสที่ยืนอยู่ข้างกาย รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากของหญิงสาวโดยไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย
"ดูท่าทาง... แขกที่ไม่ได้รับเชิญจะมาเร็วกว่าที่คิดนะคะ คุณคาร์ลอส..."
คาร์ลอสแค่นIเสียงหัวเราะต่ำในลำคออย่างเย้ยหยัน เขาดึงการ์ดสีดำสนิทประดับตราเพชรแท้ส่องประกายระยิบระยับออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูท ก่อนจะโยนมันลงไปบนโต๊ะหินแกรนิตตรงหน้า พร้อมกับเสียงกดปุ่มสมาร์ทโฟนส่งสัญญาณคำสั่งเด็ดขาดออกไป
"พวกมันไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแตะต้องฝุ่นละอองในร้านของคุณหรอกครับ..."
ฮูฮ... แรงลมมหาศาลจากใบพัดเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวนับสิบลำที่บินมาล้อมคฤหาสน์ไว้ พัดกระหน่ำจนกระจกหน้าต่างแตกละเอียดเป็นจุล พร้อมกับเสียงประกาศก้องผ่านโทรโข่งจากด้านนอกว่าอาณาจักรวาเลนไทน์ถูกยึดครองอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว!
ม่านหมอกโรแมนซ์ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมดื่มด่ำความสะใจในบทนี้ด้วยกันนะคะ
คุณหนูผู้โชคร้ายกับแผนการยึดครองอาณาจักรขนมหวาน•ตอนที่ 5
เปลี่ยนห้องเก็บของเป็นสวรรค์ของหวาน
ผลงานโดย ม่านหมอกโรแมนซ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ม่านหมอกโรแมนซ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูผู้โชคร้ายกับแผนการยึดครองอาณาจักรขนมหวาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!