"เส้นพิกัดนี้ถูกป้อนเข้ามาด้วยเจตนาอะไรคะ คุณวิศวกร"
นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือผ้าฝ้ายสีอ่อนเคาะเบา ๆ บนหน้าจอแท็บเล็ต หน้าจอแสดงผลกราฟิกเชิงพื้นที่ของโปรเจกต์ปรับปรุงพื้นที่สร้างสรรค์ย่านเมืองเก่า ซึ่งตอนนี้ไม่ได้มีแค่แปลนโครงสร้างทางวิศวกรรม หากแต่มีพิกัดจุดเล็ก ๆ สีแดงปักหมุดไว้ตามซอกมุมที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับระบบระบายน้ำหรือโครงสร้างเหล็กกล้าเลยแม้แต่น้อย
ธันวาละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์พกพา แว่นกรองแสงสะท้อนประกายไฟจากหน้าจอจนแทบปิดบังแววตาคู่คมที่มักจะมองทุกอย่างเป็นตัวเลขและตรรกะ เขานั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้สำนักงานสีเข้ม ในพื้นที่ชั่วคราวหน้าไซต์งานที่คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นฝุ่นปูนและสีทาใหม่ บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบจนได้ยินเสียงจังหวะการหายใจ
"มันไม่ใช่ข้อผิดพลาดทางเทคนิคค่ะ พิมพ์" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียบเรื่อย แต่กลับแฝงรอยยิ้มจาง ๆ ที่มุมปาก "จุดเหล่านั้นคือมุมอับแสงที่ระบบคำนวณว่าคุณน่าจะชอบใช้ตั้งกล้องถ่ายรูปในยามเย็น"
พิมพ์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตภายใต้เลนส์แว่นใสเบิกกว้างขึ้นนิดหน่อยก่อนจะหรี่ลงด้วยความรู้ทัน เธอยกมือขึ้นกอดอก ปล่อยให้สายลมยามบ่ายที่พัดผ่านโครงสร้างโลหะโปร่งโล่งพัดปอยผมข้างแก้มให้ไหวระริน "คุณกำลังแอบสอดส่องพฤติกรรมการทำงานของฉันผ่านอัลกอริทึมวิเคราะห์พื้นที่หรือคะ ช่างเป็นการลงทุนที่สิ้นเปลืองทรัพยากรประมวลผลเสียจริง"
"ผมแค่ประเมินตัวแปรที่มีผลต่อความสำเร็จของโครงการ" ธันวาตอบกลับอย่างไม่สะทกสะท้าน แม้ใบหูกลับขึ้นสีจาง ๆ อย่างรวดเร็วโดยที่เจ้าตัวพยายามซ่อนมันไว้ใต้ร่มเงาของโครงสร้างเหล็ก "และตัวแปรอย่างคุณ... มักจะชอบเดินเตร่ไปในจุดที่ไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ตเพื่อหาแรงบันดาลใจ ซึ่งมันทำให้การติดต่อสื่อสารสะดุดลงถึงสี่สิบเปอร์เซ็นต์ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา"
นี่คือการเริ่มพูดคุยเรื่องส่วนตัวที่ไร้ความประดิษฐ์ที่สุดเท่าที่วิศวกรหนุ่มเคยทำมา และพิมพ์เองก็สัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงนั้นอย่างชัดเจน ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ถูกขับเคลื่อนด้วยเส้นแบ่งทางวิชาชีพ พิมพ์คือสาวสายอาร์ตที่มองโลกผ่านองค์ประกอบของแสง สี และเรื่องราวของมนุษย์ ส่วนธันวาคือสถาปนิกและนักโค้ดผู้เชื่อมั่นในระบบระเบียบและเหตุผลเชิงประจักษ์ ทว่าณ พื้นที่รอยต่อระหว่างโครงสร้างเก่าและใหม่แห่งนี้ กำแพงตรรกะที่ธันวาสร้างขึ้นเริ่มมีรอยร้าวทีละน้อย
"คุณกำลังเป็นห่วงฉันกลาย ๆ หรือเปล่าคะเนี่ย" พิมพ์แกล้งเอียงคอถาม รอยยิ้มซุกซนปรากฏขึ้นบนใบหน้าเรียวสวย เธอย่างก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานชั่วคราวอีกนิด กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกไม้จาง ๆ จากตัวเธอลอยละล่องผ่านกระแสลมเข้ามาปะทะประสาทสัมผัสของคนตรงหน้า "แปลกจังนะคะ คนที่เชื่อแต่ตัวเลขและชุดคำสั่งอย่างคุณ กลับจำรายละเอียดปลีกย่อยเรื่องพฤติกรรมของฉันได้แม่นยำยิ่งกว่าฐานข้อมูลในเซิร์ฟเวอร์เสียอีก"
ธันวาปิดฝาแล็ปท็อปลงเสียงดังสนั่น กลบเกลื่อนความวูบไหวในดวงตาที่เผลอแสดงออกมา "ข้อมูลที่สำคัญย่อมต้องได้รับการจัดลำดับความสำคัญไว้สูงสุด เป็นเรื่องปกติของระบบการจัดการฐานข้อมูลอยู่แล้ว"
"ค่ะ... ระบบจัดการฐานข้อมูล" พิมพ์ทวนคำด้วยน้ำเสียงลากยาวอย่างนึกขัน ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้อีกตัวที่ตั้งอยู่ตรงข้ามกัน ดวงตาคู่สวยมองตรงไปยังใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเรียบเฉยเสมอ "งั้นช่วยบอกระบบของคุณหน่อยสิคะ ว่าในฐานะ 'ตัวแปร' ที่คุณให้ความสำคัญสูงสุด ตัวฉันในตอนนี้กำลังคิดอะไรอยู่"
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกกดปุ่มหยุดชั่วขณะ เสียงเครื่องมือช่างจากชั้นล่างดังแว่วมาไกล ๆ แต่ไม่สามารถดึงความสนใจของคนทั้งสองออกไปได้เลย ธันวาจ้องมองพิมพ์ นัยน์ตาคู่คมฉายแววครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง เขารู้ดีว่าภายใต้รอยยิ้มมั่นใจและท่าทีสดใส พิมพ์กำลังแบกรับความคาดหวังมหาศาลจากครอบครัวเรื่องอนาคตในสายงานศิลปะที่ถูกมองว่าไร้ความมั่นคง เช่นเดียวกับที่ตัวเขาเองก็มีบาดแผลฝังใจจากการถูกทรยศความเชื่อใจในอดีต
"คุณกำลังลังเล..." เสียงของธันวาอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว ความเย็นชาเลือนหายไปเหลือเพียงความจริงใจที่ถูกซ่อนไว้ใต้ท่าทีแข็งกระด้าง "คุณกำลังคิดว่า สิ่งที่คุณกำลังทุ่มเททำให้อยู่ตอนนี้ มันคุ้มค่าพอที่จะแลกกับการสูญเสียอิสระในการใช้ชีวิตตามแบบที่ต้องการหรือเปล่า"
พิมพ์นิ่งงิ่งไปทันที รอยยิ้มบนใบหน้าเลือนหาย เหลือเพียงแววตาที่ไหววับด้วยความประหลาดใจระคนตื้นตัน เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาของวิศวกรหนุ่มเป็นครั้งแรก โดยไม่มีกำแพงคำพูดใด ๆ ขวางกั้น เธอไม่เคยคิดเลยว่าภายใต้หน้ากากของชายหนุ่มผู้ยึดติดกับโค้ดและตัวเลข จะมีความสามารถในการอ่านความรู้สึกของเธอได้ทะลุปรุโปร่งถึงเพียงนี้
"คุณ... รู้ได้อย่างไรคะ" น้ำเสียงของเธอแผ่วเบาลงอย่างเห็นได้ชัด
"เพราะผมก็กำลังเผชิญกับคำถามเดียวกัน..." ธันวาตอบกลับเบา ๆ เขายื่นมือออกไปเล็กน้อย ราวกับอยากจะเอื้อมไปสัมผัสปลายนิ้วที่วางอยู่บนโต๊ะ แต่แล้วก็ชะงักและดึงมือกลับไปวางไว้ที่เดิมอย่างรวดเร็ว "การปล่อยให้คนอื่นเข้ามามีอิทธิพลต่อระบบการตัดสินใจของเรา มันมีความเสี่ยงสูงเกินไป... แต่กับบางคน ระบบดันคำนวณความเสี่ยงนั้นผิดพลาดไปเสียหมด"
ก่อนที่บทสนทนาระหว่างทั้งสองจะลึกซึ้งไปมากกว่านั้น เสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากโทรศัพท์มือถือของธันวาก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ พิมพ์สะดุ้งเล็กน้อยและดึงสติกลับมา ขณะที่ธันวากดเปิดดูหน้าจอเพื่อเช็กรายงานระบบ แต่แล้วสีหน้าเคร่งขรึมของเขาก็กลับเปลี่ยนเป็นความตกใจเมื่อเห็นชื่อผู้ส่ง
ข้อความบนหน้าจอไม่ได้มาจากระบบอัตโนมัติของไซต์งาน ไม่ได้มาจากกานต์เพื่อนสนิทจอมวุ่นวาย และไม่ใช่รินคู่แข่งคนสำคัญ
แต่มันมาจากเบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวที่ไม่ได้บันทึกไว้ พร้อมกับภาพถ่ายปัจจุบันของพิมพ์ที่ยืนอยู่ตรงมุมห้องนี้พอดีเป๊ะ แนบมาพร้อมกับพิกัดจีพีเอสที่ระบุตำแหน่งปัจจุบันของทั้งคู่แบบเรียลไทม์ พร้อมข้อความสั้น ๆ ที่ทำเอาอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงทันที
*[ตรวจพบการเข้าถึงระบบโดยบุคคลภายนอก... ความปลอดภัยของฐานข้อมูลถูกละเมิด...]*
ธันวาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบพื้นที่โล่งกว้างของไซต์งานที่ตอนนี้มีเงาร่างแปลกตาเคลื่อนไหวอยู่หลังเสาคอนกรีตฝั่งตรงข้ามอย่างรวดเร็ว
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาที่เปราะบางนี้ไปกับพิมพ์และธันวานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
อัลกอริทึมรักสะดุดใจของนายวิศวกรสายโค้ด•ตอนที่ 19
สัญญาณความสัมพันธ์
ผลงานโดย ลูกกวาดสีรุ้ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลูกกวาดสีรุ้ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมรักสะดุดใจของนายวิศวกรสายโค้ด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!