อัลกอริทึมรักสะดุดใจของนายวิศวกรสายโค้ด•ตอนที่ 10

เสียงสะท้อนจากอดีต

ผลงานโดย ลูกกวาดสีรุ้ง
แฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเข้มถูกผลักมาหยุดตรงหน้าพิมพ์ด้วยแรงที่พอดีจนมุมกระดาษเกือบจะเลยขอบโต๊ะทำงานไม้สัก กลิ่นฝุ่นจางๆ และกระดาษเก่าผสมผสานกับกลิ่นกาแฟดำที่ธันวาเพิ่งวางลง เสียงก้านชงกระทบขอบถังขยะเมื่อครู่ยังคงก้องอยู่ในโสตประสาท ขณะที่ดวงตาคู่คมของเขาภายใต้กรอบแว่นโลหะไม่ได้มองมาที่เธอ แต่มันกำลังจดจ้องไปยังหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่แสดงผลกราฟฟังก์ชันซับซ้อนราวกับต้องการซ่อนร่องรอยความไหวหวั่นบางอย่างไว้เบื้องหลังเกราะป้องกันอันหนาเตอะ "ถ้าคุณคิดว่าภาพถ่ายเซ็ตนั้นจะช่วยให้โปรเจกต์นี้ผ่านไปได้ด้วยดี คุณก็คงประเมินความซับซ้อนของระบบนี้ต่ำเกินไปค่ะ พิมพ์" น้ำเสียงของธันวาเรียบนิ่ง ราวกับหุ่นยนต์ที่ถูกตั้งโปรแกรมให้ปฏิเสธความรู้สึกทุกรูปแบบ แต่นิ้วมือเรียวยาวที่กำลังเคาะโต๊ะเป็นจังหวะสม่ำเสมอกลับฟ้องความจริงอีกด้านว่าเขากลังเผชิญหน้ากับความกดดันภายในที่ไม่อาจเอ่ยออกมาตรงๆ พิมพ์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความรู้สึกวูบวาบในอก ปลายนิ้วเรียวแตะลงบนแฟ้มเอกสารที่ปิดสนิท เธอยังจำความรู้สึกอุ่นวูบจากเหตุการณ์เมื่อคืนได้ดี แต่ดูเหมือนว่าโลกแห่งความเป็นจริงของวิศวกรหนุ่มตรงหน้าไม่ได้ถูกขับเคลื่อนด้วยความรู้สึกหรือรอยยิ้มเหมือนกับโลกหลังเลนส์กล้องของเธอ "พิมพ์ไม่ได้คิดจะใช้ภาพถ่ายมาแก้ปัญหาเชิงตรรกะหรอกนะคะ ธันวา" เธอกล่าวเสียงเรียบ พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นไหว "แต่พิมพ์คิดว่า บางครั้ง... การมองเห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่หลังตัวเลขและโค้ดนับล้านบรรทัด มันอาจจะต้องการมุมมองที่แตกต่างออกไปบ้าง อย่างน้อยก็เพื่อเตือนให้เราจำได้ว่า... เบื้องหลังระบบพวกนี้มันยังมี 'มนุษย์' หายใจอยู่จริง ๆ" ธันวาชะงัก นิ้วที่เคาะโต๊ะหยุดลงทันที เขาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอด้วยแววตาที่ไหววูบไปชั่วขณะ ก่อนจะกลับมาเย็นชาดังเดิม มุมปากของเขากระตุกยิ้มหยันเล็กน้อย—รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยหนามแหลมคมที่เขามักจะใช้กั้นอาณาเขตระหว่างเขากับโลกภายนอก "มนุษย์อย่างนั้นเหรอคะ" ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ถูกเก็บงกดมานาน "คุณก็รู้ดีไม่ใช่เหรอพิมพ์ ว่าสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์น่ะ เป็นตัวแปรที่คาดเดาไม่ได้และเปราะบางที่สุดในสมการ ความรู้สึก ความหวัง ความไว้ใจ... ทั้งหมดนั่นมันก็เป็นแค่บั๊กที่รอวันทำลายระบบให้พังครืนลงมาเท่านั้น" บรรยากาศในห้องทำงานกว้างเริ่มอึมครึม แสงไฟสีส้มอมเหลืองจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องกระทบใบหน้าด้านข้างของธันวา เผยให้เห็นร่องรอยความเหนื่อยล้าที่เขาพยายามซ่อนเร้น พิมพ์สังเกตเห็นกรามของเขาขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน เธอรู้ว่าเขากำลังต่อสู้กับอะไรบางอย่างในอดีต—อดีตที่เขาไม่เคยยอมเปิดปากเล่าให้ใครฟังเลยสักครั้ง "ทำไมล่ะคะ... ทำไมคุณถึงเกลียดความไม่แน่นอนขนาดนั้น" พิมพ์ถามเสียงแผ่วเบา ความมุ่งมั่นที่จะเอาชนะด้วยเหตุผลมลายหายไป เหลือเพียงความปรารถนาที่จะทำความเข้าใจหัวใจที่ปิดตายดวงนี้ ธันวาหลับตาลงช้าๆ เขาถอดแว่นสายตาออกแล้วใช้มือคลึงขมับทั้งสองข้าง ราวกับภาพในอดีตกำลังย้อนกลับมาทิ่มแทงความรู้สึกของเขาในเวลานี้ ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วห้อง มีเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของพัดลมระบายอากาศจากเคสคอมพิวเตอร์ที่ย้ำเตือนถึงการเดินไปข้างหน้าของเวลา "ตอนอายุสิบห้า... ผมเคยสร้างโปรแกรมต้นแบบขึ้นมาชิ้นหนึ่ง" น้ำเสียงของธันวาเปลี่ยนไป มันแห้งผากและไร้ซึ่งพลังงานใดๆ "มันเป็นระบบจัดสรรงบประมาณสำหรับห้องปฏิบัติการวิจัยเล็กๆ ของพ่อผม ท่านเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่เชื่อมั่นในอุดมคติ เชื่อในความซื่อตรงของเพื่อนร่วมงาน และเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนมีขีดจำกัดทางศีลธรรมที่สูงพอจะไม่ก้าวข้ามเส้น" พิมพ์นั่งนิ่งฟังโดยไม่ขัดจังหวะ เธอย้ายตัวเองจากเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามมานั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆ โดยเว้นระยะห่างที่พอเหมาะ แต่สายตาที่มองไปยังเขากลับเต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจอย่างลึกซึ้ง "ผมเขียนโค้ดด้วยความใส่ใจทุกบรรทัด ทดสอบระบบนับร้อยรอบเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีช่องโหว่" ธันวาพูดต่อ ดวงตาคู่คมลืมขึ้นมองเผ่านกระจกใสออกไปยามค่ำคืน "แต่สุดท้าย... คนที่พ่อผมไว้ใจที่สุด คนที่นั่งกินข้าวร่วมโต๊ะด้วยกันทุกวัน กลับเป็นคนแอบขโมยรหัสผ่าน ดึงข้อมูลงานวิจัยทั้งหมดไปขายให้คู่แข่ง แล้วโยนความผิดทั้งหมดมาให้พ่อผมโดยอ้างว่าระบบของผมมีช่องโหว่จนทำให้ข้อมูลรั่วไหล" หัวใจของพิมพ์กระตุกวูบ เธอสัมผัสได้ถึงความหนIเหน็บที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวตนของชายหนุ่มผู้นี้ มันไม่ใช่แค่ความผิดหวัง แต่มันคือการพังทลายของความศรัทธาทั้งชีวิตในวัยเด็ก "พ่อผมตรอมใจตายหลังจากบริษัทล้มละลาย" ธันวาหันกลับมาสบตากับพิมพ์อีกครั้ง แววตาคู่นั้นแดงก่ำแต่ไม่มีหยดน้ำตาแม้แต่หยดเดียว—เพราะน้ำตาของเขาคงแหเหือดไปตั้งแต่วันนั้นแล้ว "ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ผมสัญญากับตัวเองว่าผมจะไม่ยอมเอาชีวิต ความรู้สึก หรืออนาคตไปผูกไว้กับความเชื่อใจที่ไร้เหตุผลอีกเด็ดขาด โค้ดคอมพิวเตอร์ไม่เคยโกหกผม ตัวเลขไม่เคยหักหลังผม และระบบที่มีตรรกะรองรับเท่านั้นคือสิ่งเดียวที่ผมสามารถควบคุมมันได้" ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันหนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก พิมพ์เข้าใจแล้วว่าทำไมธันวาถึงเลือกที่จะสร้างกำแพงเหล็กกล้าขึ้นมาห่อหุ้มหัวใจ เพราะโลกทั้งใบของเขาเคยถูกทำลายลงด้วยน้ำมือของคนที่เรียกว่า 'มนุษย์' มาก่อน "ธันวาคะ..." พิมพ์เอ่ยขึ้น พร้อมกับเอื้อมมือไปวางทับลงบนหลังมือหนาที่กำลังกำแน่นอยู่บนโต๊ะ แรงสั่นสะเทือนจากมือของเขาหยุดชะงักลงทันที เขาไม่ได้ชักมือหนี แต่ดวงตาคู่นั้นเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจที่เธอกล้าสัมผัสเขาในมุมที่เปราะบางที่สุด "พิมพ์เข้าใจแล้วค่ะว่าทำไมคุณถึงกลัวความผิดพลาด" พิมพ์ส่งยิ้มอ่อนโยนให้ เป็นรอยยิ้มที่ปราศจากการตัดสินใดๆ "แต่ธันวากำลังลืมความจริงข้อหนึ่งไปนะคะ... ถึงแม้โค้ดจะไม่เคยโกหก แต่โค้ดที่ดีที่สุด ก็ยังต้องอาศัยมือของมนุษย์ในการเขียนมันขึ้นมาอยู่ดี และความผิดพลาดในอดีตของพ่อคุณ ก็ไม่ได้แปลว่ามนุษย์ทุกคนบนโลกนี้จะเลวร้ายเหมือนคนคนนั้น" ธันวานิ่งงัน คำพูดของพิมพ์ราวกับค้อนที่ทุบลงบนกำแพงตรรกะอันแข็งแกร่งของเขาจนเกิดรอยร้าวเล็กๆ แต่ก่อนที่เขาจะได้เอ่ยคำใดตอบกลับมา หน้าจอคอมพิวเตอร์หลักบนโต๊ะทำงานของเขาก็เกิดอาการกะพริบถี่ๆ แสงไฟสีฟ้าสว่างวาบขึ้นพร้อมกับเสียงเตือนระดับวิกฤตที่ดังลั่นห้อง *ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด!* หน้าจอสีดำสนิทปรากฏข้อความตัวอักษรสีแดงฉานวิ่งขึ้นรัวเร็วจนอ่านแทบไม่ทัน: **[SYSTEM ALERT: UNAUTHORIZED ACCESS DETECTED - OVERRIDE PROTOCOL ACTIVATED BY USER 'R']** ธันวาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สีหน้าของเขากลับมาเคร่งเครียดและดุดันในเสี้ยววินาที ขณะที่พิมพ์หันขวับไปมองหน้าจอด้วยความตกใจเมื่อเห็นชื่อผู้ใช้งานที่คุ้นเคยปรากฏหราอยู่เบื้องหน้า "ริน...!" ธันวาพึมพำชื่อนั้นออกมาลอดไรฟันด้วยความโกรธกริ้ว ขณะที่ข้อความถัดมาบนหน้าจอกลับทำให้ลมหายใจของเขาสะดุดกึก เพราะมันไม่ใช่แค่การเจาะระบบธรรมดา แต่เป็นการลบฐานข้อมูลหลักทั้งหมดทิ้งถาวร พร้อมกับนับถอยหลังสามสิบวินาทีสู่การล่มสลายของโปรเจกต์ที่พวกเขาทุ่มเทแรงกายแรงใจร่วมกันสร้างมาตลอดหลายเดือน ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับช่วงเวลาเปราะบางนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
สารจากนักเขียน (ลูกกวาดสีรุ้ง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมรักสะดุดใจของนายวิศวกรสายโค้ด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%