แม่ครัวสายสตรองกับกองทัพผักหลังบ้าน•ตอนที่ 11

การขยายตัวสู่เมืองใหญ่

ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
"ร้อยหยวน? ถ้าพวกคุณยังกล้ากดราคาผักกาดหอมปลอดสารพิษล็อตนี้ลงอีกแค่เหมาเดียว ฉันคงต้องเรียนเชิญสารวัตรทหารมาช่วยตรวจสอบบัญชีการเงินของโรงแรมรัฐแห่งนี้เสียหน่อยแล้วกระมั้งครับ..." เสียงทุ้มต่ำแต่เฉียบขาดของหลินฟางดังขึ้น ท่ามกลางห้องทำงานส่วนตัวอันโอ่อ่าของอดีตผู้จัดการห้างสรรพสินค้าและโรงแรมประจำมณฑล สภาพอากาศภายนอกจะร้อนระอุเพียงใดไม่สำคัญ แต่บรรยากาศภายในห้องนี้กลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งเกาะ นางเอกของเราในชุดเสื้อเชิ้ตผ้าฝ้ายสีขาวสะอาดตาและกางเกงขายยาวเข้ารูป ยืนกอดอกพิงพนักเก้าอี้หนังสีดำอย่างไม่เกรงกลัวอำนาจมืดใดๆ บนโต๊ะไม้เนื้อแข็งตรงหน้า มีเอกสารใบสั่งซื้อและตัวอย่างผักกาดหอมใบเขียวเข้มที่อวบอิ่ม กรอบเงางามราวกับเพิ่งเด็ดออกจากสวนสวรรค์ กลิ่นอายความสดชื่นของผักป่าผสมผสานกับความใส่ใจในมิติลับลอยกรุ่นออกมาจางๆ จนผู้จัดการอ้วนท้วมถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญของการก้าวขาเข้าสู่ตลาดในเมืองใหญ่ยุค 70-80 ของหลินฟาง หลังจากที่นางสามารถสั่งสอนญาติผู้พี่ที่ชอบมาสูบเลือดสูบเนื้อที่หมู่บ้านได้อย่างราบคาบ เป้าหมายต่อไปจึงไม่ใช่แค่การวางขายตามตลาดมืดกระจ้อยริดอีกต่อไป แต่เป็น "โรงแรมหงส์ทอง" สถานที่รองรับแขกบ้านแขกเมืองและเหล่าสหายระดับสูงจากเมืองหลวง "คุณหลิน... คุณหลินใจเย็นๆ ก่อนครับ" ผู้จัดการหวังเช็ดเหงื่อเม็ดโปนบนหน้าผากด้วยผ้าเช็ดหน้าสีตุ่น รอยยิ้มเจื่อนๆ ปรากฏบนใบหน้าอูม "ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากให้ราคานั้น แต่กฎของสหกรณ์การเกษตรในเขตเรา..." "กฎของสหกรณ์ หรือกระเป๋าเงินส่วนตัวของคุณกันแน่ครับที่กำลังเดือดร้อน?" หลินฟางยกมุมปากขึ้นนิดๆ ดวงตาคมกริบราวกับมองทะลุปรุโปร่งถึงเส้นสายใต้โต๊ะ "ผักของฉันไม่ได้ปลูกด้วยดินธรรมดา คุณก็รู้ว่าช่วงนี้หน้าแล้ง ผลผลิตในมณฑลเสียหายไปกี่แปลง ผักที่กรอบหวานไร้รอยหนอนเจาะแบบนี้ ทั่วทั้งเมืองหลวงก็หาไม่ได้ง่ายๆ หรอกนะ ถ้าคุณไม่รับซื้อในราคาห้าสัปดาห์ก่อน ฉันแค่หันหลังเดินไปบอกผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของโรงพยาบาลทหาร... คุณคิดว่าพวกเขาจะปฏิเสธคนของกองทัพหรือเปล่าล่ะครับ?" คำพูดประโยคเดียวปักเข้ากลางใจดำ ผู้จัดการหวังถึงกับหน้าซีดเผือด เขารู้ดีว่าสามีของหญิงสาวตรงหน้าคือใคร—จ้าวเหวิน นายทหารหนุ่มผู้สร้างชื่อเสียงจากแนวหน้า แม้จะปลดประจำการมาดูแลภรรยา แต่บารมีและสายสัมพันธ์ในกองทัพยังคงแน่นหนา ใครกล้าหาเรื่องรังแกภรรยาของเขา ก็เท่ากับหาเรื่องใส่โลงศพให้ตัวเองเร็วขึ้นเท่านั้น "ตกลง! ตามราคาที่คุณหลินเสนอ... สัปดาห์ละสามร้อยกิโลกรัม ห้ามขาดแม้แต่ขีดเดียวนะครับ!" ผู้จัดการหวังกัดฟันเซ็นชื่อลงในสัญญาผูกขาดการส่งผักทันที มือไม้สั่นเทาด้วยความเสียดายเงิน แต่ก็กลัวอำนาจมืดเบื้องหลังที่มองไม่เห็นมากกว่า หลินฟางรับกระดาษสัญญาแผ่นนั้นมาพลิกดูด้วยความพึงพอใจ รอยยิ้มหวานหยดแต่ซ่อนความแสบสันปรากฏขึ้น ดวงตาคู่สวยประกายแวววาว นางไม่ได้เพียงแค่ชนะการเจรจา แต่กำลังวางรากฐานอาณาจักรธุรกิจสีเขียวของตนเองในเมืองใหญ่แห่งนี้อย่างมั่นคง ในขณะเดียวกัน ที่ลานจอดรถด้านหลังโรงแรม จ้าวเหวินยืนพิงรถบรรทุกคันเก่าของสหกรณ์ ท่าทางองอาจและใบหน้าคมเข้มที่ไร้รอยยิ้มดึงดูดสายตาของบรรดาพนักงานสาวในโรงแรมให้เหลียวมองซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่รัศมีความเย็นชาและดุดันรอบตัวทำให้ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เกินสามก้าว ยกเว้นเสียแต่... "พี่จ้าวเหวินคะ?" เสียงหวานใสแต่แฝงความจงใจหาเรื่องดังขึ้น พร้อมกับร่างของหลินชุ่ย—ลูกพี่ลูกน้องจอมจุ้นจ้านที่ตามรังควานไม่เลิก—ก้าวออกมาจากมุมตึก นางแต่งตัวด้วยชุดแฟชั่นเลียนแบบคนเมือง ทว่ากลับดูตลกขบขันมากกว่าสวยงาม "บังเอิญจังเลยนะคะที่ได้เจอพี่ที่นี่ พี่หลินฟางคงไม่ได้มาทำอะไรลับลมคมในแถวนี้ใช่ไหมคะ? ระวังหน่อยนะพี่ ผู้หญิงที่วันๆ เอาแต่คลุกดินคลุกโคลน ดีแต่ใช้ปากพูดจาอาจจะไปสร้างหนี้สินให้พี่โดยไม่รู้ตัวก็ได้" จ้าวเหวินค่อยๆ หันกลับมามองช้าๆ สายตาคมปลาบดาราวกับคมมีดที่พร้อมจะเฉือนเนื้อคนได้โดยไม่ต้องใช้แรง ความกดอากาศรอบตัวลดฮวบลงจนหลินชุ่ยเผลอถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยสัญชาตญาณ "เรื่องของภรรยาผม ผมจัดการเองได้" น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบเอ่ยออกมาเพียงสั้นๆ แต่น่ากลัวเสียยิ่งกว่าคำขู่ยาวเหยียด "ส่วนคุณ... มาทำอะไรที่นี่? ถ้าไม่ใช่แขกของโรงแรม กรุณาออกไปก่อนที่ผมจะเรียก รปภ. มาเชิญออกไปในฐานะผู้บุกรุก" "พี่จ้าว! ฉันก็แค่..." หลินชุ่ยหน้าเสีย กัดริมฝีปากจนห่อเลือดด้วยความแค้นเคือง ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงได้ตาบอดหลงรักนังสารเลวหลินฟางหัวปักหัวปำขนาดนี้! ทว่า ก่อนที่หลินชุ่ยจะได้แว้ดใส่ ประตูทางออกด้านหลังโรงแรมก็เปิดออกพร้อมกับร่างเพรียวบางของหลินฟางที่ก้าวออกมาด้วยรอยยิ้มสดใส นางส่งกระดาษสัญญาในมือให้สามีหนุ่มดูก่อนจะกวาดสายตามองลูกพี่ลูกน้องจอมวุ่นวายด้วยหางตา "อ้าว น้องชุ่ย... มาเที่ยวเมืองใหญ่เหรอครับ? ดูท่าทางกระเป๋าเงินคงยังหนักอยู่สินะ ถึงได้มีเวลามาเดินเพ่นพ่านแถวนี้ แทนที่จะเอาเวลาไปหางานทำ อย่าลืมนะว่าเงินห้าสิบหยวนที่คุณติดฉันไว้ครั้งก่อน ยังไม่ได้คืนเลยนี่นา" หลินฟางเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานราวกับกำลังทวงถามดินฟ้าอากาศ แต่ทำเอาหลินชุ่ยหน้าเขียวคล้ำสลับม่วง "แก! นัง..." "กลับบ้านกันเถอะครับคุณสามี" หลินฟางไม่รอให้อีกฝ่ายได้โวยวาย นางหันไปยิ้มละไมให้จ้าวเหวินผู้ยืนรอรับอยู่แล้ว ชายหนุ่มโอบเอวภรรยาอย่างทะนุถนอม ปรายตามองหลินชุ่ยเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะพาขึ้นรถบรรทุกขับออกไปอย่างสง่างาม ทิ้งให้อีกฝ่ายยืนกรีดร้องด้วยความคับแค้นใจอยู่กลางลานจอดรถ รถบรรทุกเคลื่อนตัวออกจากเขตเมือง มุ่งหน้ากลับสู่หมู่บ้านชนบทที่โอบล้อมด้วยขุนเขา กลิ่นหอมจางๆ ของใบชาและดินหลังฝนลอยเข้ามาทางหน้าต่างที่เปิดแง้มไว้ หลินฟางเอนศีรษะพิงไหล่กว้างของสามี พลางทอดสายตาไปยังแปลงผักในมิติลับที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว ทุกอย่างกำลังดำเนินไปตามแผนที่นางวางไว้... เงินทอง อำนาจ และการเอาคืนพวกคนเห็นแก่ตัวกำลังเริ่มต้นขึ้นอย่างงดงาม แต่ทว่า... ในขณะที่รถกำลังวิ่งผ่านโค้งลับตาก่อนเข้าเขตหมู่บ้าน จ้าวเหวินก็ต้องเหยียบเบรกกะทันหันจนยางรถส่งเสียงเอี๊ยดลั่น! กลางถนนลูกรังเบื้องหน้า มีร่างของชายชราในชุดจีนโบราณสีเทาด่างพร้อย นั่งขวางทางอยู่บนเก้าอี้หวายเก่าๆ เส้นผมสีขาวโพลนยุ่งเหยิง ดวงตาฝ้าฟางแต่กลับทอประกายคมปลาบราวกับมองทะลุปรุโปร่งทุกสิ่ง บนตักของเขามีกล่องไม้แกะสลักลายโบราณวางอยู่ใบหนึ่ง ชายชราผู้นั้นยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย เอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่ทำเอาหลินฟางถึงกับขนลุกซู่ไปทั้งร่าง "แม่สาวน้อย... ผักวิเศษในมิติลับของเจ้านี่ รสชาติคงหอมหวานไม่เบาใช่ไหมลึก... สนใจจะแบ่งให้คนแก่อย่างฉันชิมสักหัวสองหัวไหมล่ะ?" ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องไปในวิถีสโลว์ไลฟ์และแปลงผักมหัศจรรย์กับ "ใบชาหอมหมื่นลี้" ในตอนนี้ด้วยนะครับ
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ครัวสายสตรองกับกองทัพผักหลังบ้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%