แม่ครัวสายสตรองกับกองทัพผักหลังบ้าน•ตอนที่ 15

สารภาพความในใจ

ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
กลิ่นหอมกรุ่นของน้ำซุปกระดูกหมูเคี่ยวกับรากบัวและพุทราจีนโชยมาจากห้องครัวเล็กๆ ลอยอวลปะปนไปกับกลิ่นไอดินหลังฝนตกปรอยๆ ในยามเย็น แสงอาทิตย์สีส้มอมแดงสาดส่องผ่านยอดไม้ ทอดเงายาวทาบทับแปลงผักเขียวขจีที่แผ่ขยายกว้างไกลสุดสายตา ผลผลิตจากมิติลับของหลินฟางในยามนี้เติบโตอย่างงดงามจนน่าอัศจรรย์ ผักกาดขาวปลีอวบอ้วน กวางตุ้งฮ่องเต้ใบเขียวขจี และมะเขือเทศลูกแดงเต่งตึง ต่างแข่งกันอวดโฉมแข่งกับความเหนื่อยล้าของวัน หลินฟางตักน้ำซุปร้อนๆ ใส่ชามกระเบื้องเคลือบสีนวล ควันสีขาวลอยกรุ่นขึ้นมาพร้อมกับกลิ่นหอมที่กระตุ้นต่อมรับรส นางปาดเหงื่อที่ซึมอยู่บนหน้าผากด้วยหลังมือ ก่อนจะหันไปมองร่างสูงใหญ่ของจ้าวเหวินที่กำลังยืนเงียบเชียบอยู่ตรงมุมรั้วไม้ไผ่ ชายหนุ่มไม่ได้ช่วยงานในครัวเหมือนเช่นเคย เขายืนนิ่งราวกับรูปปั้นหิน มือหนาทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน สายตาคมกริบทอดยาวไปไกลราวกับกำลังตัดสินใจเรื่องคอขาดบาดตายบางอย่าง ซึ่งท่าทีที่ผิดแปลกไปจากวิสัยของสามีผู้สุขุมและนิ่ง ล้วนอยู่ในสายตาของหลินฟางตลอดเวลา "น้ำซุปชามนี้ รสชาติคงไม่ถูกปากคุณกระมัง ถึงได้ยืนทำหน้าเคร่งเครียดราวกับจะไปออกรบเช่นนั้น" หลินฟางเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงติดตลกเล็กน้อย นางวางชามกระเบื้องลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ ใกล้แปลงผัก ก่อนจะใช้ผ้าสะอาดเช็ดมือ ลอบสังเกตปฏิกิริยาของอีกฝ่ายอย่างเงียบๆ จ้าวเหวินสะดุ้งเล็กน้อย ดวงตาคมเข้มหันมาสบตากับนาง ความเงียบงันปกคลุมอยู่ชั่วครู่ ราวกับบรรยากาศรอบตัวถูกบีบอัดให้แคบลง เสียงจิ้งหรีดเรไรเริ่มส่งเสียงร้องระงมรับยามพลบค่ำ แต่เสียงหัวใจของชายหนุ่มกลับเต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก "ไม่ใช่เรื่องอาหาร... แต่เป็นเรื่องของตัวเจ้าต่างหาก หลินฟาง" น้ำเสียงของจ้าวเหวินแหบพร่าเล็กน้อย เขาค่อยๆ ก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้หญิงสาวทีละก้าว ความกดดันที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวนายทหารหนุ่มไม่ได้น่ากลัว แต่มันกลับเต็มไปด้วยความลังเลและความจริงจังอย่างที่สุด หลินฟางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย นางถอยหลังไปครึ่งก้าวตามสัญชาตญาณเมื่อแผ่นหลังเกือบจะชิดกับโต๊ะไม้ แต่ทว่าดวงตาคู่สวยยังคงจ้องมองอีกฝ่ายอย่างท้าทายตามประสาคนฉลาดทันคน "หืม? ข้าทำอะไรให้คุณไม่พอใจอีกเล่า หรือว่าเรื่องที่ข้าเอาผักไปขายในตลาดมืดโดยไม่ปรึกษาคุณก่อน หรือเรื่องที่ข้าจัดการตบหน้าตระกูลสามีเก่าของข้าจนหน้าหงาย?" "ไม่ใช่เรื่องพวกนั้นเลย..." จ้าวเหวินส่ายหน้าช้าๆ เขาหยุดยืนห่างจากนางเพียงแค่เอื้อมมือ สูดลมหายใจเข้าลึกราวกับรวบรวมความกล้าทั้งหมดในชีวิตทหารหาญของตน "ตั้งแต่แรกที่เราแต่งงานกัน เจ้าก็รู้ดีว่ามันเป็นเพียงแค่การแต่งงานตามสถานการณ์และข้อตกลง... แต่ว่า... สำหรับข้าแล้ว..." ชายหนุ่มหยุดชะงักไปชั่วขณะ ใบหน้าคมคายที่ผ่านแดดผ่านลมมาอย่างโชคโชน บัดนี้กลับมีร่องรอยของความประหม่าปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน หูทั้งสองข้างขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัดในแสงยามเย็น หลินฟางนิ่งงัด นางหรี่ตามองสามีหนุ่มผู้ซื่อสัตย์ การแสดงออกของเขาในตอนนี้ทำให้หัวใจที่เคยด้านชาจากการต่อสู้ดิ้นรนในยุคสมัยอันยากลำบาก กลับไหววูบอย่างประหลาด นางรู้ดีว่าจ้าวเหวินเป็นคนอย่างไร เขาเป็นผู้ชายพูดน้อยแต่การกระทำหนักแน่นดั่งขุนเขา การที่เขาจะเอ่ยปากพูดอะไรสักอย่างออกมาในตอนนี้ ย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายดายเลย "สำหรับคุณแล้ว... ทำไมหรือ?" หลินฟางเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา ความซุกซนในแววตาก่อนหน้านี้เลือนหายไป แทนที่ด้วยความอยากรู้และความจริงจังที่ซ่อนอยู่ภายใน จ้าวเหวินหลุบตาลงมองใบหน้าเนียนใสที่มีรอยเปื้อนฝุ่นเล็กน้อย แต่นางกลับงดงามในสายตาของเขาเสมอมา มือหนายื่นออกไปช้าๆ ปัดเศษใบไม้ออกจากเส้นผมของหญิงสาวอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อบอุ่นและสั่นเทานิดๆ นั้นทำให้หลินฟางนิ่งงันไป "ข้าไม่ใช่นักพูดที่เก่งกาจอะไร..." จ้าวเหวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าเล็กน้อย แต่เต็มไปด้วยความหนักแน่นที่สะท้อนมาจากก้นบึ้งของหัวใจ "ตอนที่ข้าเห็นเจ้าล้มป่วย... ตอนที่ข้าเห็นเจ้าถูกคนพวกนั้นรังแก... หัวใจของข้ามันเหมือนถูกบีบจนแหลกสลาย ข้าเพิ่งเข้าใจในวันนั้นเองว่า... การมีชีวิตอยู่โดยไม่มีเจ้า มันน่ากลัวกว่าการเผชิญหน้ากับศัตรูในสนามรบเสียอีก" ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจอุ่นๆ และเสียงใบไม้ไหวตามแรงลม หลินฟางเบิกตากว้างเล็กน้อย คำสารภาพที่เรียบง่ายแต่จริงใจเกินกว่าจะหาคำใดมาเปรียบเทียบนี้ ทำให้ผู้หญิงที่ผ่านโลกมาโชกโชนอย่างนางถึงกับพูดไม่ออก นางไม่เคยคาดคิดว่า ชายหนุ่มผู้เย็นชาและเคร่งขรึมคนนี้ จะเก็บความรู้สึกที่ลึกซึ้งถึงเพียงนี้ไว้ภายในอก "คุณ..." หลินฟางเม้มริมฝีปากแน่น สมองที่เคยฉับไวในการคำนวณกำไรและการเอาคืนศัตรู กลับว่างเปล่าลงชั่วขณะ นางพยายามจะหาคำพูดแซวเล่นกลบเกลื่อนความเขินอาย แต่มันกลับติดอยู่ที่ลำคอ จ้าวเหวินเห็นนางเงียบไป เขาก็ก้าวเข้าไปประชิดตัวอีกนิด จนหลินฟางรู้สึกถึงไออุ่นจากร่างกายของชายหนุ่ม ดวงตาคมเข้มมองลึกเข้าไปในดวงตานาง ราวกับต้องการจะสลักภาพของหญิงสาวลงไปในดวงวิญญาณ "ข้าไม่ได้ต้องการเพียงแค่เป็นสามีในนามที่คอยปกป้องเจ้าจากเงาของคนอื่น... แต่ข้าอยากเป็นคนที่เจ้าสามารถซบไหล่ได้ยามเหนื่อยล้า อยากเป็นคนที่ได้กินอาหารฝีมือเจ้าไปตลอดชีวิต... หลินฟาง... ข้า... ข้าชอบเจ้าเข้าแล้ว... ไม่สิ... ข้ารักเจ้า นานแล้ว..." คำว่า "รัก" ถูกเอ่ยออกมาท่ามกลางกลิ่นหอมของผักสวนครัวและไอดิน มันไม่ใช่คำหวานหูที่แต่งแต้มด้วยคารมคมคาย แต่เป็นคำสารภาพที่กลั่นกรองมาจากหยาดเหงื่อและเลือดเนื้อของลูกผู้ชาย หลินฟางรู้สึกได้ถึงความร้อนที่แล่นขึ้นมาบนใบหน้า หัวใจในอกเต้นโครมครามจนควบคุมไม่ได้ นางหลบสายตาคู่นั้นวูบหนึ่ง ก่อนจะยิ้มออกมาบางๆ รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความเจ้าเล่ห์ แต่มันคือรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความสุขและความอบอุ่นที่นางโหยหามานานแสนนาน "ปากคอเราะรายไม่เบานี่ นายทหารจ้าว... คิดไม่ถึงว่าคนทึ่มทื่อเช่นคุณจะพูดจาชวนเลี่ยนเช่นนี้เป็นด้วย" หลินฟางเอ่ยแซwเสียงเบา เพื่อซ่อนความสั่นไหวในน้ำเสียงของตน จ้าวเหวินยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ความตึงเครียดเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เมื่อเห็นว่าหญิงสาวไม่ได้ปฏิเสธเขา มือหนาเอื้อมไปกุมมือเรียวของนางไว้แน่น ราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือ นางจะหายวับไปกับสายลมยามเย็น "ถ้าเจ้าไม่ชอบให้ข้าพูดเลี่ยนๆ เช่นนี้ ต่อไปข้าจะกระทำให้เจ้าดูแทน..." จ้าวเหวินกระซิบเสียงต่ำชิดริมฝีปากของนาง บรรยากาศรอบตัวหวานล้ำขึ้นมาทันตาเห็น ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังโรแมนติกถึงขีดสุด และหลินฟางกำลังจะเอ่ยปากตอบรับความรู้สึกนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงตะโกนโวยวายก็ดังแว่วมาจากทางหน้าบ้านพัก ทะลุผ่านรั้วไม้ไผ่เข้ามาทำลายความเงียบสงบ "พี่ใหญ่จ้าว! หลินฟาง! พวกเจ้าออกมาเดี๋ยวนี้เลยนะ! กล้าดียังไงถึงมารังแกคนตระกูลจ้าวของพวกเรา!" เสียงแหลมสูงที่คุ้นเคยเป็นอย่างดีดังแผดขึ้น พร้อมกับเสียงทุบประตูรั้วไม้เสียงดังลั่นปึงปัง ทำลายบรรยากาศหวานชื่นในสวนผักยามเย็นให้พังทลายลงในพริบตา จ้าวเหวินขมวดคิ้วมุ่นทันที รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่ ดวงตาคมกริบฉายแววเย็นเยียบขึ้นมาอีกครั้งอย่างรวดเร็ว หลินฟางถอนหายใจเฮือกใหญ่ รอยยิ้มอ่อนโยนเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยแววตาเจ้าเล่ห์และประกายความแสบสันที่วาวโรจน์ขึ้นมา นางดึงมือออกจากกุมมือของสามีเบาๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความเย้ยหยัน "ดูท่าทางว่า... แขกที่ไม่ได้รับเชิญในยามวิกาล จะมาเร็วกว่าที่คิดเสียอีกนะ..." จ้าวเหวินหันมามองภรรยา มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างรู้ใจ "จะให้ข้าออกไปจัดการ หรือว่าเจ้าจะจัดการด้วยตัวเอง?" หลินฟางแค่นหัวเราะในลำคอเล็กน้อย นางปัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ ก่อนจะเดินนำหน้าออกไปทางประตูรั้วด้วยท่าทีมั่นอกมั่นใจ "ระดับพวกเศษสวะที่ไร้สมองเช่นนั้น... ให้ข้าออกไปต้อนรับพวกมันด้วยเมนูต้อนรับชุดใหญ่เองดีกว่า!" นางก้าวเดินออกไปไม่กี่ก้าว แต่แล้วก็ต้องชะงักฝีเท้าลงทันที เมื่อเห็นเงาร่างของใครบางคนยืนดักรออยู่ตรงมุมมืดหน้าบ้านพัก... เงาร่างที่หลินฟางไม่คาดคิดว่าจะปรากฏตัวขึ้นที่นี่ในยามนี้! *ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องไปในวิถีสโลว์ไลฟ์ แปลงผักมหัศจรรย์ และเรื่องราวหัวใจอันอบอุ่นกับ "ใบชาหอมหมื่นลี้" ในตอนนี้ด้วยนะครับ*
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ครัวสายสตรองกับกองทัพผักหลังบ้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%