"โครงการนี้ขาดชีวิต... มันเป็นเพียงกล่องคอนกรีตที่ไร้หัวใจ"
เสียงทุ้มต่ำของธีร์ธัชดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องประชุมใหญ่ บรรดาสถาปนิกและทีมงานต่างก้มหน้ามองเอกสารในมือ ความเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศดูจะกลายเป็นความหนาวเหน็บที่เกาะกุมไปถึงกระดูกสันหลังของทุกคนที่อยู่ในห้องนี้
"คุณธีร์ครับ แต่นี่คือดีไซน์ที่ได้รับรางวัลระดับนานาชาติ..."
"รางวัลไม่ได้วัดค่าของสิ่งก่อสร้างที่คนต้องอาศัยอยู่ไปตลอดชีวิตหรอกครับ" ธีร์ธัชขัดขึ้น เขาปัดเอกสารแบบแปลนลงบนโต๊ะกระจก เสียงกระดาษที่กระทบพื้นผิวแข็งดังสนั่นราวกับเสียงปืนที่เหนี่ยวไกกลางงานเลี้ยง "พื้นที่สีเขียวตรงนี้มันตายสนิท ไม่มีจิตวิญญาณ ไม่มีการเชื่อมโยงระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ ไปหาคนทำสวนที่เก่งกว่านี้มาแก้ใหม่ซะ... ผมให้เวลาคุณ 24 ชั่วโมง"
เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสั่งตัดราคาแพงระยับเดินออกจากห้องไปโดยไม่หันกลับไปมองความแตกตื่นที่เขาทิ้งไว้เบื้องหลัง ธีร์ธัชก้าวผ่านโถงทางเดินหรูหราสู่ระเบียงจัดงานเปิดตัวโครงการที่ชั้นบนสุด สายตาคมกริบของเขากวาดมองไปรอบห้องโถงที่ตกแต่งด้วยพรรณไม้แปลกตาอย่างใจลอย
สถาปนิกอัจฉริยะที่ใครต่อใครต่างยกย่องว่าไร้ใจ ผู้อยู่บนจุดสูงสุดของวงการก่อสร้าง แต่กลับรู้สึกถึงช่องว่างขนาดใหญ่ในหน้าอกที่ไม่เคยเติมเต็มได้ตั้งแต่วันที่เขาตัดสินใจเซ็นชื่อลงในใบหย่าเพื่อแลกกับเส้นทางอาชีพที่เขามองว่าสำคัญที่สุดในตอนนั้น
สายตาของเขาหยุดลงที่มุมหนึ่งของสวนจำลองภายในงาน
ชายร่างบางในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตาที่ดูเรียบง่ายทว่ากลับดึงดูดสายตามากกว่าเครื่องเพชรราคาแพงของผู้มาร่วมงานคนอื่นๆ เขากำลังก้มลงจัดแต่งกิ่งไม้เล็กๆ บนกระถางเซรามิกนิ้วมือเรียวยาวนั้นดูทะนุถนอมราวกับกำลังโอบอุ้มชีวิต ไม่ใช่แค่ต้นไม้
นั่นคือรินทร์... คนที่เขาไม่ได้พบเจอมาตลอดสามปี
รินทร์ดูเปลี่ยนไปมาก จากเด็กหนุ่มที่เคยเฝ้ามองเขาด้วยสายตาตัดพ้อและเจ็บปวดในอดีต บัดนี้กลับดูสงบนิ่งและแข็งแกร่งขึ้น ราวกับพายุที่ถาโถมเข้ามาในชีวิตได้หล่อหลอมให้เขากลายเป็นต้นไม้ใหญ่ที่หยั่งรากลึกจนไม่มีใครสั่นคลอนได้ง่ายๆ ธีร์ธัชรู้สึกเหมือนลมหายใจของเขาขาดห้วงไปชั่วขณะ
ทันใดนั้น เด็กน้อยคนหนึ่งวิ่งดุ๊กดิ๊กเข้ามาหาคนตัวบางที่มุมสวน
"คุณแม่ครับ... คุณแม่ครับ ลันหิวข้าวแล้ว"
ธีร์ธัชชะงักกึก ร่างกายของเขาสั่นสะท้านอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อเห็นใบหน้าของเด็กน้อยคนนั้นชัดๆ แววตาที่สดใส ดวงหน้าที่เครื่องหน้าถอดแบบมาจากเขาราวกับกระจกเงาที่สะท้อนภาพตนเองในวัยเด็กไม่มีผิดเพี้ยน ความรู้สึกเย็นวาบแล่นผ่านสันหลังเหมือนถูกกระชากลงสู่ห้วงเหวแห่งความผิดพลาดที่เขาได้สร้างไว้
"ลันครับ... แม่บอกว่าให้รอตรงที่นั่งพักไงครับ อย่าวิ่งไปไกลแบบนี้อีกนะ" เสียงของรินทร์นุ่มนวลแต่เด็ดขาด เขาย่อตัวลงกอดเด็กน้อยไว้ในอ้อมแขน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตากับใครบางคนที่จ้องมองมาจากระเบียงชั้นลอย
สายตาของรินทร์ที่มองมาไม่ได้มีความโหยหา... ไม่มีความรัก... และไม่มีแม้แต่ความโกรธแค้น แต่มันว่างเปล่าเสียจนธีร์ธัชแทบจะยืนไม่อยู่
มือหนาของธีร์ธัชเกาะขอบระเบียงไว้แน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความคิดของเขาตีรวนไปหมด *นั่นลูกใคร... ไม่สิ... นั่นมันหน้าตาของเขาชัดๆ*
รินทร์ลุกขึ้นยืนช้าๆ เขาไม่ได้หลบสายตา แต่กลับจูงมือเด็กน้อยเดินหันหลังให้เขาอย่างไม่แยแส ธีร์ธัชตัดสินใจวิ่งออกจากระเบียงโดยไม่สนมารยาททางสังคม เขาพุ่งตัวผ่านฝูงชนเพื่อจะไปหยุดคนที่เขาเพิ่งทำหล่นหายไปจากชีวิต
"รินทร์!" เสียงของเขาสั่นพร่าเกินกว่าที่จะควบคุม
รินทร์หยุดเดิน แต่ไม่ได้หันกลับมา เขาก้มลงกระซิบอะไรบางอย่างกับเด็กน้อยข้างกาย ก่อนจะปล่อยมือเด็กคนนั้นให้เดินไปรอที่เก้าอี้ม้านั่งตัวไกล จากนั้นร่างบางจึงหันกลับมาเผชิญหน้ากับอดีตสามีที่เคยเป็นดั่งโลกทั้งใบของเขา
"คุณธีร์ธัช..." รินทร์เอ่ยชื่อเขาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แววตานั้นสงบนิ่งราวกับผิวน้ำที่ไม่มีวันสั่นไหว "งานเปิดตัววันนี้ต้องการสถาปนิกที่มีชื่อเสียง ไม่ใช่คนที่มาคอยจ้องมองนักจัดสวนของงานแบบนี้... มีธุระอะไรหรือเปล่าครับ?"
คำถามนั้นกรีดลึกลงในใจของชายที่ถือดีในเกียรติยศมาโดยตลอด ธีร์ธัชอ้าปากค้าง ความคำพูดมากมายที่อัดอั้นอยู่ข้างในกลับติดอยู่ที่ลำคอ เมื่อสายตาของเขาเหลือบไปเห็นเด็กน้อยคนนั้นกำลังนั่งหยิบรูปถ่ายที่ตกจากกระเป๋ากางเกงขึ้นมาดู
มันเป็นรูปถ่ายใบเก่า... รูปถ่ายของธีร์ธัชที่สวมชุดครุยรับปริญญาเมื่อห้าปีก่อน ที่รินทร์เคยแอบเก็บไว้
รินทร์สังเกตเห็นทิศทางสายตาของเขาจึงรีบก้าวเข้ามาขวางทันที แต่ดูเหมือนจะสายเกินไป เพราะขณะที่เด็กน้อยเงยหน้าขึ้นมองคนแปลกหน้าอย่างธีร์ธัชที่เดินเข้ามาใกล้ มือเล็กๆ ของเด็กชายก็ทำบัตรประจำตัวบางอย่างที่เก็บไว้ในซองพลาสติกหลุดจากกระเป๋าเสื้อกระเด็นไปตกแทบเท้าของธีร์ธัช
ธีร์ธัชก้มลงหยิบมันขึ้นมาโดยสัญชาตญาณ ก่อนที่ความเย็นยะเยือกจะแล่นพล่านไปทั่วร่างเมื่อได้เห็นชื่อที่ปรากฏบนเอกสารใบนั้น
*เด็กชายลันธัช [นามสกุลของธีร์ธัช]*
หัวใจของเขากระตุกวูบราวกับถูกบีบด้วยมือที่มองไม่เห็น ความจริงที่เขาสงสัยพุ่งชนเข้ากลางหน้าอกอย่างจังจนแทบสิ้นสติ
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทแรกนี้ และหวังว่ารอยร้าวที่กำลังเริ่มก่อตัวขึ้นจะทำให้ทุกท่านวางไม่ลงนะครับ - ไฟเยอร์บลัด
สถาปนิกไร้ใจกับนักออกแบบสวนผู้ลบเลือน•ตอนที่ 1
ภาพสะท้อนในกระจกเงา
ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้ใจกับนักออกแบบสวนผู้ลบเลือน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
