"ถ้าความรู้ในหัวของคุณมีค่าเท่ากับปริมาณเศษกระดาษรีไซเคิลบนโต๊ะนี้ ผมว่าคุณเอาเวลาไปลงทะเบียนเรียนอนุบาลใหม่น่าจะง่ายกว่ามานั่งทรมานตัวเองที่นี่นะครับ, คุณรินรดา"
เสียงทุ้มต่ำแต่เยียบเย็นจนน่าขนลุกดังขึ้นเหนือศีรษะ ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดของห้องกระจกเก็บเสียงชั้นสาม สถาบันกวดวิชาชั้นนำที่ขึ้นชื่อเรื่องความเคี่ยวลากดิน รินรดา กำปากกาในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาว โทรศัพท์มือถือหน้าจอแตกยับจากการตกกระแทกเมื่อครู่ยังคงนอนแอ้งแม้งอยู่บนพื้นพรม แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เลือดในกายเธอกำลังเดือดพล่าน... มันคือสายตาคู่คมกริบที่มองลงมาด้วยความดูแคลนต่างหาก
ร่างสูงโปรดของ 'ธีร์ธัช' ยืนกอดอกพิงขอบกระจก แว่นกรอบทองราคาแพงสะท้อนแสงไฟนีออนจนยากจะคาดเดาอารมณ์ภายใต้กรอบเลนส์นั้น ใบหน้าคมคายราวกับประติมากรรมชั้นยอดแต่กลับเรียบเฉยไร้ความรู้สึก นั่นคือภาพจำของติวเตอร์อัจฉริยะผู้ไม่เคยปล่อยให้ลูกศิษย์คนไหนกล้าเถียงเขากลับเกินสามประโยค... แต่วันนี้ เขาคงลืมไปว่ากำลังเผชิญหน้ากับใคร
รินรดาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่พุ่งพล่านจนแทบจะทะลุเพดาน เธอค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับผู้ชายปากร้ายตรงๆ โดยไม่มีทีท่าว่าจะหลบสายตาแม้แต่น้อย รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากเรียวบางของหญิงสาว หัวรั้นและพยศเสียยิ่งกว่าม้าป่าที่ยังไม่ถูกปราบ
"ถ้าการสอนคนอื่นด้วยการนั่งจิกกัดปมด้อยของคนอื่นมันทำให้คุณรู้สึกว่าตัวเองฉลาดขึ้นล่ะก็..." รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงกังวานใสแต่เจือไปด้วยความท้าทายบาดลึก "ผมว่าคุณควรไปหาจิตแพทย์มากกว่ามานั่งหน้าเครียดอยู่ในห้องนี้หรอกครับ... อ้อ ขอโทษที ลืมไปว่าคนอย่างคุณคงไม่มีเพื่อนให้คุย ถึงได้เอาความเก็บกดมาลงกับเด็กปีหนึ่งแบบนี้"
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่สี่เหลี่ยมแคบๆ ชั่ววินาทีนั้น อุณหภูมิรอบตัวราวกับลดฮวบลงจนติดลบ
ธีร์ธัชหรี่ตามองเด็กสาวตรงหน้า ชายหนุ่มไม่คิดว่าจะมีนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ปีหนึ่งคนไหนกล้าต่อปากต่อคำกับเขาด้วยประโยคเชือดเฉือนแบบนี้ ปกติแล้วมีแต่คนก้มหน้าขอร้องอ้อนวอนให้เขาช่วยติววิชาฟิสิกส์ตัวปัญหาให้ผ่าน แต่ยายเด็กปากเก่งคนนี้กลับทำตัวเหมือนแมวป่าแยกเขี้ยวใส่เขาตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบเข้ามาในห้อง
"ปากดี..." ธีร์ธัชขยับตัวเข้าประชิดโต๊ะทำงานอย่างรวดเร็ว ระยะห่างที่ลดลงทำให้รินรดาต้องเอนตัวหนีโดยอัตโนมัติ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ เจือกลิ่นชาเขียวเย็นเยียบปะทะเข้ากับปลายจมูก "หวังว่าผลสอบย่อยสัปดาห์หน้า ปากของคุณจะเก่งได้สักครึ่งหนึ่งของคำพูดนะ ไม่อย่างนั้น... ผมจะอัดคลิปที่คุณเถียงผมเมื่อกี้ไปเปิดให้ทางคณะบดีของคุณดูเป็นของขวัญรับน้อง"
"คุณมัน..." รินรดาผุดลุกขึ้นยืนจนเก้าอี้พลาสติกไถลไปด้านหลังเกิดเสียงดังครูดน่ารำคาญ ใบหน้าสวยเฉี่ยวแดงก่ำด้วยความโกรธ เธอยื่นหน้าเข้าไปใกล้เขาโดยไม่เกรงกลัวส่วนสูงที่ต่างกันแม้แต่น้อย "ขู่เหรอ? คิดว่าฉันกลัวคุณหรือไงคะ... อ้อ ขอโทษที ติดนิสัยพูดกับคนแก่กว่าน่ะค่ะ เลยเผลอใช้คำว่า 'ค่ะ' กับคนที่ทำตัวไร้มารยาทแบบคุณ"
คำว่า 'คนแก่' ทำเอาคิ้วเข้มของติวเตอร์หนุ่มกระตุกวูบ ธีร์ธัชอายุเพิ่งจะย่างเข้าปีที่ยี่ับเจ็ด แต่กลับโดนเด็กเมื่อวานซืนเหน็บแนมว่าเป็นคนแก่เสียแล้ว รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นที่มุมปากของชายหนุ่ม มือเรียวยาวเอื้อมไปหยิบกระดาษชีทสรุปสูตรคำนวณของรินรดาขึ้นมาพิจารณาช้าๆ ก่อนจะฉีกมันออกเป็นสองส่วนต่อหน้าต่อตาอย่างเลือดเย็น
"เฮ้! คุณทำบ้าอะไรเนี่ย!" รินรดาเบิกตากว้าง พยายามจะแย่งกระดาษคืนแต่ถูกมือใหญ่คว้าข้อมือเอาไว้เสียก่อน
แรงบีบที่ข้อมือไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่พละกำลังที่เหนือกว่าทำให้เธอขยับไปไหนไม่ได้ ธีร์ธัชโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนรินรดอยู่ข้างแก้ม น้ำเสียงทุ้มต่ำกระซิบกระซาบข้างใบหูราวกับปีศาจกระซิบ
"ของไร้ค่า... เก็บไว้ก็รกสมองครับ" ธีร์ธัชจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่สั่นระริกด้วยความเคียดแค้น "ถ้าอยากได้คืน หรืออยากพิสูจน์ว่าผมมันปากจัดเกินไป... พรุ่งนี้หกโมงเย็น เจอกันที่นี่ ห้ามสายแม้แต่วินาทีเดียว"
พูดจบเขาก็ปล่อยมือออกอย่างไร้เยื่อใย รินรดาลูบข้อมือตัวเองป้อยๆ พลางส่งสายตาอาฆาตมาดร้ายใส่แผ่นหลังกว้างที่กำลังเดินหันหลังให้เธออย่างไม่ยี่หระ
ประตูกระจกบานเลื่อนเปิดออกพร้อมกับร่างของบุคคลที่สามที่ก้าวเข้ามาอย่างเร่งรีบ—
"พี่ธีร์ครับ! แย่แล้วครับ ทางมหาวิทยาลัยแจ้งมาว่า..." รุ่นน้องผู้ช่วยติวเตอร์หน้าตาตื่นวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหยุดอยู่กลางห้อง ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นบรรยากาศมาคุระหว่างติวเตอร์จอมโหดกับนักศึกษาสาวตัวแสบ
รินรดาฉวยจังหวะชุลมุนนั้นคว้ากระเป๋าเป้สะพายขึ้นบ่า เธอตวัดสายตาดุดันมองหน้าธีร์ธัชเป็นครั้งสุดท้าย เม้มปากแน่นด้วยความเจ็บใจก่อนจะหมุนตัวเดินกระแทกส้นเท้าผ่านหน้าผู้ช่วยหนุ่มออกไปอย่างรวดเร็วโดยไม่คิดจะหันกลับมามองอีก
แต่ทว่า... ในจังหวะที่เธอกำลังจะพ้นประตูห้องนั้นเอง เสียงทุ้มของธีร์ธัชก็ดังไล่หลังมาอีกครั้งด้วยประโยคที่ทำให้ฝีเท้าของเธอต้องชะงักกึก
"จำไว้ว่า เซฟโซนเดียวที่คุณจะรอดจากเกรด F ของผม... คือการก้มหัวยอมรับความจริงซะ, รินรดา"
รินรดากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับเสียงกรีดร้องในลำคอ ก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับเขาผ่านบานประตูกระจกที่กำลังจะปิดลง พร้อมกับรอยยิ้มท้าทายที่จุดประกายความพินาศในอนาคตไว้อย่างสมบูรณ์
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับตัวละครทุกตัวนะครับ หวังว่าจะสนุกกับบทแรกนี้นะครับ
— ราชันย์หอกทมิฬ
เซฟโซนสุดกวนของติวเตอร์จอมเฮี้ยบ•ตอนที่ 1
ติวเตอร์จอมเผด็จการ
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนของติวเตอร์จอมเฮี้ยบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
