เสียงกระดาษร่างพิมพ์เขียวแผ่นใหญ่ถูกกางลงบนโต๊ะทำงานไม้สักทองอย่างแรง จนแฟ้มเอกสารหนังสีเข้มริมโต๊ะถึงกับสั่นสะเทือน รวิศไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองผู้ที่เพิ่งเข้ามาใหม่ เขายังคงใช้ดินสอไม้ปลายแหลมเฉียบขีดเส้นทับโครงสร้างคานรับน้ำหนักของอาคารพาณิชย์เกรด A ในย่านธุรกิจ
"คุณกำลังเล่นกับไฟรวิศ และที่แย่กว่านั้นคือคุณกำลังลากฉันเข้าไปกองอยู่กลางกองเพลิงนั้นด้วย"
พิมพ์มาดาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอเรียบสนทนาแต่แฝงไว้ด้วยแรงกระเพื่อมทางอารมณ์ เธอยืนกอดอกอยู่เบื้องหน้าโต๊ะเขียนแบบ ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นสายตาพยายามอ่านความนึกคิดผ่านแผ่นหลังที่ห่อเข้าหาตัวเล็กน้อยของสถาปนิกหนุ่ม
รวิศวางดินสอลงอย่างช้าๆ เขาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง นัยน์ตาคู่สีดำสนิทคู่นั้นว่างเปล่า ไร้ร่องรอยของความหวาดกลัวอย่างที่จิตแพทย์สาวคาดหวัง
"ไฟก้อนนั้นมันลุกโชนมานานแล้วคุณพิมพ์มาดา ตั้งแต่วันที่พวกมันตัดสินใจใช้คอนกรีตกลบความจริงใต้ซากตึกหลังนั้น" รวิศกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มทุบต่ำแต่บาดลึก "ผมแค่กำลังพยายามต่อท่อส่งน้ำมันเข้าไปเติมให้มันลุกสว่างจนพวกมันไม่มีที่ซ่อนตัวต่างหาก"
พิมพ์มาดาย่นหัวคิ้วเล็กน้อย รอยย่นจางๆ ปรากฏขึ้นระหว่างคิ้วของเธอ สะท้อนความกังวลใจที่ไม่อาจซ่อนเร้น "คุณคิดว่าคุณฉลาดพอที่จะเล่นเกมอำนาจกับคนอย่าง ‘เจ้าสัวประจักษ์’ หรือไง เขามีทั้งกองทัพนักกฎหมาย ตำรวจในมือ และเงินที่ซื้อความยุติธรรมได้ทุกตารางนิ้วในเมืองนี้ อาคารที่คุณกำลังออกแบบให้กลุ่มทุนใหม่ของเขาไม่ใช่แค่โปรเจกต์อสังหาฯ แต่มันคือป้อมปราการที่คุณกำลังเดินเข้าไปมอบตัว"
"ผิดแล้วครับ" รวิศลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายที่สมส่วนภายใต้เสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นรอยสักจางๆ ที่ข้อมือซ้าย—รอยแผลเป็นจากวันที่โลกของเขาสลายลง "ผมไม่ได้เดินเข้าไปมอบตัว แต่ผมกำลังวางโครงสร้างให้มันพังทลายลงมาจากข้างในต่างหาก อาคารทุกหลังมีจุดอ่อนทางวิศวกรรม เช่นเดียวกับอำนาจทุกขั้วที่มีรอยร้าวทางจริยธรรม"
ห้องทำงานกว้างขวางตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ เคียงคู่กับเสียงหัวใจที่เต้นเร่าในอกของคนทั้งคู่ พิมพ์มาดาถอนหายใจยาว เธอเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้น กลิ่นน้ำหอมจางๆ เจือกลิ่นกระดาษเก่าลอยปะทะจมูก
"ในฐานะจิตแพทย์ ฉันบอกได้เลยว่าสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่ไม่ใช่ความกล้าหาญ แต่มันคืออาการหมกมุ่นเพื่อชดเชยความรู้สึกผิด (Survivor's Guilt) คุณกำลังใช้ชีวิตตัวเองเป็นเดิมพันเพื่อแลกกับการล้างแค้นให้คนตาย ซึ่งพวกเขาอาจไม่ได้ต้องการให้คุณทำแบบนี้เลยก็ได้"
คำพูดนั้นเฉียบคมราคมมีดผ่าตัด รวิศชะงักไปเล็กน้อย มุมปากของเขาหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะหยันตัวเอง แต่แววตากลับวับวามขึ้นมาอย่างน่ากลัว
"คุณอ่านผมทะลุปรุโปร่งเหมือนเคยสินะครับหมอ... แต่คุณลืมวิเคราะห์ตัวเองไปอย่างหนึ่ง" รวิศก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะฝั่งที่เธอยืนอยู่ ระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงจนแทบสัมผัสได้ถึงไออุ่น "คุณเกลียดความไม่ยุติธรรมพอๆ กับผม ไม่งั้นคุณคงไม่ยอมเอาชื่อเสียงและใบประกอบโรคศิลป์มาเสี่ยงแอบขโมยประวัติการรักษาทางจิตเวชของลูกชายเจ้าสัวมาให้ผมหรอกจริงไหมครับ?"
พิมพ์มาดานิ่งอึ้งไปชั่ววินาที ดวงตาของเธอไหววับ เธอยอมรับความจริงข้อนั้นไม่ได้ทันทีผ่านคำพูด แต่ความเงียบของเธอก็คือคำตอบที่ชัดเจนที่สุด
"เรากำลังร่วมมือกันในเกมที่ไม่มีใครยอมรับแต่แรก" เธอกล่าวเสียงแผ่วลง ความแข็งกร้าวในทีแรกเริ่มอ่อนยวบลงเมื่อเผชิญหน้ากับความจริงอันดุดัน "ถ้าแผนโต้กลับที่เราวางไว้ล้มเหลว... เราทั้งคู่จะไม่เหลือแม้กระทั่งแผ่นดินจะกลบหน้า"
"ไม่มีคำว่าล้มเหลวสำหรับคนที่ไม่เหลืออะไรจะเสียหรอกครับ" รวิศเอื้อมมือไปหยิบแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลที่วางอยู่มุมโต๊ะ เลื่อนมันส่งให้เธอ "นี่คือแบบแปลนโครงสร้างระบบระบายอากาศใต้ดินของตึกใหญ่ใจกลางเมืองที่กลุ่มของเจ้าสัวใช้ฟอกเงิน ข้อมูลนี้เชื่อมโยงกับเส้นทางการเงินที่คุณแอบสืบมาพอดี"
พิมพ์มาดารับแฟ้มนั้นมาเปิดดู แสงไฟจากโคมไฟบนโต๊ะส่องกระทบใบหน้าเคร่งเครียดของเธอ ไล่สายอ่านตัวเลขและผังโครงสร้างอย่างรวดเร็ว สมองระดับดอกเตอร์ของเธอดึงข้อมูลและวิเคราะห์ความเชื่อมโยงได้อย่างแม่นยำ
"แปลนนี้... มันคือจุดอับสัญญาณ และยังเป็นจุดเดียวที่ไม่มีกล้องวงจรปิดของบริษัทรักษาความปลอดภัยเอกชนที่มันจ้างไว้" พิมพ์มาดาเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยแววตาที่เริ่มเปลี่ยนเป็นความตื่นเต้นปนหวาดหวั่น "คุณกำลังจะพาคนบุกเข้าไปข้างในนั้นจริงๆ หรือ?"
"ไม่ใช่แค่บุกเข้าไปครับ" รวิศโน้มตัวลงกระซิบด้วยน้ำเสียงต่ำลึก ทุจนน่าขนลุก "แต่เราจะทำให้ระบบความปลอดภัยทั้งหมดของมัน กลายเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่มัดตัวมันเองในชั้นศาล โดยที่พวกมันไม่รู้ตัวเลยว่าใครเป็นคนกดสวิตช์"
ในขณะที่ทั้งคู่กำลังจดจ่ออยู่กับการวางแผนขั้นเด็ดขาด เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นที่โถงทางเดินด้านนอกสำนักงาน เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นหินอ่อนดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ อย่างรวดเร็วผิดปรกติ ไม่มีแม้แต่เสียงเคาะประตูก่อนที่บานประตูไม้สักจะถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ความเกรงใจ
ชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำสนิทสามคนก้าวเข้ามาในห้อง ร่างกายกำยำบึงบันแผ่รังสีคุกคามชัดเจน ผู้นำกลุ่มคือนายตำรวจสืบสวนระดับสูงคนสนิทของเจ้าสัวประจักษ์ เขายกยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็นในมือถือโทรศัพท์มือถือเปิดสปีกเกอร์โฟนไว้ เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจของเจ้าสัวดังลอดออกมาจากลำโพงท่ามกลางความเงียบ
*(“แผนซ้อนแผนน่ะมันก็สนุกดีนะคุณรวิศ... แต่เสียดายที่สถาปนิกเก่งๆ อย่างคุณ มักจะคำนวณไม่ถึงเสมอว่า... เสาหลักของตึกที่คุณยืนอยู่ตอนนี้ ใครเป็นคนจ่ายเงินสร้างมันมาตั้งแต่แรก”)*
รวิศและพิมพ์มาดาหันไปมองหน้ากันทันที ความตระหนักรู้บางอย่างพุ่งวาบขึ้นในหัวของทั้งคู่—ข้อมูลที่พวกเขาได้มาทั้งหมด ไม่ใช่เพราะพวกเขาฉลาดพอจะขุดคุ้ยมันเจอ... แต่พวกมันจงใจ "ปล่อย" ให้พวกเขาเดินเข้ามาติดกับดักนี้ตั้งแต่แรกต่างหาก!
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและบาดแผลทางใจไปกับตัวละครในค่ำคืนนี้นะครับ
สถาปนิกไร้เงา ปะทะ จิตแพทย์ไร้ใจ•ตอนที่ 21
แผนซ้อนแผน
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้เงา ปะทะ จิตแพทย์ไร้ใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!